เกาหลีใต้ใช้เน็ตผ่านมือถือเร็วที่สุดในโลก ส่วนไทยติด 20 อันดับท้าย

มือถือ, เน็ตเร็ว, โทรศัพท์, ความเร็วการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, เกาหลีใต้, โอเพนซิกแนล Image copyright ED JONES/AFP/Getty Images

บริษัทโอเพนซิกแนล ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับโทรศัพท์มือถือ เผยผลจัดอันดับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือจาก 87 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2017 เมื่อวานนี้ (28 ก.พ.) อ้างอิงข้อมูลที่รวบรวมจากผู้ใช้งานแอปพลิเคชันโอเพนซิกแนล ประมาณ 1.09 ล้านคนทั่วโลก พบว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านมือถือสูงที่สุดในโลก ที่ความเร็วเฉลี่ย 37.5 Mbps

ส่วนประเทศที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านมือถือเร็วติดอันดับ 2-10 ของโลก ได้แก่ นอร์เวย์ ฮังการี สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ลิทัวเนีย สวีเดน และญี่ปุ่น

ผลจัดอันดับดังกล่าวรวบรวมจากข้อมูลการใช้งานจริงของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันโอเพนซิกแนลในแต่ละประเทศทั่วโลก ทั้งผู้ใช้ระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ พบว่าประเทศในแถบเอเชียตะวันออกและยุโรปมีความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น และมีเครือข่าย 4G และ LTE รองรับการใช้งานของผู้ใช้งานได้อย่างมีเสถียรภาพ แต่ก็ยังมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถืออีกเป็นจำนวนมากที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไร้สายไว-ไฟ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศที่ยังไม่รองรับเครือข่าย 4G

Image copyright NICOLAS ASFOURI/AFP/Getty Images

ขณะที่ไทยมีความเร็วเฉลี่ยในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านมือถืออยู่ที่ประมาณ 6.09 Mbps ติดอยู่ในกลุ่ม 20 ประเทศรั้งท้ายในการจัดอันดับของโอเพนซิกแนลครั้งนี้ ส่วนประเทศอื่นๆ ที่ติดกลุ่มเดียวกัน ได้แก่ กัวเตมาลา คาซัคสถาน อิหร่าน นิคารากัว สาธารณรัฐโดมินิกัน กัมพูชา โบลิเวีย ปารากวัย ซาอุดิอาระเบีย เมียนมา กานา อินโดนีเซีย อินเดีย ไนจีเรีย ปากีสถาน ศรีลังกา เวเนซูเอลา ฟิลิปปินส์ และคอสตาริกา

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 ก.พ. องค์กรปกป้องผู้สื่อข่าว (CPJ) ซึ่งเป็นองค์กรสื่อระหว่างประเทศ ยังได้เผยแพร่แถลงการณ์แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ด้านอินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์ในประเทศไทย โดยระบุว่าร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ฉบับแก้ไข มีผลกระทบต่อเสรีภาพของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย โดย CPJ อ้างถึงเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งระบุว่าจะต้องมีคณะกรรมการพิจารณาเนื้อหาที่เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ เข้าข่ายการควบคุมและปิดกั้นสื่อ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง