นายกฯ ถาม ประชาชนยังไม่ตอบ?

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
นายกฯ ถาม ประชาชนยังไม่ตอบ?

วันแรกของการเปิดรับคำตอบจาก "4 คำถาม" ของนายกฯ มีประชาชนมาส่งคำตอบบางตา เนื่องจากกระทรวงมหาดไทย "ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นไปตามธรรมชาติ" ซึ่งอาจขัดแย้งกับบทบาทในอดีตที่มักตกเป็น "เครื่องมือทางการเมือง" ถึงขั้นเคยขึ้นป้าย "ล็อคชื่อนายกฯ" ในยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ

ห้องขนาดเล็กที่มีโต๊ะ 1 ตัว คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง และเจ้าหน้าที่ประจำ 2 คน ภายในศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ถูกแปรสภาพเป็นสถานที่ "รับคำตอบ 4 ข้อ" จากประชาชน นอกเหนือจากการรับเรื่องราวร้องทุกข์ที่มีเข้ามา 40-50 เรื่อง/วัน

ไม่ต่างจาก ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวง จังหวัด อำเภอ, ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กทม., ศูนย์บริการประชาชนเขต รวม 1,007 แห่ง ที่ต้องทำภารกิจเดียวกันตั้งแต่วันนี้ (12 มิ.ย.) และยังไม่กำหนดวันปิดรับคำตอบ

"ภารกิจพิเศษ" เกิดขึ้นหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โยน "คำถาม 4 ข้อ" ขึ้นมาลอยๆ กลางรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน" (26 พ.ค.) ก่อนที่กระทรวงมหาดไทยจะ "ขานรับ" นำไปบรรจุลง "แบบสอบถาม 2 แผ่น" กระจายไปตามหน่วยงานในเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย-ทำเนียบรัฐบาล

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ศูนย์บริการประชาชน สปน. เป็น 1 ใน 1,007 สถานที่ที่ใช้รับคำตอบจากประชาชน ต่อคำถาม 4 ข้อของนายกรัฐมนตรี

น.ส.เฉลิมพร แพบุตร ชาว กทม. วัย 72 ปี เดินทางมายังศูนย์บริการประชาชน สปน. ตั้งแต่เช้า เพื่อแสดงตัวให้กำลังใจ "ผู้นำในดวงใจ" กระดาษคำตอบที่เขียนด้วยลายมือถูกนำมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่

"คนบางส่วนยังมีความคิดขวางนายกฯ อยู่เวลาท่านจะทำอะไร ท่านจึงอยากรู้ใจประชาชนว่าถ้าบ้านเมืองกลับไปไม่สงบสุข ไม่ปกติ จะรับได้ไหม ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่รับไม่ได้" น.ส.เฉลิมพรกล่าว

เธอเห็นว่า 3 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล คสช.เป็นเวลาที่น้อยเกินไป และต้องการ "ต่อเวลา" ให้ "นายกฯ ลุงตู่" อยู่ต่อไปเรื่อยๆ จนเป็น "นายกฯ ตาตู่" จึงตั้งใจตอบคำถาม "ข้อ 4" มากเป็นพิเศษ

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ น.ส.เฉลิมพร แพบุตร ชาว กทม. ผู้ประกาศตัวเป็น "แฟนคลับ นายกฯ" เดินทางมาตอบคำถาม 4 ข้อของนายกฯ เป็นคนแรก

"อยากได้นายกฯ ประยุทธ์แก้ปัญหา.. อยากให้ท่านเป็นอีก เพราะท่านยังทำอะไรไม่ได้เลย เพียงแก้ไขที่ผ่านมานิดหน่อยเท่านั้นเอง" หญิงวัย 72 กล่าว

เธอยอมรับว่าเป็น "แฟนคลับ" ตัวยงของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยมักไปรอให้กำลังใจขณะนายกฯ ไปตรวจราชการตามสถานที่ต่างๆ

"บ้านเมืองบอบช้ำมากก่อนที่ท่านจะเข้ามา ท่านเสียสละอย่างมาก" นัยน์ตาเธอแดงและเริ่มมีน้ำตารื้นขึ้นมาเมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อว่า "เรารักท่านตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 แล้ว"

Image copyright AFP/Getty Images

ขณะที่อดีตข้าราชการหญิงผู้ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ เป็นอีกคนที่ตั้งใจมา "ส่งคำตอบ 4 ข้อ" ที่ศูนย์บริการประชาชน หลังเดินทางไปสำนักงานเขตราชเทวี แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า "ไม่ทราบเรื่อง"

แม้ไม่ตอบตรงๆ ว่าสนับสนุนให้ใครเป็นนายกฯ แต่เธอบอกว่า "ถ้าเป็นคนเดิมๆ เข้ามา ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีธรรมาภิบาล" พร้อมยืนยันเห็นด้วยกับการเลือกตั้ง แต่ควรกำจัดนักการเมืองที่ทุจริตออกจากระบบก่อน เพื่อไม่ให้เกิดวงจรอุบาทว์ตามมาอีก

"อยากให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ซึ่งการปฏิรูปต้องเวลา มันไม่สามารถเสร็จได้ในพริบตา" อดีตข้าราชการหญิงระบุ

บรรยากาศการ "ตอบคำถามนายกฯ" ในวันแรกไม่คึกคักนัก ตลอดทั้งวันมีผู้ตอบคำถามนายกฯ ผ่านศูนย์บริการประชาชน สปน. 14 คน (เช้า 3 คน บ่าย 10 คน)

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

สื่อหลายสำนัก เช่น ไทยพีบีเอส, พีพีทีวี, กรมประชาสัมพันธ์, ผู้จัดการ ใช้คำพาดหัวข่าวว่า "เงียบ-บางตา-ไม่คึกคัก-เงียบกริบ" โดยอ้างถึงบรรยากาศที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา, กระบี่, สงขลา, เชียงใหม่ ฯลฯ

พีพีทีวีรายงานว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่ จ.นครราชสีมาส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้รัฐบาลที่ดีมีธรรมาภิบาล พร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ บริหารประเทศอีกสักระยะ ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ ชาวอำเภอเชียงดาวคนหนึ่งอยากให้นายกฯ ลงเลือกตั้งตามกระบวนการ เพราะเชื่อว่าคนไทยร้อยละ 70-80 ยังไว้วางใจ

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ และประชาชนผู้ตอบแบบสอบถามบางส่วน ระบุกับบีบีซีไทยว่าอาจเกิดจากประชาชนยังไม่ทราบข่าว, ความกังวลต่อการให้ยืนยันตัวตนผ่านเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือเกรงว่าคำตอบอาจไม่ถูกบันทึก หากไม่ตอบในสิ่งที่ผู้มีอำนาจอยากอ่าน

ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะ "ไม่มีการกะเกณฑ์อะไร ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นไปตามธรรมชาติ" คำสั่งจาก "หน่วยเหนือ" ทั้งระดับรัฐมนตรี-ปลัดกระทรวงมหาดไทยชัดเจนว่าห้ามเจ้าหน้าที่ "ตีความคำถาม-อธิบายศัพท์เพิ่ม" เพื่อป้องกันการชี้นำประชาชน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ตรึงกำลังรักษาพื้นที่ภายในกระทรวงมหาดไทย หลังถูกกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่ากปปส.ชุมนุมปิดล้อมอยู่ภายนอก เมื่อ พ.ย. 2556

ปฏิเสธไม่ได้ว่า "มหาดไทย" กับการ "จัดการมวลชน" เป็นของคู่กัน เพราะมีกลไกที่อยู่ใกล้ชิด-ติดประชาชนที่สุดคือกำนันผู้ใหญ่บ้าน จึงมีผลโดยตรงต่อการช่วยค้ำยัน-ขยายฐานอำนาจของฝ่ายการเมือง ไม่ว่าในยุค "ประชาธิปไตยครึ่งใบ" หรือ "ประชาธิปไตยเต็มใบ" โดยมักปรากฏคำสั่งเช็คยอด-ระดมพล-สกัดคนจาก "ผู้มีอำนาจในกระทรวง" ถึงบรรดา "พ่อเมือง" อยู่เนืองๆ

มาถึงยุครัฐบาล คสช. กลไกมหาดไทยถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภารกิจสร้างความปรองดอง ภารกิจประชามติ และล่าสุดกับภารกิจเด้งรับ "4 คำถามนายกฯ"

นายกฤษดา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยืนยัน "ไม่ใช่การทำโพล" พร้อมบอกบรรดา "พ่อเมือง" ว่า "เราจะไปห้ามประชาชนไม่ให้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หรือจะเลือกใครไม่ได้ แต่เราสามารถสอนประชาชนให้รู้จักการเลือกตั้งได้"

ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ขยายความ 4 คำถามของนายกฯ ว่า "นายกฯ ไม่ต้องการให้ใครมาหลอกประชาชนว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว" พร้อมยืนยัน "ไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ"

หลังจากนี้ "ทุกคำตอบ" จากระดับอำเภอ จะถูกส่งไปที่จังหวัด และส่งต่อไปยังกระทรวงในทุกๆ 10 วัน โดยคำตอบล็อตแรกจะมาถึงมหาดไทย วันที่ 23 มิ.ย. ใช้เวลา 7 วันในการประมวลผล ก่อนส่งรายงานตรงถึง "เจ้าของคำถาม" อย่างช้าสิ้นเดือนนี้

นี่เป็นอีกครั้งกับบทบาทของกระทรวงมหาดไทย กับการ "หาคำตอบทางการเมือง" ก่อนถึงวันฟัง "เสียงประชาชน" อย่างแท้จริงในสนามเลือกตั้ง!!!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง