องค์กรสัตว์ รณรงค์วัดไทยทั่วโลก ปล่อยนก "ได้บาป"

นกอยู่ในกรง รอการถูกปล่อย Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ฯ มองว่าวงจรของการจับนกเป็นการสนับสนุนธุรกิจบาป

สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทยได้ยื่นหนังสือถึงสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอให้มหาเถรสมาคม (มส.) ช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและยุติการจับนกเพื่อปล่อยในวัดทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจาก มส. มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลวัดทั่วประเทศ

นายธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ นายกสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ฯ กล่าวว่า อยากให้ มส. มีมติแจ้งเจ้าอาวาสวัดทุกแห่งว่าการปล่อยนกไม่ใช่บุญ และผิดกฎหมาย

"เราไม่ได้ต่อต้านเรื่องการปล่อยนก แต่เรากำลังบอกว่าลักษณะการจับ วงจรของการจับ มันเป็นการสนับสนุนธรุกิจบาป และระหว่างทางมีนกตายจำนวนมาก ทั้งด้วยการขนส่ง ที่อยู่อาศัยที่อัดเกินไป รวมถึงขาดน้ำขาดอาหาร" นายธีระพงษ์กล่าว

นายธีระพงศ์กล่าวว่า สมาคมมองภาพรวมทั้งระบบ เช่น การปล่อยเต่า หากปล่อยในน้ำกร่อย ตาก็จะบอด สุดท้ายก็ตาย แต่สมาคมเลือกทำเรื่องนกก่อน เพราะมีความใกล้ชิดกับคน และมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง โดยนกที่อยู่ใน "ขบวนการทำบุญ" ส่วนใหญ่เป็นนกกระติ๊ด ซึ่งอยู่กันเป็นฝูง และจับง่าย แต่เมื่อมาปล่อยในเมือง โอกาสจะได้กลับสู่ถิ่นเดิมมีโอกาสน้อยมาก และลูกนกที่อยู่ในรังก็เสียชีวิต

Image copyright สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย
คำบรรยายภาพ นายธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ เสนอให้ มส. มีมติแจ้งเจ้าอาวาสวัดทุกแห่งว่าการปล่อยนกไม่ใช่บุญ และผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ นกบางชนิดยังเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง การล่า ครอบครอง และทำการค้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 16, 19 , 20 ประกอบมาตรา 47 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนการจับนกด้วยวิธีทารุณและดูแลจัดสวัสดิภาพไม่ดี ก็อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 20 ประกอบมาตรา 31 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ส่วนการจัดสวัสดิภาพนกไม่เหมาะสม เป็นความผิดตามมาตรา 22 ประกอบมาตรา 32 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาทเช่นกัน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นกที่อยู่ใน "ขบวนการทำบุญ" ส่วนใหญ่เป็นนกกระจิ๊ด ซึ่งอยู่กันเป็นฝูง และถูกจับง่าย

ด้านนายประดับ โพธิกาญจนวัตร โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า มส. มีคำสั่งตั้งแต่ปี 2527 ให้วัดถือเป็นวาระสำคัญที่ต้องประกาศเขตอภัยทาน ซึ่งหมายถึงเขตปลอดจากการทำร้ายหรือทำลายชีวิตทั้งปวง แต่ไม่ได้มีการบังคับใช้ ดังนั้นต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจกับคน เนื่องจากการทำบุญปล่อยสัตว์เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ฝังหัวคน

"เราต้องดูว่าการปล่อยสัตว์ลงไปในสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่วิถีชีวิตของเขา จะเป็นบุญหรือบาป เราปล่อยเสร็จเรารู้สึกสบายใจ เป็นบุญ แต่อีกพวกหนึ่งลำบากที่สุดเลย แล้วมันจะได้บุญไหม" นายประดับกล่าว

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ การปล่อยปลาหรือเต่าในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์เหล่านั้น

โดยพร้อมนำข้อเสนอของสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ฯ ไปพูดคุยกับเจ้าอาวาสวัดให้ไปปรับเปลี่ยนการประกอบศาสนพิธีบางอย่างเกี่ยวกับนกและปลา โดยชี้ว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนแบบนี้ และควรสอนแก่นธรรมทางพระพุทธศาสนา

อย่างไรก็ตามสำนักพระพุทธศาสนาฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการห้ามปล่อยนกปล่อยปลา แต่หากมีนกหรือสัตว์ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐต้องมีการดำเนินการ