4 ประเด็นน่ารู้ หลังสหรัฐฯ สั่งตรวจสอบการขาดดุลกับไทย

ทรัมป์, ส่งออก, ไทย Image copyright Olivier Douliery-Pool/Getty Images

ท่ามกลางความกังวลว่า ภาคการส่งออกของไทยจะได้รับผลกระทบจากมาตรการที่อาจจะเป็นผลจากคำสั่งประธานาธิบดี 2 ฉบับ ในวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ที่มีเป้าหมายเพื่อยุติการขาดดุลการค้ามูลค่ากว่า 5 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปีลง

ภายใต้คำสั่งดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐต้องตรวจสอบสาเหตุการขาดดุลการค้าให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน โดยที่ประเทศไทยก็เป็น 1 ใน 16 รายชื่อประเทศที่สหรัฐฯระบุ่ว่าขาดดุลการค้า ก่อนจะถึงวันนั้น มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง

1) สามจุดอ่อนไทยในการค้าทวิภาคี

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กล่าวกับบีบีซีไทย ประเมินจุดอ่อนของประเทศไทย 3 เรื่อง คือ ทรัพย์สินทางปัญญา ปัญหาใช้แรงงานทาส และมาตรฐานสินค้า ที่อาจส่งผลต่อสิทธิพิเศษทางการค้า หรือ จีเอสพี กรณีนี้สหรัฐฯ อาจกำหนดเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ เช่น เปอร์เซ็นต์ภาษีหรือเซคเตอร์สินค้ารายสาขา ซึ่งจะใช้กับเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่ได้รับสิทธิจีเอสพี เช่น ไทย เวียดนาม

กลุ่มอุตสาหกรรมที่อาจได้รับผลกระทบแต่ไม่มาก คาดการณ์เป็นกลุ่มประมง เสื้อผ้า สินค้าอิเล็คทรอนิกส์ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ อาจนำมาตรการมาใช้กับกลุ่มสินค้าที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูง

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.สมชาย วิเคราะห์ว่า สหรัฐฯ อาจกดดันให้ประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้า นำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้น แทนการใช้มาตรการภาษีหรือมาตรการเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าที่กล่าวมาข้างต้น

"เป็นการแก้คนละมิติ แต่ช่วยลดปัญหาเรื่องดุลการค้า" รศ.ดร.สมชาย กล่าว

2)ไทยยังได้ดุลการค้า

จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ มูลค่าการค้าระหว่างไทยและสหรัฐในช่วงเดือนม.ค. - ก.พ. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 259,213 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 137,308 ล้านบาท มูลค่าการนำเข้า 121,908 ล้านบาท ถือว่าไทยยังได้ดุลการค้าด้วยมูลค่า 15,401 ล้านบาท

หากพิจารณาข้อมูลการส่งออกย้อนหลัง 5 ปี แล้วสหรัฐอเมริกายังเป็นตลาดหลักอันดับต้นๆ ของไทยโดยมีสัดส่วนการส่งออกเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ อยู่ประมาณร้อยละ 10 ขณะที่อัตราการเติบโตอยู่ในราวร้อยละ 5-10 ยกเว้นในปี 2556 เท่านั้นที่อัตราการขยายตัวติดลบร้อยละ 1.36 เพราะเศรษฐกิจโลกยังผันผวน

Image copyright Drew Angerer/Getty Images

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เชื่อว่าสินค้าส่งออกของไทยยังเป็นที่ต้องการของภาคการผลิตในสหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มกึ่งวัตถุดิบและวัตถุดิบ ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการส่งออกก็ใช้ความพยายามอย่างหนัก และพัฒนาความสัมพันธ์กับทั้งผู้ประกอบการและภาครัฐของสหรัฐฯ ในการพัฒนามาตรฐานสินค้าส่งออกให้สอดรับกับข้อกำหนดทางการค้าของสหรัฐจึงทำให้สินค้าส่งออกจากไทยได้รับความไว้วางใจของผู้ประกอบการในสหรัฐ และคาดว่ายังมีแนวโน้มสดใส

3)ไทยยังมีตลาดอื่นทดแทน

หากพิจารณาสินค้าส่งออกหลักไปยังสหรัฐฯ สินค้าส่งออก 5 อันดับแรก ในปีที่ผ่านมา ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มีมูลค่า 171,446 ล้านบาท ตามมาด้วย ผลิตภัณฑ์ยาง มีมูลค่า 68,955 ล้านบาท อัญมณีและเครื่องประดับ มีมูลค่า 44,126 ล้านบาท เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ มีมูลค่า 36,748 ล้านบาท รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มีมูลค่า 31,091 ล้านบาท

Image copyright DARIO PIGNATELLI/BLOOMBERG/GETTY IMAGES

ประธาน ส.อ.ท. บอกว่า แม้ว่า สินค้าเหล่านี้จะมีแนวโน้มถูกส่งออกเพิ่มมากขึ้นตามความต้องการของตลาดสหรัฐ แต่ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ผู้ส่งออกไทยต่างทะยอยส่งออกสินค้าดังกล่าว ไปยังประเทศอื่นๆ ได้แก่ ประเทศในกลุ่มอาเซียนและจีนเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ จากข้อมูลของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร ระบุว่า มูลค่าสินค้านำเข้าจากสหรัฐอเมริกานั้นนับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมามีแนวโน้มลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้า 5 อันดับแรก ในปีที่ผ่านมา ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า 50,882 ล้านบาท ตามมาด้วยเครื่องจักรและส่วนประกอบ 45,952 ล้านบาท เคมีภัณฑ์ 44,353 ล้านบาท พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช 39,297 ล้านบาท และเครื่องบิน เครื่องร่อน อุปกรณ์การบินและส่วนประกอบ 31,603 ล้านบาท

4)ทรัมป์ทำตามสัญญาก่อนการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.สมชาย ว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของทรัมป์เป็นท่าทีที่ "อ่อนลง" จากช่วงก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดี ดังที่เคยระบุไว้ว่าจะดำเนินการกับจีน ญี่ปุ่น เยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ หรือเม็กซิโกที่ทรัมป์เคยขู่ว่าจะยกเลิกข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือหรือนาฟต้า แต่เมื่อขึ้นเป็นประธานาธิบดีแล้วยังต้องรักษาสัญญาที่ประกาศไว้จึงนำมาสู่คำสั่งประธานาธิบดีเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม มองว่าทรัมป์ไม่ได้เล่นนอกกติกา แต่เป็นการดำเนินการภายใต้กฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (WTO) ทั้งสิ้น

"สิ่งที่ทรัมป์ประกาศออกมาเป็นการรักษาคำพูดที่กล่าวไว้ช่วงหาเสียง แต่ลดความรุนแรงลงไปมาก"

Image copyright Getty Images

รศ.ดร.สมชาย วิเคราะห์ว่า สหรัฐฯ อาจใช้ข้ออ้างเรื่อง "การค้าที่ไม่เป็นธรรม" มาออกมาตรการลดการขาดดุลต่อประเทศเหล่านี้ เช่น การตอบโต้การทุ่มตลาด ตอบโต้สินค้าที่รัฐอุดหนุน การใช้แรงงานเด็ก ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน การใช้ข้อกำหนดมาตรฐานสินค้าภายในสหรัฐฯ มาปฏิบัติต่อสินค้านำเข้าที่ต่ำกว่ามาตรฐาน หรือการพิจารณาแหล่งกำเนิดสินค้าเพื่อตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหรือจีเอสพี รวมทั้งภาษีที่เก็บตรงชายแดน (Border Adjustment Tax) ที่ทรัมป์เคยขู่จะใช้กับเม็กซิโกมาแล้ว นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังสามารถใช้ข้ออ้างในการขึ้นภาษีชั่วคราวกลุ่มสินค้าที่กำลังมีปัญหา เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่ง WTO อนุญาตให้ทำได้