สามปีรัฐประหาร: ประชาชนเห็นว่าสภาพเศรษฐกิจแย่ลง สวนทางกับความเห็นนักธุรกิจ

พล.อ.ประยุทธ์ โชว์บัตรลงเสียงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ Image copyright LILLIAN SUWANRUMPHA/AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คาดว่าจะบริหารประเทศต่อไปอีกเพียง 1 ปี ก่อนการเลือกตั้ง

สวนดุสิตโพลล่าสุดระบุ ประชาชนส่วนใหญ่ยังเห็นว่าสภาพเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่แย่ลงหลังจาก 3 ปีภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะที่เอยูโพลของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเผยว่า ประชาชนส่วนใหญ่เครียดกับปัญหาสินค้าราคาแพง

ผลการสำรวจดังกล่าวสวนทางกับความเห็นของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทยที่ระบุว่า เศรษฐกิจมีการพัฒนาดีขึ้น เพราะการเมืองมีเสถียรภาพและมีนโยบายระยะสั้น-กลาง-ยาวที่ชัดเจน

จากผลการสำรวจของความคิดเห็นของประชาชนโดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต หรือ "สวนดุสิตโพล" ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 1,264 คน ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 15 -19 พ.ค. ที่ผ่านมา ในประเด็น "3 ปีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อะไรดีขึ้น?อะไรแย่ลง?" หลังจากที่บริหารประเทศจะครบ 3 ปีในวันที่ 22 พ.ค.ที่จะถึงนี้

จากกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 70.06 ระบุว่าสภาพเศรษฐกิจ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและชีวิตความเป็นอยู่แย่ลง ตามมาด้วยประชาชนร้อยละ 72.39 บอกว่า การบังคับใช้กฎหมายและการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ขณะที่ประชาชนร้อยละ 69.3 เห็นว่าราคาและผลผลิตทางการเกษตรย่ำแย่ลง นอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว เรื่องของการบริหารบ้านเมืองและการใช้งบประมาณ และการก่อเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังถือว่าไม่ดีขึ้น

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ กองทัพเรือตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ (ทร.) ลำแรก ภายใต้งบประมาณ 13,500 ล้านบาท ซึ่งได้ลงนามจ้างสร้างเรือดำน้ำกับบริษัท CSOC ในฐานะผู้แทนรัฐบาลจีนแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

เมื่อถามถึงอนาคตของรัฐบาลชุดปัจจุบันซึ่งคาดว่าเหลือเวลาบริหารงาน ก่อนการเลือกตั้งเพียง 1 ปีเท่านั้น สวนดุสิตโพลระบุว่า ประชาชนร้อยละ 83.7 ต้องการให้พัฒนาเศรษฐกิจให้ดีขึ้นและแก้ไขปัญหาปากท้อง ตามมาด้วย ความต้องการในการช่วยเหลือดูแลสวัสดิการต่างๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ช่วยเหลือคนตกงาน ว่างงาน การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น การเดินหน้าตามโรดแมป และแก้ไขกฎหมายที่สำคัญ และการลงโทษอย่างเหมาะสมเป็นธรรม

สอดคล้องกับผลการวิจัยเชิงสำรวจของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอยูโพล ซึ่งจัดทำระหว่างวันที่ 18 เม.ย. ถึง 15 พ.ค. และมีกลุ่มตัวอย่าง 2,006 ตัวอย่าง ในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา โดยเน้นการศึกษาเกี่ยวกับ "ดัชนีความเครียดของคนไทย" พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดบอกตรงกันว่า ปัญหาที่ทำให้เกิดความเครียดมากที่สุด คือ เรื่องเศรษฐกิจและการเงิน โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับราคาสินค้าแพง ปัญหาหนี้สิน รายได้ไม่พอกับรายจ่าย รวมถึงภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
สามปีรัฐประหาร: แม้ว่าเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพนโยบายชัดเจนแต่ภาคปฏิบัติยังไม่เป็นจริง

อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจดังกล่าว สวนทางกับความเห็นของบรรดานักธุรกิจต่างๆ ซึ่ง บีบีซีไทย ได้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ อาทิ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สายงานการค้าและการลงทุน นายสแตนลีย์ คัง ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย และนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ระบุว่า สามปีของเศรษฐกิจไทยภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สภาพเศรษฐกิจดีขึ้น เนื่องจากเสถียรภาพทางการเมือง พร้อมกับความพยายามปราบคอร์รัปชั่น รวมถึงการมีนโยบายระยะ 5-20 ปี แต่มีปัญหาอยู่ที่ว่ารัฐยังให้การสนับสนุนได้ไม่ดีเท่าที่ควร และการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมมากนัก