คาดเบร็กซิท จะช่วยให้การค้าระหว่างไทย-อังกฤษสดใสมากขึ้น

เบร็กซิท, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร, ไทย, ไทยแลนด์ 4.0 Image copyright Jiraporn Kuhakan / BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย

นายไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย เปิดเผยกับ บีบีซีไทย ว่า กระบวนการออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) จะไม่ทำให้ทุกอย่างถอยหลัง มีแต่จะก้าวไปข้างหน้า เบร็กซิท คาดว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปีในการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป

"ผมเชื่อว่า เบร็กซิท เป็นแรงผลักดันใหม่ (New Energy) ที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติได้ดียิ่งขึ้น" นายเดวิดสันกล่าว

ประเทศไทยถือว่าเป็นโอกาสสำหรับสหราชอาณาจักร ทั้งในระดับรัฐบาล ภาคธุรกิจ ที่จะมีการกระชับและพัฒนาความสัมพันธ์กันทางการค้า การลงทุนระหว่างกันในขณะเดียวกันรัฐบาลอังกฤษก็กำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่มีศักยภาพที่จะเติบโตทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ในอีก 15 ปีข้างหน้า

กลไกหนึ่งที่สำคัญของการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจการค้าระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร ก็คือ การก่อตั้งสภานักธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักร(Thai-British Business Council) เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งจะกลายเป็นเวทีแลกเปลี่ยนและสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ลงทุนจากสหราชอาณาจักรและประเทศไทย ผ่านกลไกนี้ รัฐบาลอังกฤษคาดว่าจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในภาคเอกชน รวมทั้งการขยายความสัมพันธ์แบบทวิภาคีแบบรัฐต่อรัฐได้อีกทาง

เล็งร่วมผลักดันนโยบายไทยแลนด์ 4.0

นายเดวิดสัน กล่าวอีกว่า นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันผลักดันเพื่อการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจไทยไปสู่โลกดิจิทัลและเศรษฐกิจที่มีฐานจากความรู้ เรื่องนี้ เป็นสิ่งที่สหราชอาณาจักรมีความเชี่ยวชาญ ทั้งในแง่ธุรกิจบริการและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญต่อการเติบโตในอนาคต

Image copyright Jiraporn Kuhakan / BBC Thai

"ทางรัฐบาลอังกฤษมีความสนใจที่จะหารือกับทางรัฐบาลไทยเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในเรื่องนี้ อย่างเช่น เทคโนโลยีดิจิทัล เทคโนโลยีทางการบิน วิศวกรรมทันสมัย การศึกษาการอาชีวะศึกษา เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยีด้านการบริการทางการเงินและทางการแพทย์ รวมทั้งองค์ความรู้ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ " นายเดวิดสันกล่าว

Image copyright Dario Pignatelli/Bloomberg/Getty Images

คาดยังมีแนวโน้มกดดันการส่งออกจากไทย

อย่างไรก็ตาม การเริ่มกระบวนการ เบร็กซิท ก็อาจจะส่งผลกระทบด้านการส่งออกจากไทย ด้วย โดยก่อนหน้านี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ว่า การเริ่มกระบวนการดังกล่าวของสหราชอาณาจักร ในรูปแบบที่หลุดออกจากการเป็นตลาดร่วมยุโรปจะยิ่งกดดันให้เกิดการปรับโครงสร้างธุรกิจภายในประเทศขนานใหญ่ซึ่งสินค้าที่มีห่วงโซ่การผลิตเกี่ยวโยงกับหลายประเทศใน EU อาจถูกกระทบจากการปรับฐานการผลิต เมื่อรวมผลของตลาดเงินตลาดทุนที่มีต่อเศรษฐกิจยิ่งกดดันการส่งออกสินค้าของไทยได้แก่รถยนต์ ไก่แปรรูป แผงวงจรไฟฟ้า อัญมณี รถจักรยานยนต์ เครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์พลาสติก อาหารทะเลแปรรูป

ข้อมูลสถิติที่น่าสนใจ ระหว่างไทย - สหราชอาณาจักร

  • มูลค่าการค้ารวม : 5,867.08 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ แบ่งเป็น ไทยส่งออก 3,851.92 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ นำเข้า 2,015.16 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 1,836.76 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ
  • สินค้าส่งออกของไทย : ยานยนต์และชิ้นส่วน ไก่แปรรูป แผงวงจรไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ จักรยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก
  • สินค้านำเข้าจากสหราชอาณาจักร : เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องดื่มประเภทน้ำแร่ น้ำอัดลมและสุรา ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เคมีภัณฑ์
  • การลงทุน : ในแง่มูลค่าการลงทุน สหราชอาณาจักรเป็นนักลงทุนสำคัญอันดับ 3 ของไทยในกลุ่มอียู (ข้อมูลปี 2559 (มกราคม-กันยายน) มีมูลค่าการลงทุนโดยรวมจาก สอ. ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ประมาณ 1,538 ล้านบาท
  • จำนวนนักท่องเที่ยว : ปี 2559 มีนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรเดินทางมาประเทศไทยจำนวน 1,003,386 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.89 จากปีก่อนหน้า ขณะที่ นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปสหราชอาณาจักรประมาณ 146,257 คน ในปี 2558 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.27 จากปี 2557

ที่มา. กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ