สหรัฐฯ ยังมองไทยมีส่วนสร้างเสถียรภาพในเอเชีย-แปซิฟิก

ประธานาธิบดีทรัมป์ Image copyright SAUL LOEB/AFP/Getty Images

สถานทูตสหรัฐฯ แจงการต่อสายคุยกันระหว่างผู้นำไทยและสหรัฐฯ เพื่อยืนยันการเป็นพันธมิตรอันยาวนาน ซึ่งจะส่งผลดีต่อสันติสุขและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมย้ำว่าการพัฒนาประชาธิปไตยด้วยการรับประกันสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพยังเป็นเรื่องสำคัญ

นางสาวเมลิสซา สวีนนีย์ โฆษกประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ในการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวยืนยันในคำมั่นสัญญาของสหรัฐฯ ที่มีต่อไทยอย่างยาวนานว่า เป็นส่วนส่งเสริมสันติภาพและความมีเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ทั้งนี้บทสนทนาบางส่วนมีส่วนคล้ายกับที่ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเมื่อวันจันทร์ (1 พ.ค.) ที่ผ่านมา ที่สหรัฐฯ กล่าวถึงความสัมพันธ์อันดีตลอด 184 ปี และยังคงจะรักษามิตรภาพนี้ต่อไป รวมทั้งกล่าวแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ยังรอวันที่ไทยกลับมาเป็นประชาธิปไตย

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในพันธมิตรทางสนธิสัญญากับไทย ความสัมพันธ์กับไทยถือว่ามีความสำคัญมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเช่นในเดือนก.พ. ที่ผ่านมาไทยและสหรัฐฯ ได้ร่วมจัดฝึกซ้อมทางทหารคอบร้าโกลด์ประจำปีระดับพหุภาคีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย สหรัฐฯ ก็รอคอยวันที่ไทยกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตย เพี่อที่จะทำให้ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างไทยกับสหรัฐจะกลับมาเหมือนเคย เพื่อผลประโยชน์ทางความมั่นคงร่วมกันทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค

Image copyright ROBERTO SCHMIDT/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ การฝึกซ้อมทางทหารคอบร้าโกลด์ประจำปีระดับพหุภาคีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ย้ำความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างไทยและสหรัฐฯ

ในแง่ทางการค้าและการลงทุน นางสาวสวีนนีย์ กล่าวว่า สหรัฐฯ ต้องการร่วมมือกับไทยในประเด็นกำแพงการค้าและความไม่เป็นธรรมทางการค้า รวมไปถึงการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยในวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมาได้จัดการประชุมร่วมระหว่างไทยและสหรัฐฯ ตามกรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุน หรือ Trade and Investment Framework Agreement (TIFA) เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน

แม้ว่านักวิเคราะห์ชี้ว่า สหรัฐฯ มีท่าทีเน้นผลประโยชน์ตนเป็นหลัก ไม่สนค่านิยมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน แต่โฆษกสถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย ย้ำว่า ยังต้องการให้ประเทศไทยพัฒนาประชาธิปไตยด้วยการรับประกันสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพเป็นหลัก และรับบทผู้นำในการเสริมสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งในภูมิภาค

"ในการหารือหลายครั้งที่ผ่านมา สหรัฐฯ เน้นย้ำในเรื่องความสำคัญในการกลับคืนสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งรวมไปถึงการคืนเสรีภาพของประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ของไทยเช่นกัน" นางสาวสวีนนีย์กล่าว

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ โฆษกสถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย ย้ำว่า ยังต้องการให้ประเทศไทยพัฒนาประชาธิปไตยด้วยการรับประกันสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพเป็นหลัก

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังทุ่มเทในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับภูมิภาคอาเซียน ผ่านการยอมรับอาเซียนในด้านการทูต เศรษฐกิจ และในฐานะในความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ อีกทั้งยังต้องการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ- อาเซียนที่จะครบรอบ 40 ปีในปีนี้อีกด้วย

"สหรัฐฯ มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งทางเศรษฐกิจและการค้า ความร่วมมือที่แข็งแกร่งด้านความมั่นคง รวมทั้งความสัมพันธ์ในระดับประชาชน ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่ว่านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกและการประชุมผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค ในช่วงปลายปีนี้" นางสาวสวีนนีย์กล่าว