เพิ่มเติม: เชื่อระเบิดรพ.พระมงกุฎฯ โยง 2คดีระเบิดกรุง

เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดเดินทางไปที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า Image copyright EPA/RUNGROJ YONGRIT
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดเดินทางไปที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า

เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ทำให้ฝ่ายความมั่นคงทั้งตำรวจและทหารเรียกประชุมด่วน เผยโยงเหตุระเบิดหน้ากองสลากฯ เก่า-โรงละครแห่งชาติ โดยผบ.ตร.-ผบ.ทบ. รุมประณามผู้ก่อเหตุ

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกร้องให้สังคมประณามการก่อเหตุระเบิดภายในโรงพยาบาล และชี้ว่าการระเบิดครั้งนี้หวังผลถึงชีวิต เนื่องจากใส่ตะปูจำนวนมาก

"เป็นสิ่งเลวร้าย แม้แต่ช่วงสงคราม ระหว่างการรบ ยังไม่มีใครทิ้งระเบิดลงไปในโรงพยาบาล แต่นี่เอาระเบิดไปวางในโรงพยาบาล ซึ่งมีผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นคนแก่ เป็นเรื่องที่สังคมต้องประณาม สิ่งเหล่านี้ปล่อยไว้ไม่ได้" พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว

เมื่อมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง จึงต้องประชุมปรับแผนการรักษาความปลอดภัยในภาพรวมของประเทศ ผบ.ทบ.ชี้ว่า ทั้ง 3 คดี คือระเบิดหน้ากองสลากเก่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. และระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า วันนี้ ตำรวจที่รับผิดชอบต้องดำเนินการจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้ และเป็นระเบิดไปป์บอมบ์เพราะมีลักษณะเหมือนกัน แต่ยอมรับว่ายังไม่ชัดเจนว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มใด แต่ถ้าได้ผู้ต้องสงสัย 1 ใน 3 คดี ทุกอย่างจะสืบสาวไปได้ โดยเฉพาะการสรุปหลักฐานเบื้องต้นของตำรวจ คาดว่า 3 คดีที่เกิดขึ้นเป็นกลุ่มเดียวกัน เนื่องจากส่วนประกอบของระเบิดเป็นชนิดเดียวกันทั้งหมด

Image copyright EPA/RUNGROJ YONGRIT

ผบ.ทบ. เชื่อต้องการปั่นป่วนรัฐบาล

ส่วนเหตุระเบิดทั้ง 3 ครั้ง เป็นการดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยบอกว่า ตราบใดที่ยังไม่มีผู้ต้องสงสัย ก็วิเคราะห์กันไป แต่ไม่ควรฟันธงว่าเป็นใคร ส่วนตัวคิดว่าเป็นการปั่นป่วนการบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และคิดว่าไม่จำเป็นต้องทำในวันครบรอบ 3 ปีของคสช.

"คนไม่ชอบคสช. จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว จะกี่เดือนกี่วัน ถ้ามีจังหวะและโอกาส เขาก็ทำ" เลขาธิการ คสช.กล่าว

พล.อ.เฉลิมชัยบอกด้วยว่า ภาพรวมทุกพื้นที่ที่ก่อเหตุเป็นพื้นที่เปิด มีประชาชนไปมาพลุกพล่าน อย่างพื้นที่โรงพยาบาล ใครก็สามารถเข้าไปได้ อีกทั้งการก่อเหตุครั้งนี้เป็นลักษณะการอำพรางแบบไปเยี่ยมคนไข้ และมีอุปกรณ์เข้าไป จึงยากต่อการป้องกันเกิดเหตุ เพราะคิดว่าเป็นโรงพยาบาล จึงไม่มีการตรวจค้น ซึ่งต่อไปต้องวางมาตรการป้องกัน และขอความร่วมมือประชาชนเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ อีกทั้งคิดว่ากล้องวงจรปิดเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะของ กทม. หรือภาคเอกชน ก็สามารถช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนได้

ผบ.ตร.ชี้ "ซิกเนเจอร์" เดียวกับคดีกองสลากฯ-โรงละคร

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรียกประชุมติดตามเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเช่นกัน ก่อนแถลงว่า ได้ตั้งคณะทำงานระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)โดยมีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กองบัญการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) ทำงานร่วมกัน ทั้งพนักงานสอบสวนจากเหตุราชดำเนิน หน้ากองสลากฯ เก่า โรงละครแห่งชาติ และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

ขณะนี้หน่วยอีโอดีให้รายละเอียดว่า "ซิกเนเจอร์คล้ายกัน 3คดี จากการประชุมเชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน กลุ่มไม่หวังดีในประเทศ ทำด้วยคนๆ เดียวกัน ซิกเนเจอร์ทั้ง 3 ครั้งเหมือนกัน เช่น หัวบัดกรี ตำรวจมีข้อมูล ทุกคดีอะไรที่เป็นพยานหลักฐานในการสอบสวนเก็บดีเอ็นเอทั้งหมด"

ผบ.ตร. ยังประกาศจะเร่งหาตัวคนร้ายให้ได้ พร้อมระบุว่า คนร้ายจิตใจอำมหิต เพราะวางระเบิดในโรงพยาบาลได้ มันเกินไป ส่วนจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทางภาคใต้ หรือกลุ่มการเมือง พล.ต.อ.จักรทิพย์บอกว่า ให้น้ำหนักพอๆ กัน ในส่วนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้มีศักยภาพของเขา แต่จะขยายวงหรือไม่ ขอเวลาระยะหนึ่งถึงจะรู้ แต่คนทั่วๆ ไปพอจะมีความรู้ประกอบระเบิดแบบนี้ก็สามารถทำได้ ส่วนคนร้ายน่าจะออกจาก กทม.ไปแล้ว

Image copyright LILLIAN SUWANRUMPHA/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ทีมหน่วยนิติเวชตำรวจเดินทางออกจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า หลังเกิดเหตุระเบิดขนาดเล็ก ทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 20 คน เหตุเกิดในวันครบรอบ 3 ปี หลังจากที่กองทัพยึดอนาจ

โฆษกกลาโหมประณาม "เหี้ยมโหดและไร้มนุษยธรรม"

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวประณามเหตุระเบิดภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ว่า ไม่ว่าเบื้องหลังผู้ก่อเหตุและกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง จะกระทำด้วยวัตถุประสงค์ใด ถือเป็นพฤติกรรมที่เหี้ยมโหดและไร้ซึ่งมนุษยธรรมยิ่ง โดยเป็นการกระทำที่ละเมิดหลักมนุษยธรรมซึ่งเป็นกติกาสากล ที่สังคมอารยะพึงยึดถือ ต่อสถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และผู้เจ็บป่วยซึ่งกำลังรักษาตัว ซึ่งถือเป็นความท้าทายของสังคมที่ต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนทุกคน ร่วมกันตระหนักและเฝ้าระวังความปลอดภัยในทุกพื้นที่ร่วมกัน

คุมเข้มทำเนียบฯ-เพิ่มรปภ. นายกฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.เกียรติ กาบบัว ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการสันติบาล 3 ตรวจพื้นที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ทำเนียบรัฐบาล ก่อนให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจเข้มรถยนต์และบุคลากรที่เข้า-ออกภายในทำเนียบรัฐบาล โดยเฉพาะผู้ที่แลกบัตรเข้ามา ว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำประวัติด้วยว่าเป็นใครมาจากไหน และเข้ามาติดต่อเรื่องอะไร นอกจากนี้ในส่วนการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในภารกิจต่างๆ ก็ได้มีการแบ่งกำลังลงไปเสริมเพิ่มเติม เพื่อการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น

Image copyright EPA/RUNGROJ YONGRIT

เว็บไซต์ นสพ.กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า เหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎ เกิดขึ้นราว 10.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท รับแจ้งเหตุเสียงดังคล้ายระเบิด บริเวณห้องรับรองข้าราชการบำนาญ ห้องตรวจโรคนายทหารชั้นยศนายพล และที่ช่องจ่ายยา ช่องการเงิน ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 ปี โดยเหตุระเบิดที่เกิดบริเวณห้องวงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นห้องสำหรับรอรับการจ่ายยาของนายทหารระดับสูง ส่งผลให้กระจกบริเวณดังกล่าวแตกกระจายหลายบาน และมีผู้ใช้บริการโดนเศษกระจกที่แตกกระจายได้รับบาดเจ็บนับสินคน

พล.ท.สาโรช เขียวขจี เจ้ากรมแพทย์ทหารบก เปิดเผยว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 24 ราย เบื้องต้นมี 3 รายที่ยังต้องเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

Image copyright LILLIAN SUWANRUMPHA/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ทหารคุ้มกันบริเวณด้านหน้ารพ.พระมงกุฎเกล้า

กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า ก่อนหน้านี้แพทย์ที่อยู่ในที่เกิดเหตุได้บอกสาเหตุเบื้องต้นว่า เหตุระเบิดน่าจะมาจากช่องแอร์ที่ใช้งานมานาน ไม่ได้รับการดูแล ปรับปรุง ประกอบกับมีท่อแก๊ส ท่อสายไฟจำนวนมาก และในช่วงนี้มีความร้อนจากอากาศที่อบอ้าว อาจทำให้เกิดแรงเสียดทานจึงระเบิดขึ้นมาได้

กรุงเทพธุรกิจรายงานด้วยว่า จุดเกิดเหตุอยู่ภายในห้องวงษ์สุวรรณ์ ในจุดนั่งรอรับการรักษา ตรวจสอบพบเศษตะปูกระจัดกระจายเต็มพื้นที่ พบหลุมและสารโปรแตสเซียมคลอเรต ซึ่งเป็นหนึ่งในสารประกอบของการทำวัตถุระเบิด ผู้บาดเจ็บซึ่งมีนายพลทหารเกษียณอายุราชการ กว่า 10 คน ถูกนำตัวรับการรักษาพยาบาลโดยด่วน

Image copyright REUTERS/Athit Perawongmetha

เหตุระเบิด ที่ รพ. พระมงกุฎ นับเป็นการระเบิดในเมืองหลวง ครั้งที่ 2 ในรอบ 7 วัน โดยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม เกิดเหตุระเบิดที่หน้าโรงละครแห่งชาติ ซึ่งในเบื้องต้นทางตำรวจปฏิเสธว่า ไม่ใช่ระเบิด แต่ต่อมายอมรับ และ มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 19 พฤษภาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รอง ผบ.ตร. การติดตามหาตัวผู้ลงมือก่อเหตุเป็นไปค่อนข้างยาก แต่ยังมีพยานหลักฐานในการสืบสวนต่อไปได้ เพราะยังมีเบาะแสต่างๆ ได้สั่งการตำรวจร่วมกับทหารในการติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มาก เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ ส่วนการตรวจสอบรอยบัดกรีที่ทำวัตถุนั้น มีลักษณะเดียวกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อปี 2550