เพิ่มเติม:ไผ่ ดาวดิน ได้สอบวิชาสุดท้ายในเรือนจำแล้ว

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" ถูกดำเนินคดีจากการแชร์บทความของบีบีซีไทย Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" ถูกดำเนินคดีจากการแชร์บทความของบีบีซีไทย

เว็บไซต์ข่าวไทยรัฐ และมติชน รายงานวานนี้ (17 มี.ค.) ว่า นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้สอบวิชาสุดท้ายภายในทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นหลังยื่นคำร้องไปเมื่อเดือน ก.พ. ขณะที่นักศึกษาอย่างน้อย 4 คน ถูกศาล จ.ขอนแก่น ออกหมายเรียกข้อหา "ละเมิดอำนาจศาล" หลังไปให้กำลังใจไผ่ ดาวดิน ระหว่างพิจารณาคดีแชร์ข่าวบีบีซีไทย ด้านอดีตผู้พิพากษาระบุ ความผิดนี้ต้องกระทำภายในบริเวณศาลเท่านั้น

นายจุตภัทร์ ได้เข้าสอบวิชาวิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐานภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นวิชาสุดท้ายของหลักสูตรคณะนิติศาสตร์ที่นายจตุภัทร์ศึกษาอยู่ โดยมีเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย 2 คน ดำเนินการจัดสอบ และเจ้าหน้าที่ของทัณฑสถานฯ อำนวยความสะดวกจัดเตรียมสถานที่พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยนายจตุภัทร์ใช้เวลาทำข้อสอบทั้งสิ้น 3 ชม. ซึ่งเป็นการดำเนินการตามที่นายจุตภัทร์ได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ขอความอนุเคราะห์ให้ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ติดต่อประสานงานกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดสอบการวัดความรู้คอมพิวเตอร์ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในวันที่ 17 มี.ค.

ก่อนหน้านี้กลุ่มนักศึกษาจากเครือข่ายนักศึกษา 4 ภาค ที่เดินทางไปให้กำลังใจและเรียกร้องให้ศาลปล่อยตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" ซึ่งถูกดำเนินคดีในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการแชร์บทความของบีบีซีไทย เรื่อง "พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่" ทางเฟซบุ๊กส่วนตัว บริเวณหน้าศาลจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา อย่างน้อยสี่คน ถูกออกหมายเรียกในข้อหา "ละเมิดอำนาจศาล"

Image copyright เฟซบุ๊ก พลเมืองคนรุ่นใหม่ - NGC
คำบรรยายภาพ นายณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์ หนึ่งในผู้ถูกออกหมายเรียก อ้างว่าในวันที่ 10 ก.พ. กลุ่มนักศึกษาได้จัดกิจกรรมให้กำลังใจไผ่ภายนอกบริเวณศาลจังหวัดขอนแก่น

นายณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์ นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ตัวแทนกลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่ หนึ่งในผู้ที่ถูกศาลออกหมายเรียก เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ตนได้รับแจ้งจากทางคณะวานนี้ (16 มี.ค.) ว่ามีหมายเรียกจากศาลจังหวัดขอนแก่น โดยเนื้อหาในหมายเรียกระบุว่า ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดขอนแก่น กล่าวหาว่าตนกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล และศาลได้นัดให้ตนเดินทางไปแก้ข้อกล่าวหา ในการพิจารณาคดีวันที่ 24 เม.ย. นี้ เวลา 09.00 น.

นายณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์วันนั้น พวกตนไปให้กำลังใจไผ่ แต่เนื่องจากศาลใช้วิธีพิจารณาคดีลับ จึงไปทำกิจกรรมอยู่หน้าศาลข้างนอกรั้ว อ่านบทกวี ร้องเพลง รวมถึงอ่านคำแถลงการณ์ของเครือข่ายฯ ว่าจะสู้กับระบบยุติธรรม ที่ไม่ยุติธรรม

"ผมมองว่ามันนอกศาลไปแล้ว ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับศาล การที่เราเลือกทำตรงนั้นเป็นการลดความเสี่ยง เราคิดว่าไม่โดนอยู่แล้วเพราะอยู่ข้างนอก" นายณรงค์ฤทธิ์กล่าว

ทั้งนี้ ในวันที่ 10 ก.พ. ศาลจังหวัดขอนแก่นได้พิจารณาคำฟ้องนายจตุภัทร์จากอัยการจังหวัดขอนแก่น ก่อนจะมีมติรับคำฟ้อง โดยปัจจุบัน นายจตุภัทร์อยู่ระหว่างถูกคุมขังในทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น หลังศาลปฏิเสธคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวครั้งที่เจ็ด ไปเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา

ข้อมูลจากเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า นอกจากนายณรงค์ฤทธิ์แล้ว ยังมีนักกิจกรรมอีกอย่างน้อยสามคนที่ได้รับหมายเรียกในคดีเดียวกัน ประกอบด้วย นายพายุ บุญโสภณ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มข. จากกลุ่มดาวดิน, นายฉัตรมงคล เจนเชี่ยวชาญ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มข. จากกลุ่มดาวดิน และ น.ส.เอ (นามสมมุติ) นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มข.

นายบดินทร์ สมบัติดี ทนายความจากศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม ซึ่งรับผิดชอบคดีให้กับนักศึกษากลุ่มดังกล่าว กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ตนจะนัดประชุมทีมงานเพื่อแต่งตั้งทนายความไปตรวจสำนวนในศาล เพื่อดูว่าผู้กล่าวหาเอาข้อเท็จจริงส่วนใดมากล่าวหาผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากในหมายเรียกระบุแค่ว่าเป็นความผิดฐาน "ละเมิดอำนาจศาล" เท่านั้น

"ผมยังไม่เห็นคลิปวีดิโอที่อ้างถึงในหมายเรียก แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นการยืนร้องเพลงกันหน้าศาล ซึ่งส่วนตัวมองว่าหากเป็นการกระทำแค่นั้น ก็ไม่ถึงขนาดเป็นการละเมิดอำนาจศาล แต่ต้องดูด้วยว่ามีการกระทำอื่นๆ นอกจากนั้นด้วยหรือไม่" นายบดินทร์กล่าว

Image copyright ณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์
คำบรรยายภาพ หมายเรียกในคดี "ละเมิดอำนาจศาล" ที่นักศึกษาอย่างน้อย 4 คน ได้รับ หลังไปทำกิจกรรมให้กำลังใจนายจตุภัทร์ หน้าศาลจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา

อดีตผู้พิพากษาชี้ ความผิดนี้ครอบคลุมเฉพาะ "บริเวณศาล"

น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ให้ความเห็นว่า มาตรา 30 ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งเกี่ยวกับการละเมิดอำนาจศาล ครอบคลุมเฉพาะ "บริเวณศาล" เท่านั้น โดยมีบทลงโทษคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อดีตผู้พิพากษาศาลฎีการายนี้ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าศาลจะสามารถจำคุกผู้กระทำผิดได้เลยโดยไม่ต้องสืบพยาน แต่ศาลแทบจะไม่ได้ใช้อำนาจที่เกี่ยวกับการละเมิดอำนาจศาล ส่วนมากถ้าแสดงกิริยาไม่เรียบร้อย เช่น เถียงในศาล ศาลก็มักจะห้ามไม่ให้ทำเอะอะเสียงดัง เท่าที่เคยเห็นมีการลงโทษคือพกอาวุธเข้าไปในบริเวณศาล จึงตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 6 เดือน

"มันต้องเป็นเรื่องที่เกิดความไม่สงบเรียบร้อยจริงๆ ศาลถึงจะใช้" น.ส.สมลักษณ์กล่าว

น.ส.สมลักษณ์กล่าวว่า สมัยตนเป็นผู้พิพากษา มีการพูดเรื่องการละเมิดอำนาจศาลว่าเป็นการล่วงล้ำสิทธิคนภายนอก และอยากให้ศาลยกเลิกข้อบังคับ แต่ศาลไม่สามารถยกเลิกได้ เนื่องจากมีบางคนเข้าไปในบริเวณศาลและทำกิริยาไม่เรียบร้อย

"มันต้องเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะใช้หรือไม่ใช้ ถ้าใช้อย่างไม่มีเหตุมีผล ศาลจะโดนกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิเสรีภาพ แต่ถ้าจะให้เลิก มันลำบากกับคู่ความ เพราะศาลจะรักษาความสงบไม่ได้ในการพิจารณาคดี" น.ส.สมลักษณ์ระบุ