ปล่อยวาง ได้บุญกว่าปล่อยสัตว์

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ปล่อยวางได้บุญกว่าปล่อยสัตว์

พระพยอมฝากชาวพุทธใช้วิจารณญาณก่อนคิดทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์ ยอมรับแก้พฤติกรรม-ความเชื่อลำบาก ด้านผู้ค้าสัตว์อ้างช่วยซื้อชีวิตนกจากชาวนา แต่ยอมรับปัจจุบันยอดขายตกเพราะคนเริ่มเปลี่ยนแนวคิดเรื่องทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์

วัดแห่งหนึ่งย่านสมุทรปราการ เคยมีพ่อค้าแม่ค้าหลายรายขายนกและปลาให้ชาวพุทธซื้อไปปล่อยตามความเชื่อที่ว่าจะ "ได้บุญ" แต่ปัจจุบันเหลือเพียงนางนฤมล (นามสมมุติ) เจ้าเดียว ที่ขายสัตว์หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นนกกระติ๊ด กบนา หอยเชอรี่ ปู ปลาบู่ ปลาหมอ และเต่า

โดยมีลูกค้าไม่เกินวันละ 5 ราย นานๆ ครั้งจึงมีคนมาเหมาทั้งร้านเพื่อทำบุญเนื่องในวันเกิด

Image copyright Wasawat Lukharang
คำบรรยายภาพ บรรยากาศร้านของนางนฤมล

การหายไปของลูกค้าปล่อยนก-ปล่อยปลา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการรณรงค์ให้ยุติการจับนกเพื่อปล่อยในวัด ของสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย ที่ดำเนินการมาเกือบ 1 ปี เพื่อให้ประชาชน "หยุดสนับสนุนธุรกิจบาป" อีกทั้งยังมีความผิดตามกฎหมาย เนื่องจากสัตว์บางชนิด รวมถึงนกกระติ๊ดที่นิยมจับมาปล่อย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ผู้ล่า ครอบครอง และทำการค้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นกกระติ๊ดที่ร้านของนางนฤมล รับซื้อจากชาวนาที่ จ.ฉะเชิงเทรา ในราคาตัวละ 17 บาท ก่อนนำมาขายต่อตัวละ 20-30 บาท

นางนฤมลเล่าว่าชาวนาจะใช้ตาข่ายดักข้างนา แล้วจับใส่กระสอบเป็นฝูง หลังจากนั้นเธอก็จับใส่กรงเพื่อนำมาขายที่วัด

Image copyright Wasawat Lukharang
คำบรรยายภาพ นกกระติ๊ดที่นิยมจับมาปล่อย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

"นกกระติ๊ดคนทำนาเกลียดมาก ลงที่เป็นหมื่นๆ ตัว ข้าวหายหมดเลย ถ้าเราไม่เอา เขาจับเอาไปแกงอยู่แล้ว เราทำไปเหมือนช่วยชีวิตเขาด้วย" หญิงวัย 38 ปีกล่าว

นั่นคือความเชื่อและที่มาของการนำ "บุญสำเร็จรูป" เข้ามาใน "เขตอภัยทาน" โดยหว่านล้อมให้ชาวพุทธที่พวกเขาเรียกว่า "ลูกค้า" คล้อยตามว่าบุญเกิดขึ้นได้เพียงแค่ "ปล่อยนกออกจากกรงขัง"

แม้มีการวิพากษ์วิจารณ์จากองค์กรสัตว์ว่านกที่จับมามักตายในระหว่างการขนส่ง อีกทั้งที่อยู่อาศัยที่อัดเกินไป รวมถึงขาดน้ำขาดอาหาร แต่นางนฤมลปฏิเสธว่าไม่ได้ทรมานสัตว์ เนื่องจากระมัดระวังเวลาขนส่ง และซื้อข้าวให้นกกินวันละ 1 กิโลกรัม ส่วนปลา หากขายไม่หมด ก็เอากลับไปใส่บ่อขนาดใหญ่ที่บ้าน

Image copyright Wasawat Lukharang
คำบรรยายภาพ การจับสัตว์มาขายเพื่อปล่อยทำบุญ ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการทรมานสัตว์ เนื่องจากมีการนำสัตว์มาอยู่ในที่ที่ไม่เหมาะสม

ครอบครัวของนางนฤมลทำมา-ค้านกและปลาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย แต่ในยุคปัจจุบัน เธอยอมรับว่า "คนหัวสมัยใหม่" ไม่เชื่อเรื่องการทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์ ทำให้ยอดขายไม่ดี ซ้ำยังเสี่ยงถูกตำรวจจับระหว่างการขนส่ง เธอจึงต้องเบนเป้าหารายได้ด้วยการรับจ้างซักผ้าเป็นบางวัน สลับกับการค้าชีวิตสัตว์

"พี่ป้าน้าอาก็เตือน แต่เราบอกถ้าไม่ทำ เราจะเอาอะไรเลี้ยงลูก" นางนฤมลกล่าว

เธอตั้งใจจะหยุดธุรกิจนี้ไว้เพียงรุ่นเธอ "ถ้าหมดรุ่นเรา ก็ไม่มีใครขายแล้ว มันเสี่ยง แล้วเราคงไม่ให้ลูกมาเสี่ยงด้วย ส่วนเราคงขายแค่ปลา นกกับเต่าคงเลิก"

Image copyright Wasawat Lukharang
คำบรรยายภาพ คำอธิฐานปล่อยสัตว์ที่ทางร้านจัดเตรียมมาให้สำหรับลูกค้าที่ซื้อสัตว์จากทางร้านไปปล่อย

ที่วัดแห่งเดียวกันนี้ บีบีซีไทยมีโอกาสพบนายธนพนธ์ คุณะแสน อายุ 19 ซึ่งเดินทางมาที่วัดกับแฟนสาวเพื่อปล่อยปลาเนื่องในวันเกิดของฝ่ายหญิง เพราะไม่คิดว่า "การจับสัตว์มาปล่อยเป็นการทรมานสัตว์" กระทั่งทราบว่ามีการรณรงค์ไม่ให้ขายสัตว์ในวัด เขาจึงรู้สึกเห็นด้วยเพื่อจะได้ไม่มีการจับสัตว์มาขัง และต่อไปอาจหันไปทำบุญด้วยวิธีการอื่นแทน เช่น ทำบุญกับพระ หรือช่วยสงเคราะห์เด็กเล็ก

ก่อนหน้านี้ สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ฯ ได้ยื่นหนังสือถึงสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอให้มหาเถรสมาคม (มส.) ช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และยุติการจับนกเพื่อปล่อยในวัดทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังไม่มีมาตรการเพิ่มเติมจาก มส.

พระราชธรรมนิเทศ (พยอม กัลยาโณ) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เป็นนโยบายของวัดว่าไม่ให้มีการขายสัตว์ทั้งในและด้านหน้าวัด แต่คนไทยพื้นฐานชอบเรื่องการบริจาคและปล่อยสัตว์ เนื่องจากชอบฟังเทศน์มหาชาติและเทศน์พระเวสสันดรชาดก จึงแก้ไขความเชื่อถือและความยึดติดแบบเก่าๆ ยาก

Image copyright Wasawat Lukharang
คำบรรยายภาพ พระพยอม เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ยอมรับคนไทยยังยึดติดกับความเชื่อแบบเก่าๆ

"คนไทยตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไปกับบุญเยอะที่สุด ไม่ค่อยได้สาระเท่าไร แล้วก็ชอบคิดอะไรแปลกๆ เช่น ปล่อยปลาไหลจะได้ทำอะไรลื่นไหล ปล่อยปลาหมอจะได้ดูแลรักษาเพราะมีหมอ เป็นความคิดบ้องตื้น" พระพยอมกล่าว

พร้อมยืนยันว่าการปล่อยสัตว์แบบไม่ดูสถานที่หรือชนิดของสัตว์ ถือว่าเป็นบาป เช่น นกบางชนิด สถานที่เกิดไม่ใช่ในเมือง แต่เอามาปล่อยในเมือง มันไม่ใช่ถิ่นกำเนิดของเขา ก็ปรับตัวไม่ทัน หรือเอาเต่าบกไปปล่อยในน้ำ ดังนั้นถ้าจะปล่อยสัตว์ ต้องมีวิจารณญาณ ดูทำเลที่มันจะอยู่ได้

"คนที่หมั่นเจริญอนิจจสัญญา คือหมั่นพิจารณาความไม่เที่ยง ได้บุญมากกว่าการปล่อยสัตว์ร้อยชนิด เพราะพิจารณาความไม่เที่ยง มันจะปล่อยวางจางคลาย มันจะไม่ไปโอบไปยึดไปรัดไปแบกอะไรไว้มาก ชีวิตมันก็จะเบาสบาย ถือว่าได้บุญที่สุด เท่ากับปล่อยวางการแบกการถืออยู่ ไอ้ที่ปล่อยสัตว์เนี่ย อยากจะอายุยืน ก็แสดงว่ายังแบกยึดอายุอยู่ เพราะฉะนั้น เจริญอนิจจสัญญา มันปล่อยหมดเลย" พระพยอมกล่าว