ชะตากรรมแม่น้ำโขง หลังจีนก่อตั้งสำนักเลขาธิการฯ แม่น้ำระหว่างประเทศ

แม่น้ำโขง, กรอบความร่วมมือการประชุมแม่น้ำล้านช้าง-โขง, คณะกรรมาธิการลุ่มแม่น้ำโขง, MRC, หวัง อี้, กระทรวงการต่างประเทศจีน, ไก, สาหร่ายน้ำจืด, เชียงของ, เชียงราย, ผลกระทบ, เขื่อน, มณฑลยูนนาน, แม่น้ำล้านช้าง, สำนักเลาขาธิการความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-โขง Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

กระทรวงการต่างประเทศของจีนเผยความคืบหน้าการก่อตั้งสำนักเลขาธิการความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-โขง ระหว่างจีนและ 5 ประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงไทย หลังการประชุมกรอบความร่วมมือเริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว

รัฐบาลจีนเผยความคืบหน้าการประชุมกรอบความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-โขง ระหว่างจีนและประเทศลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 5 ชาติ ได้แก่ ไทย ลาว เมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม ก่อนถึงวันครบรอบ 1 ปีการประชุมครั้งแรกช่วงปลายเดือน มี.ค. พบว่ามีความร่วมมือและโครงการต่างๆ เกิดขึ้นใหม่ รวม 45 โครงการ และมีการก่อตั้งสำนักเลขาธิการความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-โขง อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีนเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา

นายหวัง อี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่า 6 ประเทศที่เข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-โขง มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด และเป็นหุ้นส่วนที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน ซึ่งเบื้องต้นมีความคืบหน้าที่ดีเกิดขึ้นในหลายโครงการ รวมถึงการตั้งคณะทำงานร่วมในภูมิภาค แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความเอาจริงเอาจังในการดำเนินตามกรอบการประชุมดังกล่าว

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

สำนักข่าวซินหัวและโกลบอลไทม์สของจีนรายงานว่า ตัวแทนทางการทูตของ 5 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เข้าร่วมพิธีเปิดสำนักเลขาธิการความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-โขง ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารส่วนหนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศจีนในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่การประชุมกรอบความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-โขงครั้งต่อไปจะจัดขึ้นช่วงครึ่งหลังของปี 2560 และต้นปี 2561

ทั้งนี้ การประชุมกรอบความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-โขง เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 22-24 มีนาคม 2559 โดยรัฐบาลจีนเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่เมืองซานย่า มณฑลไห่หนาน ซึ่งในครั้งนั้น นายชัยยุทธ สุขศรี กรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า การประชุมความร่วมมือดังกล่าวอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในแม่น้ำโขง เพราะกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำเสนอต่อที่ประชุม ยังเน้นที่ประเด็นการจัดการภายในประเทศ แต่ระดับระหว่างประเทศยังไม่มีแนวทางเป็นรูปธรรมชัดเจน และจะซ้ำซ้อนกับการทำงานของคณะกรรมาธิการลุ่มแม่น้ำโขง (MRC) ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง 5 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงในอาเซียน

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ขณะที่ต้นเดือน มี.ค.2560 ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากรธรรมชาติ ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้จัดประชุมพิจารณาข้อร้องเรียนของชาวบ้านที่อาศัยบริเวณลุ่มน้ำโขง ซึ่งมีความกังวลว่ามติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2559 ซึ่งเห็นชอบให้มีการสำรวจปรับปรุงร่องน้ำในแม่น้ำโขงรอบใหม่ จะนำไปสู่การระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขงบริเวณจังหวัดเชียงรายของไทย

สำนักข่าวชายขอบรายงานอ้างอิงนางเตือนใจ ดีเทศน์ ประธานอนุกรรมการสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร กสม. ซึ่งระบุว่า รัฐบาลได้มอบหน้าที่การดำเนินการเกี่ยวกับแม่น้ำโขงให้กับกรมเจ้าท่าและกรมทรัพยากรน้ำ แต่ กสม. เห็นว่าทั้งคู่เป็นหน่วยงานที่เล็กเกินไปที่จะดูแลให้ครอบคลุมได้ เมื่อเทียบกับเนื้องานและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทางคณะอนุกรรมการฯ จึงเห็นร่วมกันที่จะเสนอต่อรัฐบาลให้สร้างกลไกการบริหารของไทยต่อประเด็นแม่น้ำโขงให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศร่วมกับองค์กรสากลอื่นๆ ด้วย

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เผยว่าโครงการสำรวจปรับปรุงร่องน้ำในแม่น้ำโขงตามมติ ครม.วันที่ 27 ธ.ค.2559 ยังไม่ได้เริ่มขึ้นแต่อย่างใด และรัฐบาลจะพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินงานเพิ่มเติมก่อน

ตามรอยวิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง

บีบีซีไทยเก็บภาพบรรยากาศบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงในอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย เพื่อสะท้อนวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ซึ่งยังคงผูกพันกับแม่น้ำโขง เมื่อเดือน ม.ค.-ก.พ. ที่ผ่านมา

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

แม่น้ำโขงยังคงเป็นแหล่งหาปลาที่สำคัญของชาวประมงในพื้นที่ แต่หลายปีที่ผ่านมา กระแสน้ำในแม่น้ำโขงขึ้นและลงไม่เป็นธรรมชาติ แต่ขึ้นกับการปล่อยน้ำจากเขื่อนในมณฑลยูนนานของจีน ซึ่งสร้างอยู่บนแม่น้ำโขงตอนบนตั้งแต่ปี 2539

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

อีกหนึ่งอาชีพของชาวบ้านในอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งขะมักเขม้นลงย่ำแม่น้ำโขงทุกเช้า คือ การลงไปเก็บสาหร่ายน้ำจืดที่เรียกว่า "ไก"

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ทุกเช้าในช่วงเดือน พ.ย.-มี.ค.ของทุกปี ชาวบ้านจะลงมายังแม่น้ำโขงแห่งนี้ เพื่อเก็บไกไปประกอบอาหาร รวมถึงนำไปขายเพื่อหารายได้

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

สาหร่ายชนิดนี้จะเกาะอยู่ตามก้อนหินในแม่น้ำโขง แต่คนหาไกกลุ่มหนึ่งเปิดเผยกับบีบีซีไทยว่าการสร้างเขื่อนในจีนและการปล่อยน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เรือจีนที่ล่องแม่น้ำโขงเข้ามายังน่านน้ำไทยและลาว ส่งผลกระทบต่อการหาไก เพราะในบางครั้งกระแสน้ำที่ปล่อยมามีความแรงจนทำให้ไกหลุดจากก้อนหิน

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

บางกลุ่มก็มากันเป็นครอบครัว มีการกางร่ม พร้อมนำเด็กมาช่วย

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ตะกร้าสาน เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์คู่ใจของชาวบ้านที่ประกอบอาชีพนี้

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

หลังจากเก็บไกได้ตามต้องการ ชาวบ้านก็จะนำไกมาล้างทำความสะอาด ก่อนจะนำไปตากแห้ง

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ในแต่ละวัน ชาวบ้านหารายได้จากการหาไกได้ถึงประมาณ 400-2,000 บาท และคนหาไกบางรายระบุว่าหากมีการระเบิดเกาะแก่งตามโครงการสำรวจปรับปรุงร่องแม่น้ำ อาจจะทำให้ชาวบ้านหาไกได้ยากขึ้น