ประยุทธ์วอนเอ็นจีโอหยุด "ปิดหูปิดตา" ค้านทุกโครงการพัฒนาประเทศ

ประยุทธ์ จันทร์โอชา Image copyright LILLIAN SUWANRUMPHA/AFP/Getty Images

นายกฯ วอนเอ็นจีโอคำนึงถึงประโยชน์ส่วนร่วมบ้าง หยุดปิดหูปิดตาค้านทุกโครงการพัฒนา ชี้ถ้าเกิดปัญหาในอนาคตจะมาโทษ คสช. ไม่ได้ เพราะคิดไว้หมดแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน" ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วานนี้ (25 มี.ค.) โดยเรียกร้องให้องค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอ ทั้งไทยและต่างชาติ ทำความเข้าใจบทบาทของภาครัฐที่ดำเนินบางโครงการเพื่อประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ และทำกิจกรรมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนร่วมด้วย อย่ามุ่งแต่ประเด็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิมนุษยชนหรือสิ่งแวดล้อมเท่านั้น

"อย่าไปคิดอะไรแบบตกขอบ มองข้ามประเด็นส่วนรวม อย่าทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง ปิดหู ปิดตา คัดค้านตลอดเวลา โดยไม่ชั่งน้ำหนัก" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวชี้แจงว่า ทุกโครงการของรัฐมีทั้งส่วนที่ได้และเสีย จะทำอย่างไรให้ได้คุ้มกับที่เสียไป ไม่ว่าจะเรื่องผังเมือง พลังงาน คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สนามบิน ท่าเรือ ถนน ฯลฯ

นายกฯ ยังกล่าวว่า หากรัฐเริ่มโครงการพัฒนาต่างๆ ไม่ได้ ก็จะเกิดความเดือดร้อนภายหลัง ทั้งน้ำท่วม ฝนแล้ง พลังงานไม่พอ เป็นต้น แล้วจะมาโทษรัฐบาล คสช. ไม่ได้ เพราะคิดและวางแผนมาทุกเรื่องแล้ว แต่ติดตรงทำไม่ได้ เพราะมีคนต่อต้านอยู่ตลอด

แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ได้ระบุถึงเอ็นจีโอกลุ่มใดเป็นพิเศษ แต่สำหรับการเคลื่อนไหวของเอ็นจีโอล่าสุด ที่ทำให้รัฐบาล คสช.ต้องยอมถอยยุติโครงการที่กำลังจะเดินหน้า ได้แก่ เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ที่นัดชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล ช่วงกลางเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ จนรัฐบาลยอดยุติการผลักดันโครงการดังกล่าว โดยนายกฯสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ใหม่ รวมถึงออกคำสั่ง คสช. ที่ 4/2560 และ 5/2560 ตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการรับฟังความเห็นเรื่องพลังงานในภาคใต้ โดยให้สรุปผลการรับฟังความเห็นในวันที่ 28 เม.ย. นี้ ซึ่งถูกนักวิชาการบางคนมองว่า กระบวนการอาจรวบรัดเกินไป