ทายาทกระทิงแดง เลื่อนพบอัยการคดีชนตำรวจเสียชีวิตเป็นครั้งที่ 7

วรยุทธ อยู่วิทยา Image copyright STR/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ วรยุทธ อยู่วิทยา เลื่อนการเข้าพบพนักงานอัยการเพื่อนำตัวไปส่งฟ้องศาลในคดีขับรถชนตำรวจจนเสียชีวิต

หลานผู้ก่อตั้งบริษัทกระทิงแดง ขอเลื่อนพบอัยการคดีขับรถชนดาบตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 เป็นครั้งที่ 7 หลังถูกสั่งฟ้องมาครบปี

วันนี้ (30 มี.ค.) นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) แถลงความคืบหน้ากรณีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หลานของนายเฉลียว อยู่วิทยา ผู้ก่อตั้งบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ถูกกล่าวหาว่า ขับรถโดยประมาทเฉี่ยวชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ถึงแก่ความตายและหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควรและแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงโดยทันที ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2555 เวลาประมาณ 05.00 น. ในท้องถิ่น สน.ทองหล่อ

ทั้งนี้ นายประยุทธ์ได้ไล่เรียงเหตุการณ์คดีของนายวรยุทธตั้งแต่นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ในขณะนั้น มีความเห็นสั่งฟ้อง เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2559 โดยมีหนังสือให้มาพบพนักงานอัยการเพื่อนำตัวไปส่งฟ้องต่อศาล แต่ที่ผ่านมา นายวรยุทธได้ยื่นหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานอัยการรวมถึงพนักงานสอบสวนของ สน.ทองหล่อ รวม 6 ครั้ง ทั้งอ้างว่าติดธุระอยู่ต่างประเทศ (2 ครั้ง) อ้างว่าได้ไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับคณะกรรมาธิการของสภาฯ ว่าตนไม่ได้ขับรถเร็ว (3 ครั้ง) และยื่นขอให้สอบปากคำพยานเพิ่มเติม (1 ครั้ง)

นายประยุทธกล่าวว่า ล่าสุด พนักงานอัยการได้แจ้งให้ผู้ต้องหามาพบในวันที่ 30 มี.ค. 2560 แต่นายวรยุทธได้ส่งทนายความมาขอเลื่อนพบ อ้างว่าติดภารกิจอยู่ที่ประเทศอังกฤษ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ จึงอนุญาตให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 27 เม.ย. 2560

"ขอยืนยันว่าสำนักงาน อสส. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามเร่งรัดการดำเนินคดีมาตลอด" รองโฆษก อสส. กล่าว

หากนับรวมระยะเวลานับแต่พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องจนถึงปัจจุบัน 1 ปีเต็ม ที่ยังไม่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ เนื่องจากนายวรยุทธขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานอัยการ รวมแล้วถึง 6 ครั้ง

Image copyright Paul Gilham/Getty Images
คำบรรยายภาพ วรวุทธเป็นบุตรชายคนเล็กของเฉลิม อยู่วิทยา (ขวา) ผู้บริหารบริษัทในเครือกระทิงแดง รุ่นที่ 2

ทั้งนี้ นายวรยุทธถูกพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อแจ้งความใน 3 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วย 1.ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีอายุความ 15 ปี 2.ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน ซึ่งมีอายุความ 5 ปี แปลว่าจะหมดอายุความในปีนี้ และ 3.ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ที่มีอายุความเพียงปีเดียว ทำให้หมดอายุความไปแล้ว