ตัดสัมพันธ์กาตาร์: ททท. คาดไม่กระทบท่องเที่ยว ด้าน กต.ห่วงคนไทยในกาตาร์

ภาพกาตาร์ Image copyright Getty Images

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า การยกเลิกเที่ยวบินระหว่างกาตาร์และ 4 ชาติอาหรับ ไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ขณะที่ปตท. ยังคงนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากกาตาร์ยังเป็นปกติ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือคนไทยในพื้ันที่

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ บีบีซีไทยว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบจากที่จากการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกาตาร์ของหกชาติอาหรับ ซึ่งได้แก่ ซึ่งประกอบด้วย บาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ เยเมน เขตปกครองด้านตะวันออกของลิเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นผลให้มี 4 ประเทศได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ บาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระงับการบินเข้า-ออกกรุงโดฮาของกาตาร์

"หากพิจารณาเที่ยวบินตรงจากกรุงโดฮาของกาตาร์ มายัง กรงเทพฯ กระบี่ หรือ ภูเภ็ต ยังสามารถทำการบินได้ปกติ และส่วนใหญ่ของผู้โดยสารเส้นทางบินดังกล่าวเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรป ที่ต้องการเดินทางมาไทยโดยใช้กรุงโดฮาเป็นที่พักมากกว่า และแม้ว่าจะมีการสั่งห้ามบินระหว่างกาตาร์และอีกหลายประเทศในภูมิภาค ททท.ก็มีสายการบินอื่นๆ ที่เป็นพันธมิตร เช่น เอทิฮัด แอร์ไลน์ สายการบินฟลายดูไบ และสายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์" นายยุทธศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กาตาร์ แอร์เวยส์ เป็นสายการบินยุทธศาสตร์ของ ททท. ในการทำการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงจากอาหรับ นอกเหนือจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ โดยกลางเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า ททท. จับมือกับสายการบินหลักในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบินเอทิฮัดและเอมิเรสต์ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ และสายการบินกาตาร์แอร์เวยส์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมาประเทศไทย

ทั้งนี้ ตลาดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นตลาดสำคัญของไทย โดยปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคนี้รวม 747,135 คน เติบโตจากปีก่อนหน้าร้อยละ 13.5 โดยนักท่องเที่ยวจาก อิสราเอลมากที่สุด รองลงมาคือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต อียิปต์ และซาอุดีอารเบีย ตามลำดับ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การถูกห้ามบินผ่านน่านฟ้าขนาดใหญ่ในภูมิภาคจะส่งผลให้เกิดปัญหาสำคัญตามมาด้วย นั่นคือกาตาร์แอร์เวย์ต้องเปลี่ยนเส้นทางบิน เวลาที่ใช้ในบางเที่ยวบินจึงเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

จากข้อมูลของกองบริหารแรงงานไทยในต่างประเทศ ในเดือนเม.ย. มีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในกาตาร์จำนวน 1,360 คน ถือเป็นประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางอันดับที่ 3 ในแง่ของจำนวนแรงงาน รองจากอิสราเอล ที่มีอยู่ 24,398 คน และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 2,855 คน

ปตท. ยังการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีเป็นปกติ

เมื่อสอบถามไปยัง ปตท. ซึ่งนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีจากบริษัท กาตาร์ก๊าซ จำกัด มาตั้งแต่ปี 2554 ผ่านการซื้อขายในตลาดจร ในระดับ 2 ล้านตันต่อปี ได้รับคำตอบว่า ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนแปลงใดๆ จากคู่สัญญาในกาตาร์

ข้อมูลการค้า ไทย-กาตาร์ 2559

  • ไทยส่งออก 10,112 ล้านบาท

  • ไทยนำเข้า 86,467 ล้านบาท

  • - นำเข้าก๊าซ 37,442 ล้านบาท

  • ปตท.นำเข้า LNG 2 ล้านตัน/ปี

Getty Images

รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับคำสัมภาษณ์ของแหล่งข่าวจากสมาคมเจ้าของเรือไทยกับบีบีซีไทย ที่ประเมินว่า การเดินเรือไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากผู้ประกอบการเดินเรือทะเลทั้งไทยและต่างประเทศ สามารถเลือกเส้นทางการเดินเรือทดแทนได้หากว่า ไม่สามารถเดินทางไปยังท่าเรือในกาตาร์ได้ สำหรับสมาคมเจ้าของเรือไทย มีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการเดินเรือสัญชาติไทย 42 ราย คิดเป็นร้อยละ 10 มูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย

อาหาร-การบินเรื่องใหญ่กระทบคนไทยในกาตาร์

อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่ 6 ชาติอาหรับ ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตและปิดชายแดนเชื่อมต่อกับประเทศกาตาร์ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวคนไทยที่อาศัยในกาตาร์ ได้รับผลกระทบเรื่องอาหาร เพราะประเทศดังกล่าว ได้ปิดช่องทางขนส่งทั้งทางบก เรือ และอากาศ ที่จะเข้าสู่กาตาร์

การนำเข้าและส่งออกสินค้าจึงได้ผลกระทบไปด้วย การที่ซาอุดีอาระเบียประกาศห้ามเครื่องบินกาตาร์ลงจอดนั้น จะทำให้คนไทยเกิดความลำบากในการเดินทางโดยเครื่องบิน โดยรัฐบาลกาตาร์กำลังหาทางแก้ไขเพื่อให้คนที่อาศัยในกาตาร์ติดต่อกับประเทศต่างๆได้

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

นายดอนกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกาตาร์ และความสัมพันธ์ระหว่างกาตาร์และประเทศอื่นก็ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง เพียงแต่ผู้ที่เห็นต่างกับกาตาร์จะมีปฏิกิริยา อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อาจส่งผลถึงภูมิภาคอื่น รวมทั้งอาเซียน เพราะกำลังจะมีการประชุมอาเซียนและกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (จีซีซี) ในปลายปีนี้

"หากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางไม่ดีขึ้นอาจทำให้การประชุม จีซีซี ไม่เกิดขึ้นตามกำหนดการเดิม ประเทศไทยและอาเซียนจึงหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงและหาทางพูดคุยร่วมกันได้ โดยเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดเมื่อปี 57 ที่ใช้เวลา 9 เดือน กว่าปัญหาจะคลี่คลาย ครั้งนี้ก็คาดว่าน่าจะใช้เวลาใกล้เคียงกัน" นายดอนกล่าว

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโดฮา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแจ้งคนไทยติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ ขอให้ตรวจสอบกับสายการบินที่จะใช้บริการก่อนว่า เส้นทางบินนั้นได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง