สรรพากรติดหมายหน้าบ้านเรียกภาษีทักษิณ 17,629 ล้านบาท

ภาษีหุ้นชิน Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

กรมสรรพากรประเมินภาษีขายหุ้นชินคอร์ปจากทักษิณ ชินวัตร เป็นเงิน 17,629 ล้านบาท นำหมายไปแปะหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ด้านอดีตนายกฯเตรียมยื่นอุทธรณ์

วันนี้ (28 มี.ค.) เจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากร นำหนังสือแจ้งประเมินภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ปฯ ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2549 รวมเป็นเงินกว่า 17,629.58 ล้านบาท ไปติดไว้ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นบ้านพักของนายทักษิณ ตั้งอยู่ที่ 472 ซอยจริญสนิทวงศ์ 69 แขวงและเขตบางพลัด กรุงเทพฯ รหัสไปรษณีย์ 10700

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

เอกสารดังกล่าว ระบุว่า การประเมินภาษีครั้งนี้ เป็นการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.12 ประจำปี 2549 อาศัยอำนาจตามมาตรา 20, 22 ,27 และ 61 แห่งประมวลรัษฎากร โดยนายทักษิณมีเงินได้พึงประเมิน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 15,899.27 ล้านบาท เมื่อรวมกับเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ซึ่งคำนวณถึงวันที่ 31 มี.ค. 2560 รวมเป็นระยะเวลา 120 เดือน ทำให้มีเงินภาษีซึ่งนายทักษิณต้องจ่ายทั้งสิ้นรวม 17,629.58 ล้านบาท โดยให้ไปชำระที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาบางพลัด

ทั้งนี้ ตามกฎหมายนายทักษิณสามารถยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีดังกล่าว ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือ หรือภายในวันที่ 27 เม.ย. นี้

ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของนายทักษิณ เปิดแถลงข่าวด่วนว่า อดีตนายกฯพร้อมยื่นอุทธรณ์ โดยยืนยันว่านิติกรรมระหว่างนายทักษิณกับบริษัท แอมเพิลริช จำกัด กับนายทักษิณ ไม่ถือเป็นการซื้อขายหุ้น ทั้งนี้ ยึดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดียึดทรัพย์นายทักษิณ เมื่อปี 2553 และจะขอสงวนสิทธิ์ในการยื่นฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้เกี่ยวข้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานะปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

Image copyright SAEED KHAN/AFP/Getty Images

เส้นทางเก็บภาษีหุ้นชินฯ จากทักษิณ

  • 23 ม.ค.2549 นายทักษิณขายหุ้นชินคอร์ปให้กับกองทุนเทมาเส็ก จำนวน 1,487 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 49.25 ล้านบาท รวมเป็นเงินกว่า 73,271 ล้านบาท หลังซื้อมาจากบริษัท แอมเพิ้ลรัช จำกัด ในราคาเพียงหุ้นละ 1 บาท
  • หน่วยงานรัฐเคยเห็นต่างเรื่อง "อายุความ" โดยกรมสรรพากรมองว่า หมดไปตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2555 เนื่องจากกรณีที่ผู้เสียภาษีมาเสียภาษีเงินได้ไม่ครบถ้วน ประมวลรัษฎากรให้กรมสรรพากรออกหมายเรียกมาไต่สวนภายใน 5 ปี ซึ่งที่ผ่านมา ไม่เคยมีการออกหมายเรียกนายทักษิณมาไต่สวนแต่อย่างใด
  • 13 มี.ค. 2560 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุม และเห็นว่ากรมสรรพากรเคยออกหมายเรียกนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา นอมินีที่ถือหุ้นแทนนายทักษิณ มาไต่สวนเมื่อปี 2555 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820 - 821 ให้ถือว่าเคยออกหมายเรียกนายทักษิณมาไต่สวนแล้ว และทำให้อายุความขยายมาจนถึง 31 มี.ค. 2560
  • นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังสามารถประเมินภาษีนายทักษิณได้ โดยไม่ต้องออกหมายเรียกมาไต่สวนอีก และทันทีที่ส่งหนังสือประเมินให้นายทักษิณ "อายุความ" ก็จะหยุดลง
  • พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อ้างคำพูดของนายวิษณุที่รายงานเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2560 ว่าเรื่องนี้ถือเป็น "อภินิหารทางกฎหมาย"
  • แม้ต่อมา นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย จะโต้แย้งว่า ศาลภาษีอากรกลางเคยสั่งเพิกถอนหมายเรียกนายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทามาไต่สวน ทำให้อายุความสิ้นสุดลงไปนานแล้ว ก็ตาม
  • 28 มี.ค. 2560 เจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากรนำหนังสือแจ้งประเมินภาษีการขายหุ้นชินคอร์ปของนายทักษิณ รวมเป็นเงินกว่า 17,629 ล้านบาท ไปติดไว้บริเวณหน้าบ้านพักของนายทักษิณ