รายงาน: หนึ่งเดือน คดีวิสามัญ “ชัยภูมิ ป่าแส” กับปมปริศนาที่ยังไม่คลี่คลาย

คดีทหารยิงวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส ยังมีปริศนาอีกมากมายต้องคลี่คลาย Image copyright เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง
คำบรรยายภาพ คดีทหารยิงวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส ยังมีปริศนาอีกมากมายต้องคลี่คลาย

ผ่านมา 1 เดือนแล้ว สำหรับเหตุการณ์ทหารวิสามัญฆาตกรรมเยาวชนชาวลาหู่ "ชัยภูมิ ป่าแส" ท่ามกลางข้อสงสัยในคดีมากมายที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย

วันนี้ (17 เม.ย.) ถือเป็นวันครบหนึ่งเดือนการถูกวิสามัญฆาตกรรมของนายชัยภูมิ ป่าแส หรือจะอุ๊ เยาวชนนักกิจกรรมชาวลาหู่ โดยทหาร ซึ่งคดีนี้คงเป็นปริศนา เนื่องจากข้อมูลที่ฝ่ายต่าง ๆ ให้มีหลายจุดที่ยังขัดแย้งกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐปฏิเสธจะเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่น่าจะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยได้ โดยอ้างว่าหากเปิดไปเกรงจะกระทบกับรูปคดี

ก่อนที่จะถูกลืมเลือน บีบีซีไทยขอรวบรวมข้อมูลในคดีปริศนานี้ ว่ายังมีจุดใดที่น่าสงสัย และมีประเด็นใดที่น่าจับตา เพื่อติดตามความคืบหน้าต่อไป


ข้อเท็จจริงในที่เกิดเหตุ

ราวสิบเอ็ดโมงของวันที่ 17 มี.ค. นายชัยภูมิพร้อมเพื่อน โดยสารรถยนต์ฮอนด้าแจ๊สสีดำไปที่ด่านตรวจถาวรบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ก่อนจะถูกทหารประจำด่านตรวจดังกล่าววิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิต

ข้อมูลจากฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ระบุว่า นายชัยภูมิซึ่งนั่งอยู่ข้างคนขับได้ต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่ และวิ่งหนีไปทางป้อมตำรวจ ก่อนจะถูกยิงวิสามัญฯเพื่อป้องกันตัวเนื่องจากนายชัยภูมิควักระเบิดมาจะขว้างใส่ ภายหลังพบยาบ้า 2,800 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในหม้อกรองน้ำของรถยนต์คันดังกล่าว โดยมีการแสดงภาพนิ่งศพของนายชัยภูมินอนคว่ำหน้า โดยมีระเบิดวางอยู่ใกล้ๆ พร้อมภาพของยาบ้าที่พบอยู่ในรถยนต์มายืนยัน

Image copyright เว็บไซต์กองทัพภาคที่ 3
คำบรรยายภาพ แม่ทัพภาคที่ 3 ยืนยันว่าการวิสามัญฯนายชัยภูมิเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

แต่ข้อมูลที่พยานหรือชาวบ้านให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายสำนัก กลับขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่รัฐ

- ไทยพีบีเอส สัมภาษณ์ชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งระบุว่า ช่วงเกิดเหตุมีคนเห็นเหตุการณ์หลายคน แต่ไม่เห็นการต่อสู้กัน และเห็นว่ามีการลากคนออกจากรถมาซ้อม ทั้งนี้ ได้ยินเสียงปืน 3 นัด 2 นัดแรก ยิงลงพื้น ก่อนจะยิงอีกนัด ที่ทำให้นายชัยภูมิล้มลง

- พีพีทีวี สัมภาษณ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งระบุว่า นายชัยภูมิถูกซ้อม ทั้งเตะ ต่อยหน้า ก่อนจะหลุดไปแล้วถูกยิง "ที่เห็นนายชัยภูมิไม่มีอาวุธ ไม่มีอะไรถือไว้ ใส่เสื้อเชิร์ตธรรมดา กางเกงขาสั้น"

- นาว26 สัมภาษณ์พยานในที่เกิดเหตุ ที่ระบุว่า นายชัยภูมิถูกทหารทำร้ายร่างกาย ก่อนจะวิ่งหนีแล้วถูกยิงล้มลง ยืนยันว่านายชัยภูมิไม่มีอาวุธ ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุเห็นเจ้าหน้าที่หยิบกระเป๋าออกจากรถและเดินไปที่ป้อม ก่อนจะเอากระเป๋าใบเดิมกลับมา


ท่าทีของผู้เกี่ยวข้อง

แม้ภายหลังกองทัพบกจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ขณะที่ตำรวจยืนยันว่าจะทำคดีอย่างตรงไปตรงมา แต่ท่าทีของบุคคลสำคัญฝ่ายรัฐหลายคนออกมาตรงกัน คือปกป้องทหารว่าทำถูกแล้ว และชี้ว่านายชัยภูมิมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

Image copyright TUWAEDANIYA MERINGING/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ผบ.ตร. ระบุว่านายชัยภูมิมีความเกี่ยวพันกับยาเสพติด

พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ระบุว่า มีหลักฐานว่านายชัยภูมิมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีอาวุธ เมื่อตรวจค้นแล้วนายชัยภูมิวิ่งหนีและหันมาจะปาระเบิดใส่ เจ้าหน้าที่จึงยิงป้องกันตัว 1 นัด "ผมว่าสมเหตุสมผลในการยิงป้องกันตัว ถ้าเป็นผมอาจกดออโต้ไปแล้ว"

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า คดีนี้เป็นคดียาเสพติดทั่วไป ถ้าไม่ยิงเขา เขาก็ยิงเจ้าหน้าที่ อันนี้พูดตามหลัก เพราะคนพวกนี้ไม่ได้มาตัวเปล่าอยู่แล้ว และทาง พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 ก็ยืนยันว่า นายชัยภูมิมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย

ด้านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีมติวันที่ 21 มี.ค. เข้ามาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พร้อมกับลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีที่พยานบางรายถูกข่มขู่ ด้วยการนำลูกกระสุนมาวางไว้หน้าบ้าน


ประเด็นที่ควรจับตา

1. อะไรอยู่ในกล้องวงจรปิด?

นี่คือประเด็นที่สังคมจับตาตั้งแต่เกิดเหตุใหม่ ๆ เมื่อคำให้การหลายฝ่ายไม่ตรงกัน ภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุซึ่งสื่อหลายแห่งระบุว่ามีอยู่ 7-9 ตัวน่าจะตอบข้อสงสัยได้ แต่ปรากฎว่าทางทหารปฏิเสธที่จะเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิด โดย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาทหารบก ระบุว่า ได้ดูภาพจากวงจรปิดแล้วแต่ "ภาพที่เห็นยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด"

แม้ต่อมา มีการเปิดเผยภาพนิ่งผ่านโลกออนไลน์ รวมถึงเฟซบุ๊กของนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 เป็นภาพนายชัยภูมิที่ให้ความร่วมมือทหารในการตรวจสอบรถยนต์เป็นอย่างดี ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลที่เจ้าหน้าที่รัฐให้มาแต่ตอนต้นว่า นายชัยภูมิขัดขืนและต่อสู้ ทำให้ท้ายที่สุดต้องวิสามัญฆาตกรรม

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ระบุว่า อย่าเพิ่งรีบเชื่อภาพนิ่งเหล่านั้น เพราะสามารถตัดต่อได้ แต่ทางตำรวจก็ยังปฏิเสธจะเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ดี อ้างว่าจะกระทบกับรูปคดี

Image copyright ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น
คำบรรยายภาพ กองทัพไม่เปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ทั้งที่น่าจะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยต่างๆ ได้

2. ชัยภูมิเกี่ยวโยงกับยาเสพติดจริงหรือ?

หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ตำรวจใช้เพื่อยืนยันว่านายชัยภูมิเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจริง คือเงินที่โอนเข้ามาในบัญชีของเยาวชนชาวลาหู่รายนี้ที่ตำรวจระบุว่ามีหลายแสนบาท

แต่นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการ กสม. ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสอบและพูดคุยกับคนใกล้ชิดนายชัยภูมิ ระบุว่า เงินที่โอนเข้ามาในบัญชีของนายชัยภูมิ เป็นรายได้จากการทำธุรกิจกาแฟเพื่อสุขภาพ และแค่หลักพัน ไม่ถึงหลักหมื่น หากตำรวจมีหลักฐานอื่น ก็ขอให้เปิดเผยออกมา

ท้ายที่สุด อาจต้องต้องให้ศาลเป็นผู้สรุปว่าข้อเท็จจริงของฝ่ายใดจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน