ยูเอ็นถวายตำแหน่งพระองค์ภาฯ ทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมของอาเซียน

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา Image copyright Getty Images

สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แด่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระราชธิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในวันนี้ (8 ก.พ.)

นายเจเรมี ดักลาส ผู้แทน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ ว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จะทรงช่วยส่งเสริมการปฏิรูประบบยุติธรรม ทั้งยังทรงสนพระทัยเป็นพิเศษในเรื่องเกี่ยวกับเรือนจำโดยเฉพาะประเด็นของผู้ต้องขังหญิง โดยพระองค์จะทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

"พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มิได้ทรงมองว่าพระองค์อยู่เหนือกฎหมาย ทั้งยังทรงมีความสนพระทัยในการช่วยผลักดันการปฏิรูประบบยุติธรรม" นายดักลาส กล่าว

Image copyright Getty Images

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมีความสนพระทัยในด้านกฎหมายและตุลาการ โดยเมื่อปี 2555 พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำคณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา และเอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรีย

ก่อนหน้านี้ UNODC เคยทูลเกล้าถวายรางวัลกียรติยศสูงสุด Medal of Recognition จากการที่พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในงานด้านกระบวนการยุติธรรม อาทิ การจัดตั้งกองทุนพัชรกิติยาภาเพื่อการศึกษากฎหมาย การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โครงการกำลังใจในพระดำริฯ และโครงการจัดทำมาตรฐานผู้ต้องขังหญิง หรือ ELFI (เอลฟี) นอกจากนี้ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UNIFEM) ได้กราบทูลเชิญพระองค์เป็นทูตสันถวไมตรี ในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิงด้วย

Image copyright FABRICE COFFRINI

การประกาศแต่งตั้งครั้งนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นในนครเจนีวาวิจารณ์ไทยเรื่องการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่มีโทษจำคุกยาวนานต่อผู้ดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ด้านกระทรวงการต่างประเทศไทยยืนกรานว่ากฎหมายนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง