ศาลยกฟ้องคดีสร้างท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหิน จ.กระบี่มิชอบ

โรงไฟฟ้า Image copyright AP
คำบรรยายภาพ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใน จ.กระบี่ถูกคัดค้านอย่างหนัก จนล่าสุด นายกรัฐมนตรีประกาศให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งทำ EIA และ EHIA ใหม่

ศาลปกครองกลาง ยกฟ้องคดีสมาคมโลกร้อนร้องขั้นตอนสร้างท่าเทียบเรือถ่านหิน จ.กระบี่ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เหตุ ทส. ออกประกาศกำหนดเขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแล้ว เมื่อปี 2559

ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา ในวันนี้ (2 มี.ค. 2560) "ยกฟ้อง" คดีที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนกับพวก รวม 45 คน ยื่นฟ้องการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ขอให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ซึ่งจะใช้ขนถ่ายถ่านหินไปยังโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ที่จะถูกสร้างขึ้นในอนาคต เนื่องจากมีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญในคำฟ้อง อยู่ที่ว่า ทส. ดำเนินการล่าช้า กรณียื่นให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ขยายเวลาการบังคับใช้ประกาศ ทส. เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในปี 2555 ล่าช้าเกินควร จนทำให้ไม่มีการขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศ ทส. ในท้ายสุด

แต่ศาลชี้ว่า การเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นการดำเนินงานภายในของสำนักงานเลขาธิการนายกฯ (สลน.) ซึ่งไม่อยู่ในการบังคับบัญชาของ ทส. และต่อมาก็มีการบังคับใช้ประกาศ ทส. ดังกล่าวใหม่ในปี 2559

"เหตุแห่งการฟ้องคดีจึงหมดไป จึงพิพากษายกฟ้อง" คำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ระบุ

นายศรีสุวรรณกล่าวกับบีบีซีไทยเรื่องการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดว่า ขอศึกษาคำพิพากษาก่อนว่าศาลปกครองให้เหตุผลในการยกฟ้องอย่างไร หากจำเป็นต้องอุทธรณ์ก็จะยื่นอุทธรณ์ แต่ส่วนตัวมองว่าไม่มีนัยยะสำคัญอะไรแล้ว เพราะสมาคมฯ ฟ้องให้ ทส. ออกประกาศกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ทส. ก็ชิงออกมาก่อนเมื่อปี 2559

"แต่ผมกำลังดูอยู่ว่า ขั้นตอนที่ปลัด ทส. ยื่นต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ออกประกาศดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะจะมีผลต่อการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรายงานผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน (อีเอชไอเอ) ของโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วต่อไป" นายศรีสุวรรณกล่าว

สำหรับโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือคลองรั้ว จะเป็นการสร้างท่าเทียบเรือขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในการขนส่งถ่านหินไปยังโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ระยะทาง 8.7 กิโลเมตร โดยเอกสารประชาสัมพันธ์ของ กฟผ. อ้างว่าเป็นระบบปิด และสร้างใกล้กับท่าเทียบเรือที่ใช้ขนส่งน้ำมันเตามาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งไม่เคยสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมใดๆ