ทร. เซ็นสัญญาจ้างสร้างเรือดำน้ำจากจีนแล้ว

กองทัพไทยและผู้แทนจากรัฐบาลจีนร่วมเซ็นสัญญาจ้างสร้างเรือดำน้ำแล้ว Image copyright กองทัพเรือ
คำบรรยายภาพ กองทัพไทยและผู้แทนจากรัฐบาลจีนร่วมเซ็นสัญญาจ้างสร้างเรือดำน้ำแล้ว

กองทัพเรือลงนามเซ็นสัญญาจ้างสร้างเรือดำน้ำลำที่ 1 แล้ววันนี้ ที่กรุงปักกิ่ง ของจีน ตามข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำแบบรัฐต่อรัฐ

รายงานจากกองบัญชาการกองทัพเรือแจ้งว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำเป็นผู้แทน พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร.เพื่อลงนามกับบริษัท China Shipbuilding & Offshore International Co. Ltd. ในฐานะผู้แทนรัฐบาลจีนได้ลงนามในข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำ ลำที่ 1 ในข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล ณ อาคารรับรองรัฐบาล เตี้ยวหยูไถ่ กรุงปักกิ่งของจีน โดยทั้งสองฝ่ายตรวจเอกสารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งฝ่ายจีนไม่มีการแก้ไขเอกสารฉบับที่ผ่านการตรวจสอบจากอัยการสูงสุดของรัฐบาลไทย

การเซ็นสัญญาซื้อเรือดำน้ำลำแรกดังกล่าวเป็นไปตามที่ครม.อนุมัติให้จัดซื้อ เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา ด้วยงบประมาณ 13,500 ล้านบาท โดยแบ่งชำระเงินเป็น 7 ปี รวม 17 งวด ประเดิมงวดแรกปี 2560 จำนวน 700 ล้านบาท ส่วนปีที่ 2561-2566 จะชำระเฉลี่ยปีละ 2,100 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ทำทีมตั้งโต๊ะชี้แจงการจัดซื้อเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า รุ่น yuan class S26T จากประเทศจีน จำนวน 1 ลำ วงเงินงบประมาณ 13,500 ล้านบาท ตามที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ย้ำว่า นี่เป็นความจำเป็นในการมีเรือดำน้ำ และเป็นยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัย

"สถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอน เช่น กรณีคาบสมุทรเกาหลี เพียงแค่เปลี่ยนผู้นำคนเดียว การใช้กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อไรไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เรือดำน้ำไม่ได้หาได้ภายใน 1-2 ปี ถ้าเราไม่มีเลย หลักประกันความมั่นคงปลอดภัยของประเทศอยู่ตรงไหน ที่เรามีไม่ใช่เพื่อไปรบ แต่เพื่อไม่ต้องรบ ให้เขาเกรงใจ" เสนาธิการ ทร. กล่าว

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC Thai
คำบรรยายภาพ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการกองทัพเรือ ประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ

อย่างไรก็ตาม พล.ร.อ.ลือชัย ยืนยันการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ และไม่ใช่การ "ย้ายค่าย" ไปซื้ออาวุธกับจีน แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ทางทะเลของไทย เพราะการไม่มีเรือดำน้ำประจำการมากว่า 60 ปี ทำให้ ทร.สูญเสียขีดความสามารถอย่างสิ้นเชิง ทั้งองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ของกำลังพล

ทร. ยืนยันว่า "S26T มีความเหมาะสมกับไทยที่สุด" ด้วย 5 เหตุผล ดังนี้

  • มีความสามารถในการซ่อนพรางสูง: เพราะเงียบ และอยู่ใต้น้ำได้กว่าเรือดำน้ำแบตเตอรีเดียว 5 เท่า เนื่องจากมีการติดตั้งระบบขับเคลื่อนที่ไม่ใช้อากาศภายนอก คือไม่ต้องขึ้นมาหายใจ
  • ระบบอาวุธหลากหลายและรุนแรง: มีตอร์ปิโดซึ่งจะยิงจากท่อตอร์ปิโด 6 ท่อ สามารถยิงอาวุธปล่อยนำวิถีใต้น้ำสู่พื้นหรือบนฝั่ง และยังออกแบบให้วางทุ่นระเบิดได้ ทั้งหมดอยู่ในแพ็กเกจนี้ ไม่ใช่การซื้อแยก รวมถึงมีระบบสนับสนุนครบครัน
  • ความปลอดภัย: ภายในตัวเรือถูกออกแบบเป็นห้องย่อยๆ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นกับห้องใดห้องหนึ่ง กำลังพลก็ย้ายไปห้องอื่นได้
  • การฝึกอบรม: ทร.จีนเพิ่มโควต้าการฝึกอบรมตามหลักสูตรต่างๆ แก่ทหารเรือไทย โดยใช้เวลาอบรม 2 ปี รวมทั้งยินดีร่วมตรวจยืนยันคุณภาพในทุกขั้นตอน
  • การดูแลรักษา: รับประกันหลังส่งมอบระยะเวลา 2 ปี ซึ่งบริษัทอื่นไม่ได้เสนอสิ่งนี้ และรับประกันเปลี่ยนอะไหล่ที่ชำรุดในวงรอบ 8 ปี
Image copyright GUANG NIU/POOL/GETTY IMAGES

ส่วนปัจจัยความลึกของอ่าวไทยเฉลี่ย 50 เมตร ทร. ยืนยันว่าเรือดำน้ำขนาดกลางสามารถปฏิบัติการได้สบายๆ อย่างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เรือดำน้ำของสหรัฐฯ และพันธมิตร ก็เข้ามาปฏิบัติการในอ่าวไทยหลายครั้ง และปัจจุบัน ทร. ก็ฝึกกับเรือดำน้ำสหรัฐฯ ขนาด 6,000 ตันอยู่เป็นประจำ ก็ปฏิบัติการได้

ส่วนเสียงวิจารณ์เรื่องเศรษฐกิจประเทศกำลังฝืดเคือง ประชาชนประสบปัญหาปากท้อง แต่รัฐบาลกลับทุ่มงบ 36,000 ล้านบาทซื้อเรือดำน้ำ ด้วยเหตุผล "มีไว้ให้คนเกรงใจ" เสนาธิการทหารเรือยืนยันงบที่ใช้ไม่ได้เบียดบังงบกระทรวงและกรมอื่นๆ

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำจีน

ส่วนความสับสนของชุดข้อมูลระหว่าง "ซื้อ 3 ลำ" หรือ "ซื้อ 2 แถม 1" นั้น มีคำชี้แจงว่า เวลา ทร.ออกข้อเสนอได้ใช้เงินเป็นตัวตั้งว่าภายใต้งบประมาณ 36,000 ล้านบาท แต่ละบริษัทเสนออะไรให้ ทร. ซึ่งจีนเป็นประเทศเดียวที่เสนอเรือดำน้ำให้ ทร. 3 ลำ พร้อมระบบสนับสนุนครบครัน

พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวทำตาม "ใบสั่ง" ของ "บิ๊กรัฐบาล" โดยยืนยันว่าทั้งหมดนี้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ ทร. และการดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส และหากมีผู้ไปร้องสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ตรวจสอบ ก็ยินดีให้ตรวจสอบ

เสนาธิการ ทร. ระบุว่า ที่ผ่านมาอยากชี้แจง แต่ทำไม่ได้ เพราะกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างยังไม่เสร็จสิ้น อีกทั้งเป็นเอกสารทางราชการที่เปิดเผยไม่ได้ ซึ่งตามข้อปฏิญาณสุดท้ายของนายทหารคือ "ข้าพเจ้าจะไม่แพร่งพรายความลับทางราชการ" ถ้าออกมาชี้แจงก็จะผิดต่อทางราชการ

"ถ้าถามว่ามีเรือดำน้ำไว้รบกับใคร ก็เหมือนถามว่ามีทหารเอาไว้ทำไม" เสนาธิการ ทร. กล่าว