น้ำใจหลั่งไหลช่วยคนไทยประสบเพลิงไหม้ลอนดอน

ครอบครัวนางแววตา ศุภฤกษานนท์ รับสิ่งของช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน
คำบรรยายภาพ นางแววตา (ที่ 3 จากขวา) และนางชลาลัย (ซ้ายสุด) พักอาศัยบนชั้น 10 ของอาคารเกรนเฟลล์ ทาวเวอร์

จากเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารเกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ อาคารพักอาศัยสูง 24 ชั้น เมื่อเช้าวันพุธจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน และสูญหายอีก 76 คน นางแววตา ศุภฤกษานนท์ หนึ่งในครอบครัวคนไทยที่รอดชีวิตจากเหตุร้ายนี้ กล่าวกับ บีบีซีไทยถึงสภาพความเป็นอยู่ในขณะนี้ว่า ตัวเธอ ลูก น้องสาว และหลาน รวม 5 คน ย้ายมาพักอาศัยอยู่ชั่วคราวกับนายวัยพจน์ น้องชายคนรองซึ่งอาศัยอยู่ที่แฟลตฝั่งตรงข้ามอาคารเกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ เพราะยังต้องรอทางการหาที่อยู่ใหม่ให้ ซึ่งอาจใช้เวลานานเพราะมีผู้ประสบภัยหลายครัวเรือนและทางการให้ความสำคัญกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กและคนชราก่อน อีกทั้งทางการได้ขอร้องให้ผู้ที่สามารถพักอาศัยกับญาติหรือคนรู้จักเป็นการชั่วคราวได้ลองใช้ทางเลือกนั้นก่อน เนื่องจากศูนย์พักพิงเองมีพื้นที่ไม่เพียงพอรองรับทุกคนได้

"ถึงตอนนี้ก็ยังทำใจไม่ได้ ชีวิตเปลี่ยนไป ยังคิดถึงบ้านเก่าที่อยู่มา 31 ปี ย้ายมาอยู่บ้านน้องชายที่อยู่ตรงข้าม มองไปก็ยังเห็นซากตึกอยู่ตรงหน้า" เธอให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

นางแววตา กล่าวว่า หลังจากที่มีข่าวออกไปก็ได้รับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ซึ่งส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลมาพบ พาไปลงทะเบียนที่ศูนย์พักพิง และซื้อของใช้ที่จำเป็นให้ส่วนหนึ่ง จากนั้นก็ได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนรอบข้าง และคนที่ทราบข่าวก็พยายามให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ เธอบอกว่ารู้สึกดีใจมากที่เห็นคนไทยช่วยเหลือกัน

"คนไม่เคยรู้จักเราก็มีน้ำใจอยากช่วยเรา เขาช่วยกันตามกำลัง ขนาดลูกเพื่อนก็ยังฝากเงินมาให้ ทำให้รู้ว่าคนไทยรักกันจริง ๆ"

คำบรรยายภาพ ครอบครัวของนางแววตาได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจนหนีออกมาจากตึกได้ตอนเวลาประมาณ 04.00 น.

แม้ความเศร้าโศกและเสียขวัญยังไม่หายไป แต่นางแววตาบอกว่า ต้องปรับความรู้สึก ลืมทุกข์ และเดินหน้ากลับไปทำงานต่อ

"คนไม่โดนก็ไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง เท่ากับหายไปทั้งชีวิต เครียดไปหมด จิตใจฟุ้งซ่าน ตอนนี้ดีขึ้นบ้างนิดหน่อย ก็คิดนะว่ารอดมาได้ก็ปาฏิหาริย์แล้ว เงินทองเป็นของนอกกายไม่ตายก็หาใหม่ได้ เราเป็นคนทำงานก็มาเริ่มต้นกันใหม่" นางแววตากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมขอบคุณนายจ้างที่ให้หยุดงานมาหลายวัน อีกทั้งให้ความช่วยเหลือด้วย ส่วนครอบครัวเธอเองก็พยายามช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดเพราะไม่ต้องการรบกวนใครมากนัก

ด้านนายร็อค ฟิลดิ้ง-เมลเลน รองหัวหน้าเขตเคนซิงตันและเชลซีบอกว่า อาจต้องเวลานานถึง 2 ปี ในการจัดหาที่อยู่ใหม่ให้กับผู้ประสบเหตุครั้งนี้ได้ คาดว่าก่อนเกิดเหตุ มีผู้อาศัยอยู่ในอาคารแห่งนี้ประมาณ 400-600 คน

ส่วนข้อมูลล่าสุดจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ยังไม่ทราบชะตากรรมของครอบครัวคนไทยครอบครัวอื่น เนื่องจากไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคล ทำให้สามารถติดตามสืบหาตัวได้ยาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง