เตือนคนไทยในยูเออีอย่าวิจารณ์เรื่องตัดสัมพันธ์กาตาร์

ท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงโดฮา Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัด ในกรุงโดฮา

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี เผยแพร่ข้อความทางเฟซบุ๊กเตือนไม่ให้คนไทยวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และอีก 5 ชาติ ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์

สถานทูตไทยระบุว่าเนื่องจากทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้มีการประกาศเตือนประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่ให้วิจารณ์เหตุการณ์การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับกาตาร์ในสื่อ Social Media ส่วนตัวโดยเด็ดขาด หากมีการฝ่าฝืนหรือเจ้าหน้าที่ตรวจพบ อาจจะต้องเสียค่าปรับ 500,000 ดีแรห์ม (ประมาณ 5 ล้านบาท) และถูกจำคุกได้ โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึงสูงสุด 15 ปี

อีกด้านหนึ่งที่กรุงโดฮา น.ส. ผุสดี ณ พิกุล พนักงาน ร้านสปาแห่งหนึ่ง เปิดเผยกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์ว่า ได้ติดตามข่าวสารเรื่องที่กาตาร์ ถูกประเทศเพื่อนบ้านตัดความสัมพันธ์ทางการทูตมาโดยตลอด อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ ตนเองและเพื่อนร่วมงานยังใช้ชีวิตตามปกติ และไม่เป็นห่วงเรื่องที่ว่าจะเกิดการขาดแคลนอาหาร แม้จะมีคนตื่นตัวซื้อกักตุนในช่วงวันแรกหลังมีข่าวตัดสัมพันธ์ แต่ส่วนตัวไม่เห็นว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

Image copyright Reuters

น.ส.ผุสดี ซึ่งพักอาศัยอยู่ในกาตาร์มาเป็นเวลาสองปีแล้ว เปิดเผยด้วยว่า สิ่งเดียวที่ตนและเพื่อนคนไทยเป็นห่วงคือค่าเงินริยาล ที่เกรงว่าอาจจะตกลงซึ่งอาจทำให้การส่งเงินกลับไทยได้เป็นจำนวนเงินบาทน้อยลง แต่รัฐบาลกาตาร์ประกาศว่าไม่น่าจะเกิดผลกระทบ แม้ว่าจะมีการเคลื่อนไหวของบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินอยู่บ้างก็ตาม

นสพ.ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า นักลงทุนทางการเงินมีความเป็นห่วงว่าความตึงเครียดทางการทูตที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบ ต่อค่าเงินริยาลซึ่งเป็นสกุลเงินที่ผูกติดกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอัตราแลกเปลี่ยนเงินริยาลของกาตาร์อยู่ที่ 3.64 ริยาลต่อ 1 ดอลลลาร์สหรัฐฯ แต่ค่าธรรมเนียมซื้อขายเงินล่วงหน้าในช่วงสองวันมานี้พุ่งขึ้นสูงถึงเท่ากับเมื่อปี 2008 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันตกต่ำอย่างหนัก

ผู้สื่อข่าวบีบีซียังได้พูดคุยกับแอดมินเพจเฟซบุ๊กรวมพลคนไทยในการ์ตา ที่กล่าวเช่นกันว่าไม่รู้สึกว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ขึ้น แม้ส่วนตัวจะรู้สึกตื่นเต้นกับสถานการณ์อยู่บ้าง แต่ในเวลาเดียวกันรัฐบาลกาตาร์ได้ออกข่าวผ่านสื่อขอให้ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง เพราะรัฐบาลมีแผนรองรับไว้แล้ว

Image copyright Reuters

แอดมินเพจคนดังกล่าวเปิดเผยด้วยว่า ในเรื่องของอาหารที่ทางการไทยเป็นห่วงว่าคนไทยในกาตาร์จะ ได้รับผลกระทบนั้น ในขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้น และเห็นว่ากาตาร์เองไม่ได้นำเข้าอาหารจากซาอุดีอาระเบียเพียงประเทศเดียว แต่ยังนำเข้าจากยุโรป และเอเชียรวมทั้งไทย ขณะที่การขนส่งสินค้าทางเรือแม้จะถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าน่านน้ำประเทศเพื่อนบ้าน แต่เชื่อว่าสามารถใช้เส้นทางเดินเรือผ่านน่านน้ำอิหร่านอ้อมมายังกาตาร์ได้

คนไทยในกาตาร์ยังบอกด้วยว่าอาหารที่นำเข้าจากซาอุฯ จะมีราคาย่อมเยากว่าจากยุโรป ซึ่งหากผู้บริโภคมีกำลังซื้อสินค้ายุโรป ก็แทบจะเรียกได้ว่าชีวิตยังดำเนินไปตามปกติ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ชาติเพื่อนบ้านที่ตัดสัมพันธ์กับกาตาร์เพิ่มแรงกดดันด้วยการปิดท่าเรือและน่านฟ้าที่เชื่อมต่อกับกาตาร์

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน อียิปต์ เยเมน และเขตปกครองทางตะวันออกของลิเบียประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ โดยให้เหตุผลว่ากาตาร์ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ข้อกล่าวหาที่กาตาร์ปฏิเสธ

ชาติเพื่อนบ้านเหล่านี้ยังสร้างแรงกดดันให้กับรัฐบาลกาตาร์เพิ่มด้วยการปิดพรมแดนที่อยู่ติดกัน กับสั่งปิดน่านฟ้าและท่าเรือที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับกาตาร์ทุกทาง

ด้านกระทรวงต่างประเทศไทยแสดงความเป็นห่วงคนไทยว่าอาจจะได้รับผลกระทบเรื่องอาหาร และการเดินทางโดยเครื่องบินที่จะต้องใช้เวลานานขึ้นเนื่องจากเครื่องบินของกาตาร์ต้องใช้เส้นทางบินอื่นแทน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง