ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวไทยในลอนดอนปลอมเป็นตร.ขอค้น แล้วเชิดเงิน

ลอนดอน Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นอกจากกรุงลอนดอนจะเป็นเมืองสำคัญทางธุรกิจ ก็ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหญ่อีกแห่งหนึ่ง ผู้คนพลุกพล่าน และมีนักท่องเที่ยวจากนานาชาติมาที่นี่

ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวไทยในลอนดอน ชายฉกรรจ์ 3 คน ทำทีเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ เข้ามาขอดูหนังสือเดินทางนักท่องเที่ยวชาวไทย 2 คน ที่กำลังยืนอยู่หน้าโรงแรมดังกลางกรุงลอนดอน ขณะกำลังหยิบพาสปอร์ตให้ มิจฉาชีพคว้าซองเงินกว่า 500 ปอนด์ จากในมือ แล้ววิ่งหนีไปในความมืด ตำรวจลอนดอนบอกเป็นนัย "ให้ทำใจ"

ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 21 น. ของวันที่ 6 ก.พ. ตามเวลาในอังกฤษ ชายผิวขาวรูปร่างสูงใหญ่ 3 คน เดินเข้ามาในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยที่กำลังยืนอยู่หน้าโรงแรมคัมเบอร์แลนด์ (Cumberland) ใกล้กับถนนออกซ์ฟอร์ด เข้ามาทำทีชวนคุย แล้วขอค้นตัวพร้อมขอดูหนังสือเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทย 2 คน โดยขณะกำลังหยิบพาสปอร์ตออกจากกระเป๋าเอกสารเดินทางและธนบัตร กลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวก็คว้าซองธนบัตรบรรจุเงิน 500 ปอนด์จากนักท่องเที่ยวหญิง และ 250 ปอนด์ จากนักท่องเที่ยวไทยอีกคน วิ่งหายไปในความมืด เมื่อเกิดเหตุ นักท่องเที่ยวทั้งสองจึงไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้รับการบอกเป็นนัยจากตำรวจว่า "ยากจะได้คืน"

"มันมากัน 3 คน ตัวใหญ่มาก เหมือนตำรวจเลย แต่น่าจะเป็นพวกยุโรปตะวันออก ไม่ใช่อังกฤษ ... สำเนียงมันไม่ได้ดีมาก... มันมาขอดูพาสปอร์ต เราหยิบจากกระเป๋าตังค์ พอเปิดกระเป๋า มันก็กระชากซองเงินไป... ตำรวจก็มาสอบปากคำ แต่ก็บอกเป็นนัย ๆ ว่า ยากจะได้คืน ตบท้ายบอกเราว่า เอ็นจอยทริป" แอน หนึ่งในสองเหยื่อบอกกับบีบีซีไทย

คำบรรยายภาพ ด้านหน้าโรงแรมคัมเบอร์แลนด์ จุดเกิดเหตุ

นางฮอลลี่ วอลกิ้น ผู้อำนวยการด้านการตลาดของโรงแรมคัมเบอร์แลนด์ บอกกับบีบีซีไทยว่า ทางโรงแรมกำลังเร่งดำเนินการสืบสวน และได้รับความร่วมมือจากเหยื่อทั้งสองเป็นอย่างดี

"ต้องระวังตัวมากกว่ากรุงเทพฯ"

นักธุรกิจชาวไทยคนหนึ่ง ซึ่งไม่ประสงค์จะออกชื่อ เป็นแขกประจำของโรงแรมนี้ เล่าให้ บีบีซีไทย ฟังว่า คัมเบอร์แลนด์ เป็นโรงแรมที่นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวชาวไทยหลายคนนิยมไปพัก เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง การเดินทางไปสถานที่อื่น ๆ ในลอนดอนสะดวก นักท่องเที่ยวไทย และจีนมักตกเป็นเหยื่อบริเวณนี้ เพราะชอบพกเงินสด แทนการใช้บัตรเครดิต เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า

"โรงแรมนี้ค่อนข้างพลุกพล่าน ผู้พักส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจชาวจีน ชาวตะวันออกกลาง และชาวไทย ราคาค่าที่พักถือว่าสูง เรียกได้ว่า คนที่มาพักที่นี่มีสตางค์ การรักษาความปลอดภัยก็ไม่ได้ดูเข้มงวดอะไร ผมไม่แปลกใจเลยที่พวกมิจฉาชีพจะเห็นแขกที่นี่เป็นเหยื่อ เดี๋ยวนี้ ผมระวังตัวมากขึ้น ถือกระเป๋าใกล้ตัว ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะเดินถนน เรียกว่าระวังตัวมากกว่าตอนอยู่ที่กรุงเทพเสียอีก"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ถนนอ๊อกซ์ฟอร๋์ดเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญของกรุงลอนดอน ซึ่งจุดเกิดเหตุ อยู่ตรงหัวถนนสายนี้นั่นเอง

ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยเดินทางไปที่โรงแรมเพื่อสังเกตลักษณะโดยรอบ พบว่า ล้อบบี้โรงแรมพลุกพล่านจริง คนสัญจรสามารถเดินเข้าออกโรงแรมได้โดยไม่จำเป็นต้องแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่คนใดเลย ไม่จำเป็นต้องใช้คีย์การ์ดในการกดลิฟต์ขึ้นห้องพักแขก และ ไม่พบป้ายเตือนให้แขกผู้มาพักระวังมิจฉาชีพแต่อย่างใด

สถิติจากสำนักงานตำรวจนครบาลของลอนดอน ระบุว่า อาชญากรรมที่เกิดในย่านท่องเที่ยว เช่น ถนนอ๊อกซ์ฟอร์ด และย่านเวสต์เอนด์ แหล่งโรงละครดัง ในปี 2016 เพิ่มขึ้น ร้อยละ 8 จากปีก่อน ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่สูงกว่าอาชญากรรมทั่วกรุงลอนดอนซึ่งเพิ่มในอัตราร้อยละ 4 ในช่วงเดียวกัน นักท่องเที่ยวบางคนอดรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มมิจฉาชีพ

"เนื่องจากเขตเวสต์มินสเตอร์เป็นเขตที่มีผู้เดินถนนมากกว่าเขตอื่น ตำรวจจึงเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบออกลาดตระเวน ผลคือ กว่าร้อยละ 30 ของการจี้ปล้น ทางตำรวจไม่พบว่าเกิดการทำร้ายร่างกายใด ๆ" นางแคลร์ วอลฟอร์ด โฆษกของ สำนักงานตำรวจนครบาลของลอนดอน บอกกับ บีบีซีไทย

Image copyright MET Police
คำบรรยายภาพ แผนที่จากสำนักงานตำรวจนครบาลชี้ให้เห็นว่า ย่านที่มีนักท่องเที่ยวมาก อาชญากรรมก็สูงตาม

เคยเกิดเหตุสะเทือนขวัญ

เมื่อสามปีก่อน นักท่องเที่ยวหญิงจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3 คนพักในห้องสูทที่ คัมเบอร์แลนด์ ถูกชายวัย 33 ปีบุกเข้าทำร้ายในขณะนอนหลับ และใช้ค้อนทุบทำร้ายผู้หญิงทั้งสามอย่างรุนแรง เพื่อขโมยเงินสด เครื่องประดับ โทรศัพท์มือถือ และไอแพด แม้คนร้ายจะถูกตำรวจจับได้ในเวลาต่อมาและถูกดำเนินคดี แต่เหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าวส่งผลให้เหยื่อทั้งสามอยู่ในอาการปางตาย คนหนึ่งสูญเสียดวงตาหนึ่งข้าง และสมองเสื่อมไม่สามารถพูดได้อีก อีกสองคนต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน

Image copyright MET Police
คำบรรยายภาพ อาวุธที่ใช้ทำร้ายแขกผู้มาพักที่โรงแรมเมื่อ 3 ปีก่อน

บีบีซี ลอนดอน รายงานในขณะนั้นว่า ตำรวจตั้งสมมติฐานว่า มิจฉาชีพติดตามเหยื่อขณะออกช้อปปิ้งบนถนนอ๊อกซ์ฟอร์ด จนทราบว่าทั้งสามมีฐานะทางการเงินดี และพักที่โรงแรมแห่งนี้ ตระเตรียมทางหนีทีไล่ แล้วจึงเข้าปล้น

บีบีซีไทย สอบถามไปยัง คัมเบอร์แลนด์ เกี่ยวกับมาตรการด้านความปลอดภัยของแขก เนื่องจากก่อนที่จะเกิดเหตุกับแขกชาวไทย เคยเกิดเหตุคดีสะเทือนขวัญกับแขกผู้มาพักที่โรงแรม และได้รับคำตอบจากนางวอลกิ้นว่า "ทางโรงแรมยึดสวัสดิการด้านความปลอดภัยของแขกผู้มาพักเป็นที่ตั้ง และได้มีมาตรการต่าง ๆ เพื่อดูแลความปลอดภัยของแขก แต่จะไม่ขอโยงคดีในอดีตกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้มาพักชาวไทยหนนี้"