เจ้าสัวซีพีรวยเพิ่มอีกหนึ่งแสนล้านบาท กระทิงแดงโกยเพิ่ม 9.5 หมื่นล้านบาท

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ Image copyright TORU YAMANAKA/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์

นิตยสารฟอร์บส์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยผลการจัด 50 อันดับมหาเศรษฐีไทยโดยในปีนี้ ตระกูลเจียรวนนท์ ผู้ดำเนินธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังคงรั้งตำแหน่งอันดับหนึ่งมหาเศรษฐีที่มีมูลค่าสินทรัพย์สูงที่สุด ด้วยมูลค่ากว่า 2.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 7.32 แสนล้านบาท เพิ่มจากมูลค่าของปีที่แล้วกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวหนึ่งแสนล้านบาท

ส่วนมหาเศรษฐีที่สามารถเพิ่มความมั่งคั่งใหักับธุรกิจได้มากรองๆ ลงมา ที่น่าสนใจคือนายเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของกิจการเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง โดยมีสินทรัพย์ 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 9.5 หมื่นล้านบาท จากปีที่แล้ว โดยสาเหตุมาจากราคาหุ้นของสินคัาคู่แข่งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์สูงขึ้น จึงทำให้การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ของกระทิงแดงปรับตัวสูงขึ้นตาม

10 อันดับเศรษฐกิจที่มีสินทรัพย์สูงสุดของปี 2560
อันดับ รายชื่อ มูลค่าสินทรัพย์ (พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ธุรกิจหลัก
1 ตระกูลเจียรวนนท์ 21.5 ธุรกิจกิจอาหาร
2 นายเจริญ สิริวัฒนภักดี 15.4 ธุรกิจเครื่องดื่มและอสังหาริมทรัพย์
3 ตระกูลจิราธิวัฒน์ 15.3 ธุรกิจค้าปลีก
4 นายเฉลิม อยู่วิทยา 12.5 ธุรกิจเครื่องดื่ม
5 นายวิชัย ศรีวัฒนประภา 4.7 ธุรกิจสินค้าปลอดภาษี
6 นายกฤตย์ รัตนรักษ์ 3.9 ธุรกิจสื่อและอสังหาริมทรัพย์
7 นายวานิช ไชยวรรณ 3.8 ธุรกิจประกันชีวิตและเครื่องดื่ม
8 นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ 2.6 ธุรกิจโรงพยาบาล
9 นายสันติ ภิรมย์ภักดี 2.3 ธุรกิจเครื่องดื่มเบียร์
10 นายอาลก โลเฮีย 1.75 ธุรกิจปิโตรเคมี

ที่มา: นิตยสารฟอร์บส์

แม้ว่านายเฉลิม มีมูลค่าจะมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอยากมาก แต่ยังคงอยู่ในอันดับที่ 4 ใน 50 มหาเศรษฐีไทย ตามการจัดอันดับของนิตยสารฉบับดังกล่าว

ที่ผ่านมาครอบครัวอยู่วิทยายังต้องเผชิญกับข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิตของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส หลานของนายเฉลียว อยู่วิทยา ผู้ก่อตั้งบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555 แต่นายวรยุทธได้เลื่อนนัดพบอัยการคดีนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนท้ายสุดก็หลบหนีออกไปต่างประเทศ ก่อนที่ศาลอาญากรุงเทพใต้จะมีการออกหมายจับอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนที่ผ่านมา

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการจากข้อมูลของนิตยสารฟอร์บส์คือ แม้ว่าความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยรวมจะลดลง แต่เมื่อพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์รวมของบรรดา 50 มหาเศรษฐีของไทยแล้ว จะพบว่ามีมูลค่าทั้งหมด 1.235 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 จากมูลค่ารวมของปีก่อน ถือว่าเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าการเติบโตของมูลค่าหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาอีกด้วย

"ทักษิณ" หลุด 10 อันดับแรก

นายทักษิณ ชินวัตร นักธุรกิจ และอดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งปัจจุบันลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ถูกปรับอันดับลงหนึ่งอันดับ จากอันดับ 10 ในปีที่แล้วมาเป็นอันดับ 11 ในปีนี้ โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ราว 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สำหรับมหาเศรษฐีไทยที่มูลค่าสินทรัพย์ลดน้อยลงมากที่สุด คือ นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ซึ่งมูลค่าลดลงจากเดิมกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากธุรกิจโรงพยาบาล สายการบินทำกำไรได้น้อยลง

ขณะที่ทำเนียบ 50 มหาเศรษฐีไทยได้ต้อนรับมหาเศรษฐีหน้าใหม่ปีแรก ได้แก่ นายอิทธิพัฒน์ พีระเดชาพันธุ์ จากธุรกิจสาหร่ายทอดเถ้าแก่น้อย มีสินทรัพย์ 610 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดในรายชื่อ นอกจากนี้ยังมีนายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ จากธุรกิจอาหาร บริษัทไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป มีสินทรัพย์ 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนอีกคนคือ น.ส.ณัฐชไม ถนอมบุญเจริญ จากธุรกิจเครื่องดื่มบำรุงกำลัง คาราบาว กรุ๊ป ซึ่งสินทรัพย์ 590 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ