เพิ่มเติม: ไม่ตัดปมใช้ รธน.ใหม่ ต้นเหตุป่วนชายแดนใต้หลายจุด

ภาคใต้ Image copyright MADAREE TOHLALA/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ เหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ตัวแทนภาครัฐกับผู้เห็นต่างจะตกลงกันเบื้องต้นเรื่องการตั้งพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone)

เลขาฯสมช.เผยรัฐบาลยังไม่ตัดปมใช้ รธน.ใหม่ ว่าอาจเป็นต้นเหตุ การก่อความไม่สงบกว่า 50 จุด ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นในหลายพื้นที่ ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืนวันที่ 6 เม.ย. ต่อเนื่องจากถึงตีสามของวันที่ 7 เม.ย.

รายงานข่าวจากศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา ระบุว่า จำนวนเหตุความไม่สงบเบื้องต้น เกิดขึ้นใน จ.ปัตตานี 11 จุด จ.นราธิวาส 8 จุด จ.ยะลา 4 จุด และ จ.สงขลา อีก 1 จุด

"โดยรูปแบบของเหตุการณ์ที่มีการยืนยันในเบื้องต้นแล้ว คือการวางเพลิงเผาเสาไฟฟ้าริมทาง วางเพลิงเผายางรถยนต์บนถนน โปรยตะปูเรือใบ และมีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง หลายพื้นที่มีการแจ้งข่าวสารจากประชาชนว่าไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน" ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศราระบุ

รายงานข่าวดังกล่าวยังระบุว่า แม้เหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าวจะเกิดขึ้นในวันเดียวกับการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเสียงส่วนใหญ่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ "โหวตโน" ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในการทำประชามติ แต่ทั้งหมดนี้อาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ "เพราะการสร้างสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยมากมักคาดเดาได้ยาก และไม่มีความแน่นอน"

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุว่า กำลังตรวจสอบสาเหตุ ว่าเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญที่เพิ่งประกาศใช้หรือไม่

Image copyright ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาคสี่ส่วนหน้า
คำบรรยายภาพ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 (ขวา) ระบุว่า เชื่อว่าเหตุดังกล่าวเป็นฝีมือของ "กลุ่มแนวร่วมชุดใหม่" ที่เตรียมการมาล่วงหน้า

แม่ทัพภาค 4 ยันไม่มีผู้เสียชีวิต - แค่เสาไฟฟ้าพัง 52 ต้น

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า เชื่อว่าเหตุดังกล่าวเป็นฝีมือของ "กลุ่มแนวร่วมชุดใหม่" ที่มีการเตรียมการมาล่วงหน้า และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) พบว่าลงมืออย่างรวดเร็ว เบื้องต้นยังไม่มีผู้เสียชีวิต และไม่มีฐานทหารถูกเข้าโจมตี โดยความเสียหายทั้งหมดเป็นเพียงเสาไฟฟ้าที่ถูกผู้ก่อเหตุวางระเบิด รวม 52 ต้น ใน 19 อำเภอของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เหลือเป็นการเผายางรถยนต์บนถนนสายหลักและสายรอง พร้อมโรยตะปูเรือใบ

ด้าน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ทหารเข้าควบคุมพื้นที่ป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ และให้รวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์รวมถึงสถานการณ์ด้านการข่าวเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

"ปัตตานี" ไฟดับบางพื้นที่ กฟผ. เร่งแก้

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ชี้แจงผ่านเว็บไซต์ว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กระทบกับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงที่จ่ายไฟให้กับ จ.ปัตตานี ทำให้เกิดไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ของ จ.ปัตตานี ทั้งนี้ กฟผ. จะเร่งประสานฝ่ายความมั่นคงเพื่อส่งทีมเจ้าหน้าที่บำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเข้าพื้นที่เพื่อเร่งกู้ระบบไฟฟ้าโดยเร็ว สำหรับโรงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ยังสามารถจ่ายไฟได้ตามปกติ พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดและเตรียมทีมเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

ช่วงบ่ายวันที่ 7 เม.ย. ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) สรุปจำนวนเหตุการณ์ความไม่สงบทั้งหมด ว่าเกิดขึ้นใน จ.ปัตตานี 4 อำเภอ จ.นราธิวาส 9 อำเภอ จ.ยะลา 2 อำเภอ และ จ.สงขลา 3 อำเภอ

Image copyright Wasawat Lukharang /BBC Thai
คำบรรยายภาพ ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ?

เบาะแสผู้ก่อเหตุใน "ยะลา-สงขลา" คล้ายกัน

สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ รายงานว่า พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ยะลา ได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่จัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็ว พร้อมตั้งด่านตรวจตามเส้นทางหลักและรอง เพื่อค้นหาผู้ก่อเหตุและสกัดกั้นการเคลื่อนไหวอย่างละเอียด โดยเฉพาะกลุ่มชายฉกรรจ์ที่สวมเสื้อคอกลมแขนยาว สีดำ และใส่กางเกงวอร์มสีดำ รองเท้าผ้าใบ อายุประมาณ 20-30 ปี

ขณะที่สำนักข่าวไทย รายงานว่า เจ้าหน้าที่พบเบาะแสผู้ก่อเหตุในพื้นที่ จ.สงขลา "น่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น อายุ 20-30 ปี แต่งกายสวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงวอร์ม รองเท้าผ้าใบเป็นสัญลักษณ์" ซึ่งคล้ายคลึงกับเบาะแสผู้ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ยะลา

ไม่ตัดปม รธน. เหตุป่วนใต้

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ที่มี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เป็นประธาน ว่า ในที่ประชุมได้พูดคุยกับเหตุการณ์ดังกล่าว ว่า อาจมีสาเหตุมาจากเรื่องรัฐธรรมนูญฯ หรือเรื่องที่ตัวแทนองค์การความร่วมมืออิสลาม (ไอโอซี) รวมถึงอียิปต์เข้ามา แล้วเห็นด้วยกับแนวทางแก้ปัญหาของไทย ทางกลุ่มผู้ก่อเหตุจึงออกมาตอบโต้

"ยืนยันว่าการข่าวในพื้นที่ดีมาตลอด ไม่ได้บกพร่อง และเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ละเลย หลังทราบข่าวก็มีการเตรียมการ แต่เมื่อไม่สามารถระบุพื้นที่ได้อย่างชัดเจน ทำให้ไม่สามารถดูแลได้หมด โดยจะเห็นว่าพื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่รอบนอกทั้งสิ้น เนื่องจากฝ่ายรัฐเข้มงวดต่อพื้นที่รอบใน ทำให้ไม่สามารถเข้าไปก่อเหตุได้" เลขาฯสมช.กล่าว

ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย พยายามติดต่อสอบถามคณะกรรมการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะกระทบกับการพูดคุยรวมถึงการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย (เซฟตี้โซน) หรือไม่ แต่ยังไม่สามารถติดต่อ พล.ต.สิทธิ ตระกูลวงศ์ เลขานุการคณะกรรมการฯ หรือนายพรชาต บุนนาค ที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ ได้