ทำไมเด็กไทยอยากเป็นทหาร ?

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ทำไมเด็กไทยอยากเป็นทหาร ?

การสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ถือว่ามีการแข่งขันสูงมากไม่แพ้โรงเรียนชื่อดังบางแห่งใน กทม. ผู้เข้าสอบบางคนถึงกับพักการเรียนเป็นปี เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเอาชนะคู่แข่งรายอื่นๆ อีกนับหมื่น

เดือน เม.ย. ของทุกปี จะเข้าสู่ฤดูเกณฑ์ทหาร สำหรับชายไทยผู้มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์บางส่วน คำว่าสมหวังอาจหมายถึงการจับได้ใบดำ แปลง่าย ๆ ว่า "ไม่ได้เป็นทหาร"

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เด็กไทยอายุระหว่าง 15 - 18 ปี จำนวนหนึ่งก็กำลังลุ้นสิ่งที่อาจเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล คำว่าสมหวังหมายถึงการ "ได้เป็นทหาร" ผ่านการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารสำเร็จ

เหตุใดเด็กไทยนับหมื่นคน ถึงต้องมาลุ้นกับการสอบเข้า ที่ว่ากันว่า ยากพอ ๆ กับสอบเข้าโรงเรียนชื่อดังบางแห่งใน กทม. ในอัตราส่วนการแข่งขัน 100 ต่อ 1

หรือจากผู้เข้าสอบ 100 คน จะรับเข้าเรียนจริงได้เพียง 1 คน เท่านั้น

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ทหารผู้คุมสอบกำลังตรวจว่าผู้สมัครแต่ละคนได้นำอุปกรณ์สื่อสารเข้าไปในห้องสอบหรือไม่

ข้อมูลในปี 2560 จำนวนผู้สมัครสอบกับการรับเข้าเรียนสำหรับโรงเรียนเตรียมทหารทั้ง 4 เหล่า โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า หรือ จปร. (เหล่าทหารบก) สมัครสอบ 1.6 หมื่นคน รับจริงเพียง 223 คน โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (เหล่าตำรวจ) สมัครสอบ 1.4 หมื่นคน รับจริง 112 คน โรงเรียนนายเรืออากาศ (เหล่าทหารอากาศ) สมัครสอบ 1.2 หมื่นคน รับจริง 105 คน และโรงเรียนนายเรือ (เหล่าทหารเรือ) สมัครสอบ 1 หมื่นคน รับจริง 81 คน

คำถามที่น่าสนใจก็คือ ทำไมเด็กไทยจำนวนไม่น้อย ถึงอยากเป็นทหาร ?

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ จากจำนวนผู้สมัครหลักหมื่น จะมีผู้สอบได้เข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารเพียงหลักร้อยเท่านั้น

น.อ.พงษ์ชัย เอกวิทยาเวชนุกูล ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาเตรียมทหาร Cadet-Tutor ระบุว่า เหตุที่เด็กไทยอยากเป็นทหาร เพราะเห็นว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงและมีเกียรติ หลายคนมีญาติเป็นทหารก็เลยอยากมาเป็นทหารตาม ขณะที่บางคนแม้ไม่มีญาติเป็นทหาร แต่เห็นว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ดี เลยพยายามที่จะเป็นทหารให้ได้

เขายังระบุว่า แม้การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศจะช่วยให้หลาย ๆ คนมองอาชีพทหารดีขึ้น เพราะสามารถทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบได้ แต่จำนวนเด็กที่เข้ามาสอบเตรียมทหารก็ไม่ได้มากขึ้นตามไปด้วย แถมบางปียังน้อยลงด้วยซ้ำเพราะเปิดสอบในช่วงใกล้แอดมิชชั่น หรือบางครั้งก็เปิดในช่วงที่โรงเรียนยังไม่เปิดเทอม

"จำนวนเด็กที่สมัครสอบอยู่ในระดับนี้มาหลายปีแล้ว การที่มีรัฐบาล คสช. จึงไม่น่ามีผลเท่าไรนัก" น.อ.พงษ์ชัยระบุ

ทีมข่าวบีบีซีไทย เข้าไปใช้ชีวิตในโรงเรียนกวดวิชาเตรียมทหารหนึ่งวันเต็ม พบว่ากิจกรรมประจำวันของน้อง ๆ ที่เข้ามาเรียนก็คล้ายโรงเรียนกวดวิชาปกติทั่วไป คือเริ่มเรียนตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนพลบค่ำ แต่มีกิจกรรมพิเศษนั่นคือวิชาพลศึกษา เพื่อเสริมสรรถภาพร่างกาย เนื่องจากการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารจะมีอยู่ 2 ระดับ คือ สอบวิชาการ และสอบพละ ที่รวมถึงการวัดทัศนคติผ่านการสอบสัมภาษณ์ด้วย

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เด็กที่อยากเป็นทหารหลายคนตัดสินใจเข้าโรงเรียนกวดวิชาเพื่อสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารโดยเฉพาะ ซึ่งบางแห่งเป็นโรงเรียนกินนอนที่มีกิจวัตรคล้ายกับอยู่ในค่ายทหารจริง ๆ

ในปีนี้ การสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารทั้ง 4 เหล่าจะมีขึ้นระหว่างเดือน มี.ค. - เม.ย.

บรรยากาศการสอบภาควิชาการเพื่อเข้าสู่โรงเรียนนายร้อย จปร. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 12 มี.ค. เต็มไปด้วยความคึกคัก ทั้งที่การสอบจะเริ่มต้นในเวลาบ่ายโมงตรง แต่ผู้สมัครสอบหลายพันคนที่บางส่วนเดินทางมาพร้อมผู้ปกครอง บางส่วนเดินทางมาพร้อมกับครูโรงเรียนกวดวิชา ก็มาปรากฎตัวแถวสนามสอบตั้งแต่เช้าตรู่

เมื่อลองเข้าไปสอบถามเหตุผลว่าเหตุใดถึงอยากเป็นทหาร คำตอบที่ได้แสนจะหลากหลาย มีทั้ง "เครื่องแบบเท่ดี" "มีญาติเป็นทหาร" "อยากให้คนในครอบครัวภูมิใจ" "อยากมีอาชีพที่มั่นคง" ฯลฯ

บางส่วนแม้จะชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมไปถึงรัฐบาล คสช. ที่เข้ามาบริหารประเทศ แต่ก็ยอมรับว่า ไม่ค่อยมีผลต่อการอยากเป็นทหารเท่าใดนัก เพราะอยากเป็นทหารมาตั้งแต่เด็กแล้ว

หลายคนเผยว่าเข้าโรงเรียนกวดวิชาเตรียมทหารมาหลายปีเพื่อการสอบวันนี้

บางคนถึงกับยอมพักการเรียนโรงเรียนภาคปกติเป็นปี ๆ เพื่อเตรียมตัวสอบให้ได้เป็นบุคคลในเครื่องแบบโดยเฉพาะ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ด่านแรกที่ผู้สมัครสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารต้องเผชิญคือการสอบภาควิชาการ ดังนั้น การเรียนการสอนในโรงเรียนกวดวิชาเตรียมทหารส่วนใหญ่จะเน้นไปที่วิชาการคล้ายโรงเรียนกวดวิชาทั่วไป

ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้เชี่ยวชาญด้านทหาร อธิบายว่า เหตุที่เด็กไทยจำนวนมากอยากเป็นทหาร เนื่องจากรากฐานเดิมของวัฒนธรรมไทย ที่คนในกองทัพเป็นอาชีพแรก ๆ ที่ได้เงินเดือน นอกจากนี้ ยังเป็นอาชีพเดียวที่คนทุกชนชั้นได้มาอยู่ในระนาบเดียวกัน ไม่ว่าจะลูกท่านหลานเธอ หรือลูกหลานชาวไร่ชาวนา การเป็นทหารจึงช่วยยกระดับชนชั้น ที่ทำให้คนในครอบครัวรู้สึกภาคภูมิใจ ครอบครัวไหนที่เคยมีสมาชิกเป็นทหารแล้วก็มักจะมีทายาทที่สืบทอดการเป็นทหารต่อ ๆ กันไป

ที่สำคัญ สังคมไทยมีทัศนคติค่อนข้างดีต่อทหาร ผ่านการนำเสนอข่าวของสื่อ เนื่องจากในอดีตบุคคลสำคัญของประเทศมักเป็นทหาร

"หากไปทำโพลล์กับเด็กไทยอายุต่ำกว่า 10 ขวบ เชื่อได้เลยว่าหนึ่งในอาชีพที่อยากเป็นคือทหาร เพราะอาชีพนี้เป็นฮีโร่ในสังคมไทยมาช้านาน" ผศ.วันวิชิตกล่าว

ผศ.วันวิชิต กล่าวอีกว่า ความสำคัญของการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารให้ได้ เกี่ยวข้องกับการเติบโตในเส้นทางอาชีพนี้ เนื่องจากโรงเรียนเตรียมทหารไม่เพียงช่วยหล่อหลอมให้เป็นพรรคพวกเดียวกัน ยังช่วยสร้างคอนเน็กชั่น ใครที่ผ่านโรงเรียนเตรียมทหารแล้ว หากไม่ทำอะไรผิดพลาดร้ายแรงมักจะได้เป็นนายพลในท้ายที่สุด ไม่ว่าจะ พล.อ. พล.ท. หรือ พล.ต. ต่างกับคนที่ไม่ผ่านโรงเรียนเตรียมทหารที่บางครั้งจะไปตันอยู่ในบางระดับของกองทัพ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ส่วนภาคบ่ายจะเป็นการเรียนวิชาพละ เพราะหนึ่งในบททดสอบสำคัญก็คือการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายที่เข้มข้น เช่น ต้องวิ่งระยะทางหนึ่งกิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 3 นาทีครึ่ง

การสอบภาควิชาการผ่านไปพักใหญ่แล้ว จากผู้สมัครสอบหลักหมื่นถูกคัดให้เหลือไม่กี่ร้อย และการสอบรอบสอง ที่เป็นการสอบแบบแยกเหล่าก็เพิ่งผ่านพ้นไป โดยจะมีการประกาศผล ในเร็ว ๆ นี้

ระหว่างวันที่ 1 - 12 เม.ย. คือช่วงของการรู้หมู่รู้จ่า ว่าใครจะได้เป็น "ทหารเกณฑ์"

แต่ระหว่างวันที่ 17 - 18 เม.ย. จะมีการประกาศผล ว่าใครจะได้เป็น "นักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร" ซึ่งหมายถึงโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เช่นที่เหล่าบรรดานายพันหรือนายพลในกองทัพไทยยุคปัจจุบันเคยผ่านมาก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง