บทเรียนจากลอนดอน: โรงหนังเมืองกรุงเสี่ยงไฟไหม้เกือบทั้งหมด

ภาพไฟไหม้ตึกแกรนเฟลล์ Image copyright Getty Images

กรกฎาคม 2559 เกิดเหตุไฟไหม้โรงภาพยนตร์เมเจอร์ สาขาปิ่นเกล้า จนอาคารบางส่วนพังยุบลงมา แม้จะมีผู้บาดเจ็บจากการสำลักควัน 2 ราย แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า สาเหตุเกิดจากป้ายไฟชอร์ตทำให้เกิดประกายไฟตกลงมาบนพรม

หลังจากนั้น ระหว่างวันที่ 2-17 ส.ค.2559 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เข้าตรวจสอบโรงภาพยนตร์ใน กทม. จำนวน 330 โรง ในอาคาร 44 แห่ง ก่อนลงความเห็นว่า "ระบบป้องกันอัคคีภัยของโรงภาพยนตร์ทั้งหมด 100% ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด" ทั้งบานประตูที่ทำจากวัสดุไม้ และป้ายบอกแนวทางเดิน ป้ายบอกทางหนีไฟ และป้ายห้ามสูบบุหรี่ มองเห็นไม่ชัดเจน ไม่ครอบคลุมทั่วพื้นที่ หรืออาจมีลักษณะของป้ายไม่เหมือนกัน

แม้กรุงเทพมหานครมีหนังสือแจ้งไปยังโรงภาพยนตร์ให้ปรับปรุงแก้ไขภายใน 30 วัน แต่จนถึงสิ้นปี 2559 ก็ยังไม่มีโรงภาพยนตร์ใดแก้ไขแล้วเสร็จสิ้นแม้แต่โรงเดียว มีเพียง 89 โรงที่ขอขยายเวลาการปรับปรุงแก้ไข ส่วนที่เหลือ 241 โรงกลับยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการใด ๆ

โรงภาพยนตร์ในกทม.และปริมณฑล

มีจำนวนราว

400-500 แห่ง

แบ่งเป็น

  • 229 แห่ง ในเครือเมเจอร์-อีจีวี

  • 157 แห่ง ในเครือเอสเอฟ

  • ที่เหลือ เป็นโรง stand alone เช่น สกาลา ลิโด้ เฮ้าส์

Getty Images

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เร็วๆ นี้ สตง. จะเข้าไปสุ่มตรวจสอบโรงภาพยนตร์อีกครั้ง เพื่อติตดามความคืบหน้าในการปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย นี่เป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อเร่งรัดให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารได้ติดตามตรวจสอบให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามกฎหมาย "เพราะเหตุไฟไหม้ทำให้รัฐสูญเสียทั้งทรัพยากรรวมไปถึงงบประมาณ ไม่รวมถึงกรณีที่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต"

เจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่ง เคยระบุกับทีมข่าวสถานีโทรทัศน์พีพีทีวีว่า โรงภาพยนตร์เต็มไปด้วยเชื้อเพลิง ทั้งเบาะ จอ พรม ไปจนถึงผนัง ทำให้เมื่อเกิดเพลิงไหม้จะลุกลามไปด้วยอย่างรวดเร็ว

Image copyright AFP/Getty Images

สำหรับโรงภาพยนตร์ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จะถูกควบคุมดูแลโดยหน่วยงานของรัฐ 2 หน่วยงาน กรณี "ตัวอาคาร" คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากเป็นโรงภาพยนตร์ในนครหลวง หมายถึง กรุงเทพมหานคร ส่วนกรณี "ตัวโรงภาพยนตร์" ในฐานะโรงมหรสพ ก็คือ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย (มท.)

นับแต่ปี 2535 มท.ได้ออกกฎกระทรวงมาหลายฉบับ เพื่อวางมาตรการป้องกันอัคคีภัยให้กับ "อาคารสูง" เกิน 23 เมตร และ "อาคารขนาดใหญ่เป็นพิเศษ" ที่มีพื้นที่มากกว่า 10,000 ตร.ม. ที่หมายรวมถึงโรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ใน กทม. โดยเฉพาะโรงที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า หรือโรงแบบมัลติเพล็กซ์ อาทิ ให้มีระบบสัญญาณเตือนภัย ให้มีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (สปริงเกอร์) ให้มีเครื่องดับเพลิงมือถือ ให้มีระบบไฟส่องสว่างในเส้นทางหนีไฟ ให้มีบันไดหนีไฟและดาดฟ้าสำหรับหนีไฟ ให้มีลิฟต์สำหรับพนักงานดับเพลิงโดยเฉพาะ กำหนดความกว้างของถนนให้รถดับเพลิงเข้าทำงานได้กรณีเกิดเหตุ ฯลฯ

ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร "ระบบความปลอดภัย" ที่โรงภาพยนตร์ต้องมี
1.ทางเดินจากโรงสู่ทางหนีไฟ
2.ประตูหนีไฟ
3.ช่องทางหนีไฟ
4.ป้ายบอกทางหนีไฟ
5.ไฟส่องสว่างฉุกเฉิน
6.ระบบดับเพลิง
หมายเหตุ- หากมีไม่ครบ อาจไม่ได้รับการ "ออก-ต่อ" ใบอนุญาต ในฐานะโรงมหรสพ

ที่มา: กองงานควบคุมโรงมหรสพ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย

นายนพดล ฉายปัญญา ผอ.กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ในบรรดาอาคาร 9 ประเภทซึ่งกรุงเทพมหานครมีหน้าที่กำกับดูแล ที่มีความเสี่ยงที่สุดคือ "อาคารสูง/อาคารขนาดใหญ่เป็นพิเศษ" โดยมีเส้นแบ่งสำคัญคือปี 2535 ที่ มท.เริ่มออกกฎกระทรวงมากำหนดมาตรการป้องกันอัคคีภัย ซึ่งในปัจจุบัน กทม. มีอาคารสูง/อาคารซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ที่ก่อสร้างก่อนปี 2535 รวม 1,033 อาคาร และสร้างภายหลังปี 2535 อีก 1,777 อาคาร

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะเข้าไปกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ผ่านการกำหนดให้เจ้าของอาคารต้องไปจ้าง "ผู้ตรวจสอบ" เข้ามาตรวจสอบสภาพอาคารทุกปี และต้องตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี หากใครไม่ปฏิบัติตามจะมีบทลงโทษ โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสุ่มตรวจเป็นระยะ

"แต่ต้องยอมรับว่าเรามีคนไม่เพียงพอ เพราะเรามีเจ้าหน้าที่แค่หลักร้อย แต่ต้องไปตรวจสอบตึกใน กทม. ที่มีมากกว่า 2 ล้านตึก"

Image copyright AFP/Getty Images

สำหรับกรณีโรงภาพยนตร์ นายนพดล กล่าวว่า หลังเกิดเหตุไฟไหม้เมเจอร์ปิ่นเกล้า และ สตง. เข้ามาตรวจสอบ หลายๆ โรงก็เริ่มปรับปรุงแก้ไขระบบป้องกันอัคคีภัย ทั้งเปลี่ยนประตูไม้ ปรับปรุงระบบไฟส่องทาง หรือไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทางเข้า-ออก แต่กรณีเปลี่ยนผนังไม่ให้ใช้วัสดุติดไฟง่าย ทางโรงขอเวลาในการทยอยปรับปรุงแก้ไข เนื่องจากเขาก็ต้องทำธุรกิจ จะไปหยุดฉายภาพยนตร์ทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนผนังคงไม่ได้

"เชื่อว่าอีกไม่นาน โรงภาพยนตร์ใน กทม.ทั้งหมด จะต้องมีระบบป้องกันอัคคีภัยที่ได้มาตรฐาน" ผอ.กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ระบุ

นายประวิงศักดิ์ หนูทวี ผอ.ฝ่ายบริหารศูนย์การค้า เครือโรงภาพยนตร์เมเจอร์-อีจีวี กล่าวกับบีบีซีไทยว่า หลังจากได้รับความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะกรุงเทพมหานครหรือกรมโยธาฯ เครือเมเจอร์ก็เร่งปรับปรุงโรงภาพยนตร์ให้มีระบบป้องกันอัคคีภัยที่ได้มาตรฐาน ทั้งเปลี่ยนประตูจากไม้เป็นเหล็กทั้งหมด จัดตั้งถังดับเพลิง 8-12 ตัวไว้ภายในโรงตามขนาดของโรง เปลี่ยนผ้าบุผนังและเก้าอี้โดยอาบน้ำยากันไฟ ขณะที่ใช้พรมขนแกะแท้ซึ่งติดไฟยาก นอกจากนี้ ยังมีการอบรมเรื่องการป้องกันอัคคีภัยให้กับพนักงานปีละ 2 ครั้ง

Image copyright AFP/Getty Images

"กรณีที่เกิดเหตุไฟไหม้กับเมเจอร์ เสาขาปิ่นเกล้า เนื่องจากเป็นโรงที่เก่ามาก สร้างในปี 2538 หลังคาบางส่วนยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นเมทัลชีท 2 ชั้นที่ทนไฟได้มากกว่า อีกครั้งในช่วงเกิดเหตุพนักงานไม่ได้อยู่ที่จะระงับไฟได้ในทันที" นายประวิงศักดิ์กล่าว

ด้านผู้บริหารของเครือโรงภาพยนตร์เอสเอฟ ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์เรื่องการปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัยกับบีบีซีไทย โดยระบุผ่านทีมประชาสัมพันธ์ว่า "ยังไม่สะดวก"

ปัจจุบัน มีโรงภาพยนตร์ใน กทม.และปริมณฑล ราว 400 โรง เป็นของเครือเมเจอร์-อีจีวี 229 โรง ในอาคาร 30 แห่ง เป็นของเครือเอสเอฟ 157 โรง ในอาคาร 19 แห่ง ยังไม่รวมถึงโรงภาพยนตร์ประเภท stand alone อีกจำนวนหนึ่ง อาทิ สกาลา ลิโด้ เฮ้าส์ ฯลฯ หรือโรงภาพยนตร์ในชุมชนที่ลงท้ายด้วย -รามา