ยูเอ็น เรียกร้องให้ยกเลิก 112 ระบุ ก.ม.หมิ่นพระบรมฯ ขัดกับ หลักสิทธิมนุษยชนสากล

ป้ายเรียกร้องให้มีการประกันตัวไผ่ Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ผู้แทนยูเอ็นด้านสิทธิมนุษยชนเรียกร้องรัฐบาลทหารของไทยให้ยกเลิกการบังคับใช้ม.112 ของประมวลกฎหมายอาญา เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปิดปากนักวิจารณ์ และระบุว่า บุคคลสาธารณะ รวมทั้งผู้กุมอำนาจสูงสุดทางการเมืองต้องตกเป็นเป้าวิจารณ์ได้ ด้านรัฐบาลไทยปฏิเสธไม่ให้ความเห็น เพราะเคยพูดไปเยอะแล้ว

นาย เดวิด เคย์ ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยเสรีภาพด้านความคิดเห็นและการแสดงออก กล่าวในเอกสารเผยแพร่ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชน (โอเอชซีเอชอาร์) ในวันนี้ (7 ก.พ.) เรียกร้องให้รัฐบาลไทยหยุดใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อกีดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นาย เดวิด เคย์ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยหยุดใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อกีดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก

"กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไม่มีที่ยืนในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ผมเรียกร้องให้ทางการไทยพิจารณาทบทวนประมวลกฎหมายอาญาและให้มีการเพิกถอนมาตราที่ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิดในคดีดังกล่าว" นายเคย์ กล่าวในเอกสารเผยแพร่

"บุคคลสาธารณะ รวมทั้งผู้กุมอำนาจสูงสุดทางการเมืองอาจตกเป็นเป้าวิจารณ์ได้ และถึงแม้การแสดงออกทางความคิดในบางรูปแบบอาจถูกมองว่าเป็นการหมิ่นประมาทได้ แต่การพยายามขัดขวางและดำเนินการลงโทษถือเป็นเรื่องไม่ชอบธรรม" เขาบอกด้วยว่า การบังคับใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของไทยนั้นไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นที่เขาและผู้ดำรงตำแหน่งคนก่อน ๆ เคยแสดงความกังวลต่อทางการไทยมาหลายครั้งแล้ว

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ กลุ่มพลเมืองโต้กลับรวมตัวจัดกิจกรรม "กินข้าวหลามเฉยๆ" บริเวณหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. เพื่อแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับการที่ศาลพิจารณาเพิกถอนประกันนายจตุภัทร

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องนี้กับ บีบีซีไทย

"พี่ไม่ต้องการให้ความเห็นด้วยเหตุผล 2 ประการคือ ไม่ต้องการให้ความเห็นกับบีบีซีไทย และเรื่องนี้เป็นแผ่นเสียงตกร่องซึ่งเคยแสดงความเห็นไปมากแล้ว"

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของนายเคย์ในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยภาคอีสาน ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ปีที่แล้วในข้อหากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 112 และ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หลังจากแชร์ข้อความและโพสต์ข่าวจากหน้าเพจบีบีซีไทยเรื่อง พระราชประวัติรัชกาลที่ 10 บนหน้าเฟซบุ๊กของตนเอง

ต่อมาในวันที่ 27 ธ.ค. 2559 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จังหวัดขอนแก่น ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งถอนประกันนายจตุภัทร์ และยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ด้วยเหตุผลว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวต่ออำนาจรัฐและกฎหมาย และหากมีการปล่อยตัว ผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้ ซึ่งนายเคย์บอกว่าเขารู้สึกกังวลที่มีรายงานว่าการพิจารณาคดีนี้เป็นไปอย่างลับ ๆ ซึ่งขัดแย้งกับสิทธิในการได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรมและการไต่สวนอย่างเปิดเผย

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลขอนแก่นอนุมัติฝากขัง "ไผ่ ดาวดิน" เป็นผัดที่หก อีก 10 วัน หลังตำรวจอ้างมีหลักฐานใหม่ต้องตรวจสอบ

เดือน ก.ย. 2559 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งยกเลิกใช้ศาลทหารในคดีความผิดมาตรา 112 โดยผู้กระทำผิดหลังเดือน ก.ย. 2559 เป็นต้นไปจะต้องไปขึ้นศาลแพ่งตามปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่กระทำผิดก่อนหน้าที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้จะต้องไปขึ้นศาลทหารและมักได้รับโทษรุนแรง บางรายถูกตัดสินจำคุกนานถึง 30 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง