สามปีรัฐประหาร: นักวิชาการต่างชาติชี้ระบอบทหารฝังรากลึก เลือกตั้งยังอีกไกล

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ 10 สิงหาคม 2559 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ทดลองขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ตามนโยบายสนับสนุนการใช้พาหนะพลังงานทางเลือก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายไทยแลนด์ 4.0

สามปีรัฐประหาร นักวิชาการต่างชาติชี้ ระบอบทหารฝังรากลึกลงในระบบสังคม-การเมืองไทยมากขึ้น ความไม่แน่นอนสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ คาดสัญญาเลือกตั้งอีก 15 เดือนจะไม่เกิดขึ้น

ในโอกาสวันครบรอบสามปีของการรัฐประหาร 22 พ.ค. นักวิชาการต่างชาติด้านไทยศึกษาสองราย อ.ยาสุฮิโตะ อาซามิ (Yasuhito ASAMI) แห่งมหาวิทยาลัย โฮเซ (Hosei University) และ อ.เออร์จินี่ แมริเยอ (Eugenie Merieau) แห่งสถาบันรัฐศาสตร์ แห่งปารีส หรือ Sciences Po ร่วมสนทนากับบีบีซีไทยทางเฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ "สามปีรัฐประหารกับการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย" เห็นพ้องว่า เป็นสามปีที่ระบอบเผด็จการ แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ นักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่น ประชาชนสูญเสียเสรีภาพทางความคิด และคาดว่า การเลือกตั้งอีก 15 เดือนข้างหน้าจะถูกเลื่อนออกไปอีก

อ.แมริเยอ กล่าวว่า ในสามปีที่ผ่านมา มีความพยายามสร้างให้กองทัพเป็นสถาบันที่เข้มแข็งมากขึ้น (institutionalised) เทียบได้กับกระบวนการในยุคของ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์

เธอกล่าวว่า วิธีการที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การสร้างกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เริ่มตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ไปจนถึงรัฐธรรมนูญฉบับถาวรปี 2560 ที่เปิดช่องให้ คณะผู้ยึดอำนาจการปกครองมีอำนาจในรัฐสภาอีก 5 ปี และสามารถแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา

ด้าน อ.อาซามิ เห็นว่า ระบบทหารแข่งแกร่งขึ้นก็จริง แต่เขาคิดว่ายังไม่ถึงระดับที่จะพูดว่าเป็นกระบวนการที่ทำให้เป็นสถาบันอันแข็งแกร่ง เพราะเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่าง คสช. กับในส่วนของกองทัพเองเองก็ยังไม่เป็นระบบเท่าไรนัก

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ 8 มกราคม 2559 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ร่วมถ่ายภาพหมู่กับบรรดาผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ

ในด้านความไม่แน่นอนของการบริหารประเทศของ คสช. ตลอดสามปีที่ผ่านมา นักวิชาการมองว่าเป็นสิ่งที่มีนัยยะและผลกระทบหลายประการ

ด้าน อ.อาซามิ ผู้ซึ่งมีบทบาทให้คำปรึกษาให้กับนักลงทุนญี่ปุ่นในไทยด้วย ระบุว่า ตัวเลขการลงทุนจากนักลงทุนญี่ปุ่นในไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในสองสามปีที่ผ่านมา การเลื่อนการเลือกตั้งสี่ครั้งที่ผ่านมาทำให้นักลงทุนสูญเสียความมั่นใจไปมาก

"ถ้าเลื่อน ก็จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจค่อนข้างมาก อันนี้ก็อยากให้ผู้นำทางการเมืองไทยทราบด้วย ...เมื่อคราวที่แล้ว รัชกาลที่9 เสด็จสวรรคคต นักลงทุนต่างชาติก็เข้าใจได้ว่ามีเหตุผลพิเศษที่ต้องเลื่อนการเลือกตั้งไปอีกสักระยะหนึ่ง แต่ถ้าเลื่อนอีกครั้งหนึ่ง ก็เหมือนกับว่า พลเอก ประยุทธ์ก็มีภาพพจน์เหมือนกับเด็กเลี้ยงแกะ พูดอะไรเขาก็ไม่ค่อยฟังแล้ว" อ.อาซามิ ระบุ

อ.แมริเยอ มองว่า ความไม่แน่นอนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ทำให้ระบอบประชาธิปไตยไม่เกิดขึ้น

"สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มันมีการสร้างความเคยชินกับเรื่องเผด็จการมากขึ้น จนถึงวันหลังเนี่ย ถ้ามันไม่มีการต่อสู้ของประชาชน เวลาที่จะควบคุมความคิดของคนไทยได้ มันจะเกิดขึ้นได้" อ. แมริเยอ ระบุ

เธอกล่าวต่ออีกว่า การปกครองของระบบทหารสามปีที่ผ่านมากำลังทำร้ายปัญญาชนของไทย ใช้วิธีการที่ทำให้ผู้คนหวนคิดถึงอดีตไม่ได้ อย่างเช่น การปฏิวัติปี 2475 สิ่งเหล่านี้กำลังทำให้คนไทยตาบอด

"[ระบบ]จะควบคุมคนไทยได้มากขึ้นเรื่อยๆ สร้างเผด็จการระยะยาว ไม่ใช่ 15 เดือน แต่เป็น สิบกว่าปี"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ภาพการจับกุมตัวนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว หนึ่งในแกนนำนักศึกษาที่กำลังเดินทางไปยังอุทยานราชภักดิ์

เมื่อถามเรื่องการเลือกตั้งในอีก 15 เดือนข้างหน้า อ.แมริเยอเห็นไปในทิศทางเดียวกันกับ อ.อาซามิ

"เชื่อว่ามันไม่น่าจะเกิดขึ้น คิดว่ามันเป็นแผนมานานแล้วว่าทำให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้นไม่ได้ มันก็ต้องใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะลุกขึ้นสู้หรือไม่ ปัญญาชนมีบทบาทสูงที่ต้องเล่นในวิกฤตนี้ ถ้าเป็นเผด็จการยาวนาน สิ่งที่สำคัญคือปัญญาชน มันต้องสู้ระยะยาว สู้ในความคิดไปก่อน มันขึ้นอยู่กับปัญญาชนที่ว่าจะผลิตงานที่ทำร้ายระบบได้หรือไม่ ถ้าทำร้ายระบบได้ก็อาจจะทำให้เผด็จการล่มสลาย" อ.แมริเยอ ระบุ

ประเด็นที่นักวิชาการทั้งสองเน้นย้ำมากคือ ระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น ที่จะพาประเทศไทยไปข้างหน้าได้

"…ถ้าเรานิยามประชาธิปไตย เป็นประชาธิปไตย ประเทศไทยมีประชาธิปไตยอยู่ไม่ถึงสิบปี และเวลาที่มีประชาธิปไตย มันก็ใช้ได้ อย่างเช่น 2540 ถึง 2549 แม้ว่ามันไม่สมบูรณ์แบบ มันมีการพัฒนาประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นได้ แล้วตอนที่มีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็เหมือนกัน มีการพัฒนาประชาธิปไตย ประชาธิปไตยมันไม่ได้เกิดขึ้นในทีเดียว มันก็ต้องใช้เวลา" อ.แมริเยอ ระบุ

อ.อาซามิ กล่าวว่า ไม่มีประเทศไหนในโลกที่เป็นประชาธิปไตยร้อยเปอเซ็นต์ ต้องพอใจกับประชาธิปไตยในระดับ 70-80 เปอเซนต์

"คนไทยจำนวนหนึ่ง มองว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่มีปัญหาทางการเมือง มีเยอะแยะ คอรัปชั่น น้ำเน่า แต่ก็ต้องแก้กันไปทีละนิด …กำจัดคอรัปชั่นโดยเสียสละทุกอย่าง ผมว่ามีผลไม่ดี คนญี่ปุ่นไม่พอใจนักการเมืองมาก แต่ไม่คิดให้ทหารเข้ามา เพราะทหารนี่ควบคุมยากกว่านักการเมือง" อ. อาซามิ ระบุ

Image copyright Yasuhito ASAMI
คำบรรยายภาพ อ.ยาสุฮิโตะ อาซามิ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีบทวิเคราะห์จากสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อเร็วๆ นี้ที่มองว่า ระบอบทหารที่เข้าไปฝังลึกอยู่ในหลายภาคส่วนของสังคมไทยจะทำให้ประเทศเข้าข่ายเป็นเป็นรัฐล้มเหลว(failed state) เป็นประเทศมีความขัดแย้งในสังคมรุนแรงจนรัฐไม่สามารถบริหารตัวเองได้ อ. เออร์จินี่เห็นว่าจะไม่เกิดขึ้นแน่นอนเพราะรัฐไทยเป็นรัฐที่เข้มแข็งมาก มีประสิทธิภาพในที่จะเข้าไปควบคุมทุกภาคส่วน ทุกวิถีชีวิต แม้กระทั่งเข้าไปในระบบความคิดของคน

ระหว่างการเสวนา เกาหลีใต้เป็นประเทศหนึ่งที่ถูกยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างในฐานะที่เคยผ่านการอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหารแบบไทย แต่ก็สามารถผ่านพ้นมาเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีความแข็งแรงทางเศรษฐกิจได้

Image copyright Eugenie Merieau
คำบรรยายภาพ อ.เออร์จินี่ แมริเยอ

นักรัฐศาสตร์หลายคนรวมถึง อ. แมริเยอ เองมองว่า เราสามารถใช้ทฤษฎีการก้าวสู่ยุคสมัยใหม่ (modernisation theory) เข้าไปอธิบายพัฒนาการทางประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ และอีกหลายๆ ประเทศได้ กล่าวคือ ประชาธิปไตยมีแนวโน้มที่จะแข็งแรงขึ้นหลังที่เศรษฐกิจและการศึกษาในประเทศพัฒนาขึ้น นำไปสู่การเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชน

แม้กระนั้นก็ตาม อ.แมริเยอ มองว่า ทฤษฎีนี้ไม่สามารถใช้ได้กับประเทศไทย

"มีหลายปัจจัย [ที่ทำให้ประเทศไทยเป็นข้อยกเว้น] มันเป็นวงจรลักษณะที่เหมือนคนไทยรอได้ ไม่ใช่เผด็จการแบบนานๆ จนคนทนไม่ไหวแล้วไปประท้วง เป็นเผด็จการที่มีรัฐประหารทุกๆ หกปีครึ่ง มีรัฐธรรมนูญทุกๆ สี่ปีครึ่ง เพราะฉะนั้นคนไทยก็เลยรอกันไปรอกันมา เป็นวงจรอุบาทว์ที่มีประโยชน์มากต่อเผด็จการทหาร เพราะทำให้คนเคยชิน แล้วรู้สึกว่ารอไม่นาน เหมือนกับตอนนี้ทำรัฐประหารแล้วบอกว่าจะมีเลือกตั้งเร็วๆ นี้ ถ้าเค้าบอกแต่แรกว่าจะไม่มี คนก็อาจจะลุกขึ้นสู้" อ.แมริเยอ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง