แจงใช้ ม.44 ตรวจสอบ 7 โครงการรถไฟทางคู่ เพื่อความโปร่งใส

รถไฟ Image copyright Wasawat Lukharan/BBC Thai

หัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 ตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษขึ้นมาตรวจสอบเมกะโปรเจ็กต์ที่มีมูลค่าเกิน 5,000 ล้าน เริ่มจาก 7 โครงการรถไฟทางคู่ แจงเพื่อความโปร่งใส

พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวชี้แจงถึงการใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 11/2560 เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษขึ้นมากำกับการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการที่มีมูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป วานนี้ (23 ก.พ. 2560) ว่า ออกมาเพื่อป้องกันการทุจริต โดยจะให้คณะกรรมการชุดพิเศษเข้าไปดูขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการที่เข้าข่ายทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดทีโออาร์ การเปิดประกวดราคา ฯลฯ ทั้งนี้ จะให้กรมบัญชีกลางออกกฎระเบียบใหม่ในเรื่องของราคากลาง โดยให้ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดพิเศษ จะมี 9 ข้อ อาทิ เข้าไปตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ขั้นตอนการทำแผนจนสิ้นสุดสัญญา, สั่งการให้หน่วยงานของรัฐทำหรือไม่ทำการใดเพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม, รับและพิจารณาข้อร้องเรียนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมไปถึงผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรม ฯลฯ

ทั้งนี้ มีการนำเมกะโปรเจ็กต์จำนวน 7 โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เข้ามาอยู่ภายใต้คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 11/2560 ซึ่งทั้งหมดเป็นโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ โดยนายกฯ สามารถกำหนดโครงการอื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติมภายหลังได้

พล.อ.ประยุทธ์ ยังใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 10/2560 โยกย้ายผู้ว่าการรวมถึงบอร์ดของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทั้งหมดด้วย โดย พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯอธิบายว่า เหตุที่ต้องออกคำสั่งหัวหน้า คสช. นี้ เพราะมีข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตเข้ามาที่นายกฯจำนวนมากจนไม่อาจเพิกเฉย จึงต้องโยกย้ายบุคคลเหล่านั้นออกจากตำแหน่งในระหว่างที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนดังกล่าว