นักกฎหมายชี้ ตร. ต้องออกหมายจับ หากทายาทกระทิงแดงเลี่ยงไปศาล

นายวรยุทธ อยู่วิทยา Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ รองอธิบดีอัยการชี้ นายวรยุทธ "ใช้เทคนิคทางกฎหมาย" เพื่อประวิงเวลามอบตัว

อัยการชี้ ทายาทกระทิงแดง ใช้ช่องกฎหมาย เลี่ยงมอบตัว ส่วน อาจารย์กฎหมายชี้ อัยการ ต้องนำตัวผู้ต้องหามาฟ้องให้ได้ หากหาไม่ได้ ต้องให้ตำรวจออกหมายจับ

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดี สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กรณีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ถูกกล่าวหาว่า ขับรถโดยประมาทเฉี่ยวชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ถึงแก่ความตายและหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควรและแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงโดยทันที ว่า นายวรยุทธมีหมายจับอยู่แล้ว ซึ่งหากเดินทางกลับเข้าประเทศไทย เจ้าหน้าที่มีอำนาจควบคุมตัวเพื่อส่งอัยการฟ้องต่อศาลได้ทันที นอกจากนี้หากไม่กลับมายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้

นายปรเมศวร์กล่าวอีกว่า นายวรยุทธ "ใช้เทคนิคทางกฎหมาย" ผ่านการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรม รวมทั้งยื่นให้สอบพยานหลักฐานเพิ่ม เพื่อประวิงเวลามอบตัว ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุด กำลังปรับปรุงระเบียบการร้องขอความเป็นธรรมเพื่อปิดทางไม่ให้เกิดการยื้อเวลาในคดีเช่นนี้อีก

ด้าน ผศ.สาวตรี สุขศรี อาจารย์ด้านกฎหมายอาญา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า คดีที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องแล้ว ต้องมีผู้ต้องหาไปฟ้องคดีต่อศาล ซึ่งอัยการต้องดำเนินการให้ได้ผู้ต้องหาเพื่อส่งฟ้อง หากมีปัญหาจริงๆ ควรมีการเลื่อนในชั้นศาล ทั้งนี้กฎหมายไม่กำหนดเงื่อนเวลาในการนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้อง แต่มีกรอบใหญ่ๆ คืออายุความของคดี

ต่อกรณีที่ผู้ต้องหาอ้างไปยังอัยการว่าอยู่ต่างประเทศ ผศ.สาวตรี ชี้ว่า ในคดีอาญาแผ่นดิน หากอัยการตัดสินใจฟ้องคดีแล้ว ต้องนำตัวผู้ต้องหามาฟ้องให้ได้ หากไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อศาล ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ หรือกรณีอยู่ต่างประเทศ สามารถทำเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้

"ดูแล้วน่ามีการประวิงเวลา เจ้าหน้าที่ควรนำตัวมาฟ้องได้นานแล้ว" ผศ.สาวตรี ระบุ

เว็บไซต์ไทยพีบีเอส รายงานอีกว่า นายสุทธิ กิตติศุภพร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ นัดให้ผู้ต้องหามาพบพนักงานอัยการในวันที่ 27 เม.ย.นี้ พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาผู้ต้องหาอ้างเหตุผล "เพียงพอ" ที่ไม่มาพบอัยการ จึงยังไม่จำเป็นต้องขอหมายจับ แต่หากวันที่ 27 เม.ย. ผู้ต้องหาไม่มาพบหรืออ้างเหตุผลเดิมในการขอเลื่อน อัยการอาจจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องขอหมายจับผู้ต้องหา

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ วรวุทธเป็นบุตรชายคนเล็กของเฉลิม อยู่วิทยา (ขวา) ผู้บริหารบริษัทในเครือกระทิงแดง รุ่นที่ 2

คดีนี้เกิดเมื่อปี 2555 อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ มีความเห็นสั่งฟ้องต่อนายวรุยทธ อยู่วิทยา เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2559 ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะนี้เหลืออายุความ 10 ปี และข้อหาหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควรทันที หมดอายุความเดือนกันยายนปีนี้ พนักงานอัยการได้มีหนังสือแจ้งไปยังนายวรยุทธ ให้มารับทราบคำสั่งเพื่อส่งฟ้องต่อศาล แต่หลังจากนั้นนายวรยุทธได้ยื่นหนังสือขอเลื่อนเข้าพบพนักงานอัยการแล้ว 6 ครั้ง ครั้งล่าสุด ทนายความของนายวรยุทธได้ทำหนังสือขอเลื่อนคดีที่พนักงานอัยการนัดในวันที่ 30 มี.ค. รวม 1 ปีเต็ม ที่ไม่สามารถนำตัวนายวรยุทธมาส่งฟ้องต่อศาลได้

เมื่อต้นสัปดาห์ สำนักข่าวเอพีได้ตีพิมพ์รายงานติดตามความเคลื่อนไหวของนายวรยุทธหลังเกิดเหตุว่านายวรยุทธไม่เข้าพบเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียก แต่จะให้ทนายความเดินทางไปแทน และอ้างว่าป่วยหรือเดินทางไปทำธุรกิจต่างประเทศ ขณะที่อายุความในหลายข้อหาจะหมดลงในปีนี้ แต่ ความจริงแล้ว นายวรยุทธกลับใช้ชีวิตอย่างสุขสบายกับครอบครัว โดยเดินทางไปทั่วโลกด้วยเครื่องบินเจ็ตกระทิงแดง ไปดูทีมรถแข่งฟอร์มูล่าวันของกระทิงแดง และถ่ายรูปคู่รถปอร์เช่คาร์เรร่าที่อังกฤษ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง