อดีตรัฐมนตรีประยุทธ์ 1 ดาหน้าค้านบรรษัทพลังงานฯ

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล Image copyright AFP/PORNCHAI KITTIWONGSAKUL
คำบรรยายภาพ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล

วันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ (30 มี.ค.) ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ในวาระ 2 และ 3 บีบีซีไทยรวบรวมเสียงทักท้วงเรื่องการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติที่กำหนดในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐบาล ประยุทธ์ 1 เปิดตัวชัดเจนชี้ว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ซึ่งผ่านการพิจารณาวาระ 1 ไปแล้วนั้น ได้มีการแก้ไขในหลักการด้วยการเพิ่มเติมมาตรา 10/1 ซึ่งกำหนดให้มีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้นได้เมื่อมีความพร้อม ทั้งที่ร่างเดิมไม่ได้มีรายละเอียดนี้มาก่อน และการแก้ไขดังกล่าวเกิดขึ้นในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ทั้งที่รัฐบาลเองไม่ได้มีนโยบายที่จะจัดตั้ง

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ต้องการให้ สนช.รับร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม เพราะเกรงว่าหากไม่ยอมรับก็จะไม่มีกฎหมายรองรับการสำรวจแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งใหม่ แต่ขอให้ตัดมาตราที่ให้จัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติออกไป เพราะเกรงว่าบรรษัทน้ำมันแห่งชาติอาจดึงกรรมสิทธิ์ของพลังงานทุกชนิดมาอยู่ในบรรษัทใหม่ อันจะส่งผลกระทบต่อวิสาหกิจและกิจการของบริษัทพลังงานต่าง ๆ ให้หยุดชะงักได้จนอาจส่งผลลุกลามเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ บรรษัทพลังงานของเวเนซุเอลาถูกมองว่าล้มเหลวจาการบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพ

ความเป็นห่วงของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร สอดคล้องกับตัวอย่างที่ นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงานอิสระ ระบุในข้อความทางหน้าเฟซบุ๊ก อ้างถึงบริษัทพลังงานแห่งชาติของเวเนซุเอลาที่ฝ่ายคัดค้านบรรษัทน้ำมันมักยกตัวอย่างว่าเป็นความล้มเหลว ทั้งจากการบริหารงานอย่างไร้ประสิทธิภาพ และคอร์รัปชันจนมีหนี้สินมหาศาล โดยรัฐบาลเวเนซุเอลาได้ดำเนินนโยบายบีบบังคับซื้อคืนหรือยกเลิกสัมปทานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากบริษัทน้ำมันข้ามชาติมาให้บริษัทพลังงานแห่งชาติดำเนินการแทน เพื่อสนองนโยบายประชานิยมขายน้ำมันราคาถูกให้ประชาชน

จากความล้มเหลวดังกล่าวประกอบกับสถานการณ์ตลาดน้ำมันที่ราคาลดต่ำลงกว่าสองปีนายมนูญชี้ว่า ทำให้เวเนซุเอลาอยู่ในสภาพเกือบล้มละลายและต้องยอมทำสัญญาขายน้ำมันดิบล่วงหน้าในจีนเพื่อแลกเงินกู้

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ไม่มีหน่วยงานใดตรวจสอบการทำงานของเปโตรนาสที่่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี

นายมนูญ ยังอ้างถึงบริษัทเปโตรนาสของมาเลเซีย ที่ฝ่ายสนับสนุนบรรษัทน้ำมันเห็นว่าทำรายได้ถึง 40% ของรายได้ของรัฐบาล บริหารกิจการดีจนขยายกิจการไปได้ทั่วโลก และสามารถทำให้ราคาน้ำมันในประเทศมีราคาถูกกว่าไทย แต่ฝ่ายคัดค้านบรรษัทฯ ชี้ว่าบริษัทเปโตรนาสทำหน้าที่ผู้กำกับดูแล และผู้ดำเนินการไปด้วยในเวลาเดียวกัน จึงมีกำไรสูง เพราะมีรายได้จากค่าภาคหลวงและส่วนแบ่งรายได้ของรัฐจากแหล่งปิโตรเลียมมารวมด้วย

ในเวลาเดียวกัน ก็ไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปตรวจสอบบัญชีของเปโตรนาสได้ เพราะขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี เปโตรนาสได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำจนต้องยอมเลิกอุดหนุนราคาน้ำมัน และการส่งกำไรให้รัฐก็ลดลงจาก 40% ของรายได้รัฐ ลงเหลือเพียง 20% เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีข้อครหาพัวพันกับกองทุน 1-MDB ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต และยังมีกรณีพัวพันกับการทุจริตให้สินบนของบริษัท Unaoil ด้วย

Image copyright Reuters

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน รัฐบาลประยุทธ์ 1 เป็นอีกคนที่รู้สึก "ร้อนใจ" กับการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ และเห็นว่า พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับปัจจุบันมีความสมบูรณ์ แต่เห็นว่าการมีบรรษัทน้ำมันฯ นั้นจะเป็นการให้อำนาจองค์กรนี้ในการกำหนดสิทธิ์ดำเนินการเรื่องปิโตรเลียมเท่ากับทำงานแทนกระทรวงพลังงานซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต

อีกด้านหนึ่งนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ปิโตรเลียม โดยนอกจากจะแสดงความเป็นห่วงเรื่องกฎเกณฑ์การคัดเลือกคู่สัญญาสัมปทานแล้วยังชี้ว่าตราบใดที่ยังไม่มีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ก็เท่ากับปล่อยให้บริษัทเอกชนรายหนึ่งได้รับสิทธิผูกขาดในการรับซื้อปิโตรเลียมที่ผลิตในประเทศอยู่ต่อไป แต่หากจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้น บรรษัทฯ ก็จะเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิในการรับซื้อปิโตรเลียมที่ผลิตในไทยโดยอัตโนมัติ

Image copyright SAEED KHAN/Getty Images

ขณะที่ น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กทม.และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งาติ (สปช.) ด้านพลังงาน โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กเชิญชวนให้ไปรวมตัวคัดค้าน พ.ร.บ.ปิโตรเลียมที่หน้ารัฐสภาในวันพฤหัสบดีนี้ เพราะเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อต่ออายุสัมปทานการขุดเจาะพลังงานในแปลงเอราวัณและแปลงบงกช ซึ่งกำลังจะหมดอายุสัมปทานในปี 2565, 2566 ให้เอกชน รวมทั้งยังจะนำมาใช้กับการเปิดสัมปทานรอบใหม่ รอบที่ 21 ที่ประชาชนคัดค้านมาตั้งแต่ปี 2554 ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง