เพิ่มเติม: ป.ป.ช. ชี้ คะแนนโปร่งใสไทยตก เพราะ เงื่อนไข ปชต.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา Image copyright LILLIAN SUWANRUMPHA/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ บรรยากาศการประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2559 ที่ไม่เปิดกว้างและมีการจับกุมผู้เห็นต่างจากรัฐจำนวนมาก กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นของประเทศไทย ได้คะแนนลดลง

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เปิดดัชนีคอร์รัปชั่นปี 2559 พบไทยได้แค่ 35 คะแนน จากเดิม 38 คะแนน อันดับร่วงจาก 76 เป็น 101 เหตุปิดกั้นการจากแสดงความเห็นช่วงประชามติ รธน.

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ได้เปิดเผยดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่น (Corruption Perception Index) หรือซีพีไอ ประจำปี 2559 ซึ่งผลปรากฎว่า ประเทศไทยได้คะแนนซีพีไอเพียง 35 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน เท่ากับหลายๆ ประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์ ติมอร์เลสตี้ ไนเจอร์ เปรู กาบอน ฯลฯ ลดลงจากปีก่อน ที่ได้ 38 คะแนน และถือว่าได้คะแนนซีพีไอน้อยที่สุดในรอบห้าปีหลังสุด เทียบเท่าปี 2556 โดยอยู่ในลำดับที่ 101 จากทั้งหมด 176 ประเทศ ร่วงลงจากอันดับที่ 76 ในปีก่อน

ในบทวิเคราะห์ระบุว่า สาเหตุที่ประเทศไทยได้คะแนนซีพีไอต่ำลง เกี่ยวข้องกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. .... เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2559 ที่มีการปราบปรามดำเนินคดีกับผู้เห็นต่างจากรัฐ ไม่มีเวทีอภิปรายเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฯ อย่างเสรี และไม่ให้ผู้แทนจากภาคนอกซึ่งมีอิสระเข้าไปสังเกตการณ์

สำหรับภาพรวมทั่วโลก พบว่ามากกว่าสองในสามของประเทศที่ถูกสำรวจทั้งหมดได้คะแนนซีพีไอไม่ถึงครึ่ง ซึ่งค่าเฉลี่ยคะแนนซีพีไออยู่ 43 คะแนนเท่านั้น โดย 5 ประเทศที่มีความโปร่งใสสูงที่สุดประกอบด้วย เดนมาร์ก (คะแนนซีพีไอ 90 คะแนน) นิวซีแลนด์ (90 คะแนน) ฟินแลนด์ (89 คะแนน) สวีเดน (88 คะแนน) และสวิตเซอร์แลนด์ (86 คะแนน) ส่วน 5 ประเทศที่มีความโปร่งใสน้อยที่สุด ประกอบด้วยโซมาเลีย (10 คะแนน) ซูดานใต้ (11 คะแนน) เกาหลีเหนือ (12 คะแนน) ซีเรีย (13 คะแนน) และเยเมน (14 คะแนน)

หากนับเฉพาะทวีปเอเชีย-แปซิฟิก ถือว่าประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 18 และถ้านับเฉพาะอุษาคเนย์ จะอยู่ในลำดับที่ 5 ตามหลังสิงคโปร์ (84 คะแนน, ลำดับที่ 7) บรูไน (58 คะแนน, ลำดับที่ 41) มาเลเซีย (49 คะแนน, ลำดับที่ 55) อินโดนีเซีย (37 คะแนน, ลำดับที่ 90) และเทียบเท่าฟิลิปปินส์ (35 คะแนน, ลำดับที่ 101)

Image copyright Transparency International
คำบรรยายภาพ ผลการสำรวจดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่น (ซีพีไอ) ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ประจำปี 2559 ผลว่า ประเทศไทยได้คะแนนซีพีไอลดลงจาก 38 คะแนน เหลือเพียง 35 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน ทำให้อันดับร่วงลงจาก 76 มาเป็น 101

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า เหตุที่ประเทศไทยได้คะแนนซีพีไอลดลง ต้องไปดูในรายละเอียดว่าต่ำลงหรือสูงขึ้นในตัวชี้วัดใด และเพราะเหตุใด เพราะบางเรื่องอาจทำได้ดีบ้าง บางเรื่องอาจจะไม่ดีพอ

"ไม่ใช่ว่าจะแย่ไปทั้งหมด ขออย่ามองประเทศไทยเป็นแบบนั้น เชื่อสิว่าทุกอย่างมันดีขึ้นทั้งหมด เพราะทุกอย่างมักเกิดขึ้นจากในอดีต รัฐบาลนี้เปิดให้องค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบการทุจริตอย่างเต็มที่ ไม่ได้ห้ามใครทั้งนั้น" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ด้านนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า เห็นคะแนนซีพีไอก็ตกใจเหมือนกันว่าทำไมถึงคะแนนตก ยอมรับว่า ป.ป.ช.รู้สึกผิดหวัง เพราะคิดว่าในปีนี้น่าจะได้มากกว่า 38 คะแนนของปีก่อน แต่กลับได้เพียง 35 คะแนนเท่านั้น ซึ่งต้องกลับไปวิเคราะห์ว่าเป็นเพียงเหตุใด

สำหรับคะแนนซีพีไอ ถูกภาครัฐของไทยใช้เป็นตัวชี้วัดผลสำเร็จในการปราบปรามปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะจากองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ที่ถึงกับกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (ระหว่างปี 2560-2564) ว่าจะทำให้ได้คะแนนซีพีไอ ได้เกินครึ่ง หรือมากกว่า 50 คะแนน

คะแนนความหลากหลาย ปชต. เมียนมา สูงกว่า ไทย 2 เท่า

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทำเอกสารแจกแจงเหตุผลที่คะแนนซีพีไอของประเทศไทยในปี 2559 ลดลงว่า องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ให้คะแนนและจัดอันดับประเทศไทยโดยพิจารณาข้อมูลจาก 9 แหล่งข้อมูล โดยพบว่า คะแนนเพิ่มขึ้น 3 แหล่งข้อมูล เท่าเดิม 1 แหล่งข้อมูล และลดลง 4 แหล่งข้อมูล และมีการเพิ่มแหล่งข้อมูลใหม่ เป็นการวัดเกี่ยวกับความหลากหลายของประชาธิปไตย ซึ่งในอาเซียนใช้วัดเพียง 4 ประเทศ โดยเมียนมาได้ 50 คะแนน ฟิลิปปินส์ได้ 36 คะแนน ไทยได้ 24 คะแนน และกัมพูชาได้ 17 คะแนน