เรืองไกร เล็ง ยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบทรัพย์สิน วิษณุ เครืองาม

เรืองไกร, ป.ป.ช., วิษณุ เครืองาม Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับ บีบีซีไทย ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะได้ภายในวันที่ 10 เมษายนนี้ ก่อนพิจารณาอีกครั้งว่าจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบได้หรือไม่

เช้าวันนี้ (3 เม.ย.) นายเรืองไกร ได้เข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์บริการประชาชน ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้นายวิษณุเครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดบัญชีทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น เนื่องจาก ตั้งข้อสงสัยต่อนายวิษณุ ว่าได้เสียภาษีให้รัฐครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งนายวิษณุ เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรี สมัยนายทักษิณ ชินวัตร ก่อนมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงพอมีประวัติการยื่นบัญชีทรัพย์สินให้ตรวจสอบได้ และจากประวัติการยื่นบัญชีทรัพย์สินทั้ง 4 ครั้งระหว่างปี 2548-2557

เมื่อเปรียบเทียบพบว่า ตลอดเวลา 9 ปี นายวิษณุ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นกว่า 87.5 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดเมื่อ 4 ก.ย. 2557 นายวิษณุ และคู่สมรส ได้ยื่นแสดงว่ามีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายรวม 1.2 ล้านบาท และ 1.8ล้านบาท ตามลำดับ แต่เมื่อคำนวณทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อปี 9.7 ล้านบาท กับรายได้ที่ยื่นไว้ครั้งล่าสุด กลับไม่สัมพันธ์กัน จึงทำให้มีเหตุอันควรสงสัย และช่วงดังกล่าว เป็นช่วงที่นายวิษณุ มีค่าใช้จ่ายในการส่งบุตรชายเรียนต่อปริญญาโทและเอกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมอยู่ด้วย ดังนั้น จึงเรียกร้องให้นายวิษณุ เปิดเผยประวัติการเสียภาษีที่ผ่านมาตลอดเวลา 9 ปี และตัวเลขค่าใช้จ่ายในการส่งบุตรชายเรียนที่สหรัฐอเมริกาในการพิสูจน์ว่า ได้เสียภาษีครบถ้วนหรือไม่

ด้านนายวิษณุ ให้สัมภาษณ์ เว็บไซต์ผู้จัดการและมติชนว่า ไม่ขอแจงกับคนทั่วไป เรื่องนี้มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินกับ ป.ป.ช. ที่ต้องแนบใบเสียภาษีเงินได้ หากมีข้อสงสัยอะไรหน่วยงานของรัฐที่ต้องตรวจสอบมีอยู่แล้ว ทั้งกรมสรรพากร และ ป.ป.ช. ถ้าหน่วยงานเหล่านี้มีข้อสงสัยยินดีชี้แจงทุกประการ โดยเอกสารหลักฐานต่างๆ มีเรียบร้อย ความจริงเคยยื่นเอกสารหลักฐานไปแล้วด้วยและไม่มีปัญหา

นายวิษณุ กล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า การที่ทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้นไม่ใช่เป็นการสังเกตจากการยื่นบัญชีทรัพย์สินขาเข้าตอนรับตำแหน่ง และยื่นตอนขาออกจากตำแหน่งเดียวกัน แต่เป็นการตรวจบัญชีทรัพย์สินขาออกจากตำแหน่งจากรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2548 แล้วทิ้งช่วงไป 9 ปีระหว่างนั้น เขาได้ทำมาหากิน จากนั้นเมื่อกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งอีกในรัฐบาล ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินอีกว่ามีเงินได้และทรัพย์สินที่งอกเงยขึ้นมาได้อย่างไรภายใน 9 ปี โดยมีจำนวน 87 ล้านบาท ตรงนี้ไม่มีปัญหาเพราะมีหลักฐานแสดง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง