ประเมินเก็บภาษีหุ้นชินฯจากทักษิณ 1.7 หมื่นล้านบาท

สื่อหลายสำนักระบุว่า อดีตนายกฯทักษิณ ถูกประเมินเรียกเก็บภาษีขายหุ้นชินฯ ถึงกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท Image copyright TORSTEN BLACKWOOD/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ สื่อหลายสำนักระบุว่า อดีตนายกฯทักษิณ ถูกประเมินเรียกเก็บภาษีขายหุ้นชินฯ ถึงกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท

สื่อหลายสำนักเผยกรมสรรพากรประเมินเก็บภาษีขายหุ้นชินคอร์ปจากทักษิณ ชินวัตร 1.7 หมื่นล้าน เตรียมแปะหมายหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า พรุ่งนี้

วันนี้ (27 มี.ค.) สื่อไทยหลายสำนักรายงานตรงกัน โดยอ้างข้อมูลจาก "แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง" ว่า กรมสรรพากรได้ข้อสรุปเรื่องการประเมินเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2549 แล้วว่าจะมีมูลค่าประมาณ 17,000 ล้านบาท

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ รายงานว่า ที่มาของตัวเลขภาษี 1.7 หมื่นล้านบาท เป็นทั้งเงินภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม โดยใช้แนวทางการประเมินจากการซื้อขายหุ้นราคาต่ำกว่าราคาตลาด โดยซื้อมาในราคาหุ้นละ 1 บาท แต่ขายไปหุ้นละ 49.25 บาท

ด้านเว็บไซต์หนังสือพิมพ์มติชน รายงานว่า ในวันที่ 28 มี.ค. นี้ กรมสรรพากรจะนำหมายการประเมินเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปมูลค่าประมาณ 17,000 ล้านบาทดังกล่าว ไปปิดที่หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยนายทักษิณมีสิทธิในการยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน

ทั้งนี้ นอมินีของนายทักษิณซื้อหุ้นชินคอร์ป จากบริษัท แอมเพิลริช จำกัด มาในราคาเพียงหุ้นละ 1 บาท ก่อนที่จะขายหุ้นต่อในราคาตลาดขณะนั้น คือหุ้นละ 49.25 บาท จำนวน 1,487 ล้านหุ้น ให้กับกองทุนเทมาเส็กของประเทศสิงคโปร์ รวมเป็นเงินกว่า 73,271 ล้านบาท

สำหรับปัญหาการเรียกเก็บภาษีในคดีนี้ คือเรื่องของอายุความ ซึ่งเดิมจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มี.ค. นี้ แต่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนสามารถหาช่องทางในการเรียกเก็บภาษีจากนายทักษิณโดยไม่ต้องกังวลกับอายุความดังกล่าว ซึ่ง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายวิษณุได้รายงานถึงช่องทางการเรียกเก็บภาษีจากนายทักษิณต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยใช้คำว่า "อภินิหารทางกฎหมาย"

Image copyright Royal Thai Government
คำบรรยายภาพ การเก็บภาษีขายหุ้นชินฯ ครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยวิธีการที่นายวิษณุระบุว่าเป็น "อภินิหารทางกฎหมาย"

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของนายทักษิณ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ยังไม่เห็นหนังสือจากกรมสรรพากร จึงยังไม่รู้ว่ามีการประเมินการเรียกเก็บภาษีจากนายทักษิณดังกล่าวจริงหรือไม่ และถ้าดูจากข่าวก็บอกว่าจะมีการนำหมายไปแปะที่บ้านจันทร์ส่องหล้าในวันที่ 28 มี.ค. จึงอยากให้รอดูวันพรุ่งนี้ก่อน

"แต่หากมีการประเมินเรียกเก็บภาษี 17,000 ล้านบาทจริง ทางคุณทักษิณก็คงจะตั้งทีมทนาย และใช้สิทธิในการยื่นอุทธรณ์ตามกฎหมายต่อไป" นายนพดลกล่าว

วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เดินทางไปยื่นหนังสือต่อกรมสรรพากรให้ยุติการเรียกเก็บภาษีดังกล่าวจากนายทักษิณ เนื่องจากไม่มีเหตุแห่งการประเมินและหมดอายุความไปแล้ว พร้อมระบุว่า หากกรมสรรพากรยังเดินหน้าต่อไป ตนจะขออาสารับมอบอำนาจจากนายทักษิณยื่นฟ้องตรงต่อศาลว่าผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

"ผมไม่ได้กังวลเรื่องคุณทักษิณ แต่ผมกังวลแทนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมากกว่า คดีนี้จะเรียกเก็บภาษีไม่ได้ เพราะมันไม่มีเหตุแห่งการประเมินแล้ว" นายเรืองไกรกล่าวกับบีบีซีไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง