5 เกร็ดน่ารู้ เกี่ยวกับสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ

ในวโรกาส สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น เสด็จเยือนประเทศไทยระหว่าง วันที่ 5-6 มีนาคม นี้ บีบีซีไทยขอนำเสนอ 5 ประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับ พระจักรพรรดิลำดับที่ 125 ของราชวงศ์ญี่ปุ่นที่มีอายุยืนยาวเกือบ 2,700 ปี

Image copyright AP

สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีจะเสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินจากเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม มาถึงกรุงเทพมหานคร ในช่วงบ่ายของวันที่ 5 มี.ค. หลังจากนั้น จะทรงเข้าวางหรีด เพื่อเคารพพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และลงนามในสมุดไว้อาลัย ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และ เข้าเฝ้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในการพระบรมราชปฏิสันถาร ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

Image copyright AFP PHOTO/POOL

ก่อนเสด็จพระราชดำเนินออกจากกรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 28 ก.พ. สมเด็จพระจักรพรรดิทรงตรัสถึงความสัมพันธ์ของสองราชวงศ์ และความสำคัญของการเสด็จเยือนประเทศไทยว่า "สมเด็จพระจักรพรรดินีและข้าพเจ้ามีความสัมพันธ์และมิตรภาพที่ยืนยาวใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มากว่า 50 ปี"

Image copyright Getty Images

การเสด็จเยือนเวียดนาม และ ไทยครั้งนี้ เป็นการเสด็จพระราชดำเนินต่างประเทศครั้งแรก หลังทรงมีกระแสพระราชดำรัสต่อสาธารณชนว่า มีพระราชประสงค์ที่จะสละราชสมบัติ

หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ได้สรุป 5 ประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับราชวงศ์ญี่ปุ่นไว้ ดังนี้

1. ราชวงศ์ที่มีประวัติยาวนาน

Image copyright Reuters

ราชวงศ์ญี่ปุ่น มีประวัติการสืบราชบัลลังก์ติดต่อกันมายาวนานที่สุดในโลก โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์ที่ 125 ในสายการสืบสันตติวงศ์ นับตั้งแต่ญี่ปุ่นก่อตั้งประเทศขึ้น เมื่อ 600 ปีก่อนคริสต์กาล ในรัชสมัยของจักรพรรดิจิมมุ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นลูกของเทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์

แม้ว่าพระราชประวัติของกษัตริย์ 25 พระองค์แรกของญี่ปุ่นจะไม่มีบันทึกชัดเจนและเต็มไปด้วยตำนานเล่าขาน แต่ก็มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพียงพอ ที่จะสามารถระบุได้ว่า มีการสืบทอดการปกครองมาตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 500 จนกระทั่งทุกวันนี้

ตามราชประเพณีสมัยใหม่ หลังจากที่จักรพรรดิเสด็จสวรรคต จะมีการเปลี่ยนพระนาม เพื่อสะท้อนยุคสมัยแห่งการปกครองนั้น ๆ โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ที่ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี 1989 จะทรงพระนามใหม่ว่า เฮเซ(แปลว่า "สันติสุขทุกแห่งหน") ส่วนสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ พระราชบิดาที่ทรงนำพาประเทศในช่วงสงครามโลก ก็ได้ทรงพระนามหลังจากเสด็จสวรรคตว่า โชวะ ซึ่งแปลว่า "ญี่ปุ่น ที่โชติช่วง"

2. จักรพรรดิผู้ทรงเป็นทั้งมนุษย์ และสมมุติเทพ

จักรพรรดิของญี่ปุ่น ทรงเป็นประมุขของประเทศและเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในศาสนาชินโต ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกสมัยใหม่ ที่ยังคงเรียกประมุขของประเทศว่า จักรพรรดิอยู่ โดยในภาษาญี่ปุ่น ใช้คำว่า "เทนโน" หรือ "อธิปไตยจากสรวงสวรรค์" เท่ากับการยอมรับแนวคิดที่ว่า ราชวงศ์ของตนเป็นลูกหลานของพระเจ้า ซึ่งในประวัติศาสตร์ ราชวงศ์ญี่ปุ่นถือว่ามีเทวสิทธิ์ที่จะปกครองประเทศ แต่ภาพลักษณ์ความเป็นสมมุติเทพของกษัตริย์นี้ เพิ่งจะถูกริเริ่มขึ้นเมื่อไม่กี่ศตวรรษที่ผ่านมา

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ จักรพรรดิญี่ปุ่นทรงเป็นประมุขของประเทศและผู้มีอำนาจสูงสุดในศาสนาชินโต

ไม่นานหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ได้ทรงมีพระราชดำรัส ในฐานะส่วนหนึ่งของการยอมรับความพ่ายแพ้ในสงคราม ยกเลิกสิ่งที่พระองค์เรียกว่า "แนวคิดผิด ๆ ที่ว่า จักรพรรดิเป็นพระเจ้า" และในรัฐธรรมนูญปี 1947 ของญี่ปุ่น จักรพรรดิญี่ปุ่น ได้กลายเป็น "สัญลักษณ์ของรัฐ และความเป็นหนึ่งเดียวกันของประชาชน" หรือ ผู้นำแต่ในนามซึ่งไม่มีอำนาจทางการเมือง

3. นักวิทยาศาสตร์มือสมัครเล่น

นับตั้งแต่แต่ปี 1869 เป็นต้นมา ทุกวันเริ่มต้นปีใหม่ หลังจากที่สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ ได้ฟื้นฟูอำนาจของจักรพรรดิและนำพาญี่ปุ่นสู่เส้นทางการพัฒนาความทันสมัยและการพัฒนาอุตสาหกรรม จักรพรรดิจะทรงเป็นประธานในการปาฐกถาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ โดยสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ราชโอรสพระองค์โต ทรงสนพระทัยในหัวข้อชีววิทยาทางทะเล

สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ ทรงเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับโฮโดรซัว ซึ่งเป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่มีสายพันธุ์เชื่อมโยงกับแมงกะพรุน ส่วนสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปลาบู่ โดยทรงเขียนบทความ 38 ฉบับเกี่ยวกับปลาชนิดนี้ และยังมีปลาสายพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการตั้งชื่อตามพระนามด้วย

4. สตรีผู้ทรงอำนาจ

ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น สตรีมีสิทธิขึ้นครองราชย์และปกครองประเทศได้ แต่เท่าที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีพระจักรพรรดินีเพียงแปดพระองค์เท่านั้น

Image copyright AP
คำบรรยายภาพ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงครองราชย์มาตั้งแต่ปี 2532 โดยทรงผ่านการผ่าตัดพระหทัยและการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากมาแล้ว

ก่อนหน้าศตวรรษที่ 20 จักรพรรดิของญี่ปุ่นจะทรงมีพระชายาเพียงหนึ่งพระองค์และมีพระสนมหลายพระองค์ โดยทั้งหมดล้วนเป็นสตรีจากครอบครัวขุนนาง ส่วนสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อภิเษกสมรสกับสามัญชนเมื่อครั้งที่ยังทรงเป็นมกุฎราชกุมาร โดยทรงอภิเษกสมรสกับนางสาวมิชิโกะ โชดะ เมื่อปี 1956 หลังจากที่พบกันที่สนามเทนนิส ซึ่งต่อมาได้ทำให้เกิดกระแสนิยมกีฬาเทนนิสขึ้นในญี่ปุ่น

มกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ พระราชโอรสพระองค์โตในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงอภิเษกสมรสกับหญิงสามัญชนเช่นกัน เจ้าหญิงมาซาโกะ โอวาดะ เป็นอดีตนักการทูต อย่างไรก็ตามแพทย์เคยถวายการวินิจฉัยว่า เจ้าหญิงมาซาโกะ มีพระอาการทางจิตเวช ซึ่งเชื่อกันว่า มีสาเหตุมาจากการที่ทรงต้องเผชิญแรงกดดันให้มีประสูติกาลผู้สืบราชบัลลังก์เป็นพระโอรส

Image copyright AFP PHOTO / Imperial Household Agency
คำบรรยายภาพ มกุฎราชกุมารนารุฮิโตะทรงอภิเษกสมรสกับหญิงสามัญชน

ภายใต้กฎมณเทียรบาลของสำนักพระราชวังญี่ปุ่นปัจจุบัน ผู้สืบราชสันตติวงศ์จะต้องเป็นชายเท่านั้น แม้ว่าจะเคยมีการพิจารณาเรื่องนี้ในระยะสั้น ๆ เมื่อปี 2005 เพื่อเปิดทางให้ผู้หญิงขึ้นเป็นจักรพรรดิได้ แต่ก็ล้มเลิกไป เมื่อเจ้าหญิงคิโกะ พระชายาในเจ้าชายอะกิชิโนะ ทรงมีประสูติกาลพระโอรสซึ่งจะมีสิทธิ์ในการสืบราชบัลลังก์ได้

5. ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ

ปัจจุบัน สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงประทับอยู่ที่พระราชวังหลวงในกรุงโตเกียว ที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานที่มีลักษณะเป็นสวน ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในที่ดินผืนที่แพงที่สุดในโลก โดยภายในพระราชวังหลวงนี้ มีทั้งที่ประทับ สำนักงานของสำนักพระราชวัง และพิพิธภัณฑ์

นอกจากนี้ กษัตริย์ญี่ปุ่นมักจะถูกอ้างอิงถึง โดยใช้คำว่า ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ หรือ chrysanthemum throne ตามลักษณะของบัลลังก์ที่มีรูปดอกเบญจมาศ ที่เรียกว่า ทาคามิคุระ ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิจะประทับในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง