รายงาน : ทรัมป์กำลังเผชิญหน้ากับ “ตุลาการภิวัฒน์” ฉบับอเมริกัน?

กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลของอำนาจ 3 ฝ่ายในสหรัฐฯ
คำบรรยายภาพ กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลของอำนาจ 3 ฝ่ายในสหรัฐฯ ระหว่างประธานาธิบดี สภาคองเกรส แล้วก็ศาล โดยในขณะที่ประธานาธิบดีแต่งตั้งผู้พิพากษาในศาลของรัฐบาลกลาง โดยให้วุฒิสภาที่อยู่ในสภาคองเกรสเป็นผู้รับรอง ศาลก็สามารถวินิจฉัยว่าการกระทำใดๆ ของประธานาธิบดี หรือกฎหมายใดๆ ของสภาคองเกรส ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้

ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กำลังเผชิญศึกหนัก เมื่อคำสั่งห้ามคนจาก 7 ชาติมุสลิมเข้าประเทศ ถูกศาลรัฐบาลกลางออกมายับยั้ง นี่คือการแทรกแซงการเมืองโดยศาล อย่างที่เมืองไทยเคยเรียกว่า "ตุลาการภิวัฒน์" หรือไม่

นายโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญกับศึกใหญ่เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 45 แถมคู่ต่อสู้ของเขาก็ไม่ใช่เหล่าคู่แข่งทางธุรกิจ คู่แข่งทางการเมือง หรือผู้ชุมนุมประท้วง ที่เขาเคยฟาดฟันมา ทว่าเป็นหนึ่งในอำนาจที่เป็นเสาหลักของประเทศอย่าง "ศาล"

Image copyright Aurelien Meunier/Getty Images
คำบรรยายภาพ คำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ห้ามคนจาก 7 ชาติมุสลิมเข้าประเทศเป็นเวลา 90 วัน นำไปสู่การชุมนุมประท้วงไม่เพียงทั่วสหรัฐฯ ยังรวมถึงเมืองใหญ่ต่างๆ ทั่วโลก

เหตุขัดแย้งระหว่าง "ฝ่ายบริหาร-ฝ่ายตุลาการ" ในสหรัฐฯ ครั้งนี้ เริ่มขึ้นเมื่อผู้พิพากษาเจมส์ โรบาร์ต ของศาลรัฐบาลกลางในนครซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ได้พิพากษาระงับอำนาจพิเศษของประธานาธิบดี ในการห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว ขณะที่ผู้นำแห่งทำเนียบขาวก็ไม่ยอมแพ้ ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางในนครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ขอให้กลับคำพิพากษาดังกล่าว

หลายคนอาจสงสัยว่า นายทรัมป์กำลังเผชิญกับปรากฎการณ์ "ตุลาการภิวัฒน์" เช่นเดียวกับที่รัฐบาลไทยเคยเผชิญเมื่อกว่า 10 ปีก่อนหรือไม่ และอาจแคลงใจว่าเหตุใดศาลสหรัฐฯ ถึงมีอำนาจในการยับยั้งคำสั่งของประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งได้

...เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องผิดปกติหรือไม่?

Image copyright Thanet Apornsuwan
คำบรรยายภาพ ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ นักประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ จากวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การตรวจสอบถ่วงดุลในประเทศที่ "ระบอบรัฐธรรมนูญ" แข็งแรง

ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ นักประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ จากวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า การที่ศาลสหรัฐฯ ออกมายับยั้งคำสั่งประธานาธิบดีถือเป็นเรื่องปกติและมีมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีโธมัส เจฟเฟอร์สัน, แอนดรูว์ แจ็กสัน, ริชาร์ด นิกสัน ฯลฯ กระทั่งนายบารัค โอบามา ก็ยังเคยโดนศาลยับยั้งคำสั่งที่มีลักษณะเดียวกับคำสั่งของนายทรัมป์ แต่ไม่ค่อยเป็นข่าว เพราะโอบามาไม่ทำให้เป็นการเมือง ยอมปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลแต่โดยดี ต่างกับนายทรัมป์ที่มีผู้สนับสนุน ออกมาเชียร์ให้ชนกับศาล

ศ.ดร.ธเนศ มองว่า นี่คือจุดแข็งของระบอบรัฐธรรมนูญในสหรัฐฯ ที่มีการตรวจสอบถ่วงดุลกันระหว่างฝ่ายบริหารคือประธานาธิบดี ฝ่ายนิติบัญญัติหรือสภาคองเกรส และฝ่ายตุลาการคือศาล ซึ่งก็มีทั้งระดับรัฐบาลกลางและระดับท้องถิ่น หากเป็นประเทศที่ระบอบรัฐธรรมนูญไม่แข็งแรง ทุกคนก็จะกลัวประธานาธิบดีกันหมด แต่ที่สหรัฐฯ ไม่ใช่ โดยสาเหตุที่ศาลชั้นต้นของรัฐบาลกลางให้ผู้พิพากษาคนเดียวตัดสิน เพราะระบบของสหรัฐฯ เป็นเช่นนั้น เมื่อไปถึงศาลอุทธรณ์จะใช้องค์คณะ มีผู้พิพากษา 3 คน และพอไปถึงศาลฎีกาจะมีผู้พิพากษาทั้งหมด 9 คน

"เหตุที่ทรัมป์ยังสู้อยู่ ผมว่าส่วนตัวเขาก็คงคิดว่าตัวเองจะชนะ ก็ต้องรอดูว่าศาลอุทธรณ์จะว่าอย่างไร แต่เชื่อว่าคงจะสู้ไปจนถึงศาลฎีกา เพราะทั้ง 2 ฝ่ายก็ไม่ยอม ซึ่งหากไปถึงขั้นนั้นอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 เดือนกว่าจะได้ข้อยุติ แต่ระหว่างนี้ก็ถือว่าคำสั่งประธานาธิบดียังถูกระงับอยู่ ระหว่างนี้คุณก็จะได้เห็นคนที่มาจาก 7 ประเทศนั้นรีบเดินทางเข้ามาในสหรัฐฯ" ศ.ดร.ธเนศ

ถามว่าเหตุที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ คล้ายกับกรณีตุลาการภิวัฒน์ของไทยหรือไม่ ศ.ดร.ธเนศ ระบุว่า ต่างกันคนละเรื่องเลย เพราะของสหรัฐฯ มันคือ judicial review ไม่ใช่ judicial revolution แบบของไทย ซึ่งเกิดจากการตีความกันไปเรื่อยเปื่อย การที่ศาลของสหรัฐฯ จะเข้ามาตัดสินอะไรได้ จะต้องยึดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเป็นหลัก แม้แน่นอนว่าคำตัดสินใดๆ ย่อมส่งผลทางการเมือง แต่เวลาพิจารณาจะต้องยึดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

Image copyright Stithorn Thananithichot
คำบรรยายภาพ ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า

ศาลทำตามระบบ ไม่ใช่สิ่งแปลก และไม่ใช่ตุลาการภิวัฒน์

ด้าน ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า นักวิเคราะห์การเมืองสหรัฐฯ ระบุว่า นี่เป็นกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลปกติในระบบการเมืองของสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะมีมาตลอด ที่แปลกอาจเป็นเพราะเป็นหนึ่งในนโยบายที่นายทรัมป์ใช้หาเสียงซึ่งทุกคนจับตาอยู่แล้ว และนายทรัมป์ก็ไปปลุกมวลชนด้วยการทวิตข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียให้ออกมาสนับสนุนตัวเอง

ดร.สติธร ระบุว่า การที่ศาลออกมายับยั้งคำสั่งประธานาธิบดีไม่ถือเป็นการแทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหาร เพราะหากศาลไม่มีอำนาจเช่นนี้ ในยุคที่ประธานาธิบดีมาจากพรรคการเมืองที่เป็นเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา ไม่ว่าจะสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ก็แปลว่าประธานาธิบดีจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ

"ในสหรัฐฯ การพิพากษาของศาลจะถือว่ามีพลังมาก เพราะศาลของเขาจะมาจากการแต่งตั้งโดยคนที่มาจากการเลือกตั้ง คือประธานาธิบดีเป็นผู้เสนอ และวุฒิสภาเป็นผู้รับรอง ทำให้มีความยึดโยงกับประชาชน และมีความชอบธรรมที่จะยับยั้งการกระทำหรือลงโทษคนที่มาจากการเลือกตั้ง" ดร.สติธรกล่าว

นักวิชาการจากสถาบันพระปกเกล้ารายนี้ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีข้อแตกต่างจากปรากฎการณ์ตุลาการภิวัฒน์ในไทย 2 ประการ 1.สหรัฐฯ เป็นสหพันธรัฐ มีศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีในหลายระดับ ศาลที่ออกมายับยั้งคำสั่งประธานาธิบดีเป็นศาลรัฐบาลกลาง ซึ่งคำพิพากษาจะมีผลทั่วประเทศ ต่างกับศาลของแต่ละรัฐ ที่จะผลเฉพาะรัฐนั้นๆ ส่วนไทยเป็นรัฐเดียว คำตัดสินของศาลจะมีผลทั่วประเทศ และ 2.ตุลาการของศาลสหรัฐฯ มีความเชื่อมโยงกับชาวอเมริกัน ขณะที่ตุลาการของศาลไทยเป็นระบบปิด แต่มาลงโทษคนที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน โดยเฉพาะหลังจากมีรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่มีการส่งตุลาการเข้าไปอยู่ในองค์กรต่างๆ

"ตราบใดที่ศาลสหรัฐฯ ยังใช้อำนาจตามระบบที่มีการออกแบบมา ผมก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และยังไม่ใช่ตุลาการภิวัฒน์ซะทีเดียว" นายสติธรกล่าว

Image copyright Chris Kleponis/Pool via Bloomberg
คำบรรยายภาพ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กำลังเผชิญกับตุลาการภิวัฒน์ฉบับอเมริกัน หลังศาลรัฐบาลกลางยับยั้งคำสั่งประธานาธิบดีเรื่องห้ามคนจาก 7 ชาติมุสลิมเข้าประเทศ

ไทม์ไลน์ ทรัมป์ vs ศาลสหรัฐฯ

28 ม.ค. 2560 - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ออกคำสั่งประธานาธิบดี ให้ระงับผู้ที่มาจาก 7 ประเทศมุสลิม เป็นเวลา 90 วัน

4 ก.พ. 2560 - ผู้พิพากษาเจมส์ โรบาร์ต ของศาลชั้นต้นของรัฐบาลกลาง ในนครซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน มีคำวินิจฉัยยับยั้งไม่ให้นำคำสั่งประธานาธิบดีดังกล่าวมาใช้บังคับทั่วประเทศ หลังจากอัยการรัฐวอชิงตันยื่นคำร้อง

5 ก.พ. 2560 - กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางในรัฐวอชิงตัน

6 ก.พ. 2560 - ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในรัฐวอชิงตัน ไม่รับคำร้องขอฟื้นคำสั่งประธานาธิบดีดังกล่าว

7 ก.พ. 2560 - กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยื่นอุทธรณ์อีกครั้ง ต่อศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางในรัฐแคลิฟอร์เนีย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณา