ระเบิดบิ๊กซีปัตตานี: ขอความร่วมมือบิ๊กซีหยุดบริการถึง 1 มิ.ย.

จนท.ตรวจสอบระเบิดกางร่ม Image copyright TUWAEDANIYA MERINGING/AFP/Getty Images

แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ทบทวนมาตรการการดูแลความปลอดภัยโดยเฉพาะในบริเวณห้างบิ๊กซี ปัตตานี พร้อมความร่วมมือห้างดังให้หยุดกิจการถึงวันที่ 1 มิถุนายนเพื่อปรับปรุงคืนสู่สภาพเดิม ด้านฮิวแมนไรท์วอทช์ ประณามเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นชี้อาจเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จี้รัฐบาลไทยนำคนร้ายมาลงโทษ

พ.อ. ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่าผ่านเฟซบุ๊กผ่าน "ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า" ว่า คนร้ายพยายามที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนจากเบาะแสที่มีในขณะนี้ สามารถสาวถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน

ขณะที่ทางแม่ทัพภาคที่ 4 ก็ได้สั่งการให้ทบทวนมาตรการการดูแลความปลอดภัยโดยเฉพาะในบริเวณห้างบิ๊กซี รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการเอกชนให้หยุดกิจการถึงวันที่ 1 มิถุนายน เพื่อปรับปรุงคืนสู่สภาพเดิม และมาทบทวนระบบการรักษาความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Image copyright Reuters

นอกจากนี้ เฟซบุ๊กดังกล่าวยัง ระบุถึงการประชุมเมื่อวานนี้ (9 พ.ค.) ที่ กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ปัตตานี โดยมี พล.ท. ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบ.ศชต. นายวีรนันทร์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี และหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ รวมประชุมด้วย โดยที่ประชุมได้มีการนำภาพคนร้ายที่ถูกบันทึกได้จากกล้องวงจรปิดของห้างบิ๊กซีที่จับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ พร้อมกับการขยายผลจากพยานหลักฐานในเบื้องต้นว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ใดบ้าง

ส่วนรถกระบะที่คนร้ายก่อเหตุนั้น มีทะเบียน บจ 3303 ยะลา ซึ่งตรวจสอบแล้วเป็นของ นายนุสน ขจรดำ ชาวจังหวัดยะลา โดยเจ้าหน้าที่ได้ไปสอบถามภรรยาที่บ้านพัก ระบุว่า นายนุสน มีอาชีพทำหลังคาผ้าใบ ได้ออกจากบ้านเมื่อตอนสายวันนี้เพื่อทำทำงานที่ จ.ปัตตานี และไม่ได้ติดต่ออีกเลยจนมีเจ้าหน้าที่มาที่บ้าน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัวตามจุดตรวจต่างๆ พบว่าภาพล่าสุดอยู่บนถนนสายยะลา-ปัตตานี เขต อ.หนองจิก ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้

Image copyright Reuters

นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียขององค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าว ว่า "การวางระเบิดสองลูกบริเวณห้างสรรพสินค้าที่มีผู้คนพลุกพล่านแสดงให้เห็นถึงความไม่แยแสต่อชีวิตของพลเรือน" และว่า "การโจมตีห้างบิ๊กซีเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุนแรงของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน เป็นการโจมตีที่พุ่งเป้าไปยังพลเรือน ซึ่งอาจถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ รัฐบาลควรนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษ"

ด้านแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีที่ศูนย์การค้าในปัตตานีนับเป็นการกระทำที่จงใจสร้างความสะเทือนขวัญต่อพลเรือน และยังแสดงให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุไม่คำนึงถึงชีวิตของผู้คนแต่อย่างใด

"ทางการไทยต้องสั่งการให้มีการสอบสวนอย่างอิสระและมีประสิทธิภาพทันที โดยรัฐมีหน้าที่ในการนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ให้มีการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และไม่บังคับใช้การลงโทษด้วยการประหารชีวิต ทุกขั้นตอนที่ทางการไทยดำเนินการเพื่อยุติและป้องกันการโจมตีกรณีดังกล่าวต้องเคารพพันธกรณีที่ไทยมีต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ" นางแชมพา พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก กล่าว

ทั้งนี้ เหตุระเบิด 2 ครั้งดังกล่าวเกิดขึ้นที่ศูนย์การค้าบิ๊กซีในเมืองปัตตานี เมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ (9 พ.ค.) ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 61 คน ซึ่งองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยระบุว่ามีเด็กรวมอยู่ด้วยและได้ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ดังกล่าว เช่นเดียวกับองค์กรภาคประชาสังคมอื่นๆ อีกหลายแห่ง เช่น กลุ่มด้วยใจ ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนสังคมออกแถลงการณ์ผ่านโซเซียลมีเดียแสดงความเสียใจและเรียกร้องทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนและผู้อ่อนแอ

Image copyright EPA

นักวิชาการประเมินอาจจะเป็นฝีมือของกลุ่มบีอาร์เอ็น

ด้านนางสาวรุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช นักวิชาการอิสระด้านการจัดการความขัดแย้ง กล่าวกับบีบีซีไทย โดยมองแนวโน้มเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในวันนี้ว่าน่าจะเป็นปฏิบัติการ ของกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะเป็นการส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งให้รับฟังข้อเรียกร้องเรื่องการขอให้มีผู้สังเกตการณ์/สักขีพยานในการพูดคุยสันติภาพ

นางสาวรุ่งรวี ระบุว่าบีอาร์เอ็นจะยังคงใช้ปฏิบัติการทางการทหารเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองต่อไปและพลเรือนก็มักจะตกเป็นเหยื่อของการปะทะต่อรองกันของทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครทราบว่าเราจะไปถึงจุดที่เรียกว่า "ภาวะชะงักงันอันเจ็บปวด" (hurting stalemate) เมื่อใด ซึ่งในทางทฤษฎีบอกว่าคู่ขัดแย้งจะเริ่มต้องการพูดคุยกัน และไม่มีใครทราบว่าเมื่อใดรัฐบาลไทยจะพร้อมให้องค์กรระหว่างประเทศและประเทศที่สามเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ ที่มากกว่าการให้มาเลเซีย ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก ซึ่งหากดูในหลายประเทศที่มีความขัดแย้งด้วยอาวุธในลักษณะนี้ กระบวนการสันติภาพมักจะต้องมีองค์กรที่หลากหลายเข้ามาให้การสนับสนุน

Image copyright REUTERS/Surapan Boonthanom

นางสาวรุ่งรวีเห็นว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การปฏิบัติการของฝ่ายขบวนการดูมีลักษณะที่จำกัดเป้าหมายที่ผู้ถืออาวุธมากขึ้นซึ่งนับเป็นแนวโน้มที่ดี แต่หากครั้งนี้ เป็นปฏิบัติการของบีอาร์เอ็น พวกเขาจะต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากในและต่างประเทศ หากบีอาร์เอ็นต้องการจะขอให้นานาชาติเข้ามาเป็นผู้สังเกตการณ์ ตัวแทนเหล่านี้ย่อมต้องหยิบยกเอาเรื่องการโจมตีพลเรือนขึ้นเป็นประเด็นหารือ แม้ในภาวะสงคราม การทำร้ายพลเรือนด้วยการโจมตีโดยไม่จำกัดเป้าหมายเช่นนี้นับเป็นสิ่งที่ ผิดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ พล.ต. คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณห้างบิ๊กซี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวแสดงความเสียใจและขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ และได้รับผลกระทบกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในพื้นที่ ร่วมกันดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ดีที่สุด รวมทั้งเร่งคลี่คลายความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เร่งติดตามผู้ก่อเหตุและผู้เกี่ยวข้อง มาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

Image copyright Reuters

พล.ต.คงชีพ ยังได้กล่าวประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและผู้อยู่เบื้องหลังดังกล่าว ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมที่รุนแรง ป่าเถื่อน โหดเหี้ยม มุ่งหวังต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนที่บริสุทธิ์ โดยเฉพาะกระทำในพื้นที่ ย่านธุรกิจสำคัญ ซึ่งประสงค์จะทำลายระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมทั้งต้องการ สร้างความหวาดกลัวเพื่อ จำกัดและลิดรอนเสรีภาพของประชาชน ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

Image copyright Reuters

ด้านองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ เผยแพร่แถลงการณ์ของนายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ว่า "จากรายงานข่าวเกี่ยวกับเหตุระเบิด ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานีเมื่อบ่ายวันนี้ ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน โดยในจำนวนนั้นมีเด็กรวมอยู่ด้วย ยูนิเซฟขอประณามเหตุระเบิดครั้งนี้ ซึ่งเป็นการก่อเหตุในสถานที่ที่ทราบกันดีว่ามีเด็กและประชาชนอยู่พลุกพล่าน ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง เพราะไม่ควรมีเด็กคนใดต้องตกอยู่ในความเสี่ยงอันตรายเช่นนี้"

Image copyright Reuters

ข่าวที่เกี่ยวข้อง