ยันแก้ กม.บัตรทอง ปชช.ไม่เสียสิทธิ แต่ยังเปิดทางร่วมจ่าย

เวทีเสวนาแก้กฎหมายบัตรทอง Image copyright Varaporn Amparat

รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยืนยันว่าการแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้หรือกฎหมายบัตรทอง ไม่ทำให้ประชาชนเสียสิทธิ มีแต่จะได้สิทธิมากขึ้นจากการจัดสรรงบประมาณให้ยังหน่วยบริการ แต่จำเป็นต้องแก้ไขเพื่อให้กระบวนการใช้จ่ายงบประมาณของบัตรทองมีประสิทธิภาพ ตามข้อทักท้วงของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ที่หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งปลดล็อกแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายการใช้เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติผิดวัตถุประสงค์

เวทีเสวนาแก้กฎหมายบัตรทองประชาชนได้อะไร ที่ชี้แจงโดยคณะกรรมการแก้ไขร่างกฎหมายบัตรทอง กระทรวงสาธารณสุข จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ วันเดียวกับเวทีปรึกษาสาธารณะ (Public hearing) ที่ตัวแทนภาคประชาชนกลุ่มคนรักสุขภาพ 18 คน เข้าร่วมให้ความเห็น ร่วมกับตัวแทนผู้ให้บริการบุคลากรทางการแพทย์ และตัวแทนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าวถึงประเด็นให้ผู้ป่วย "ร่วมจ่าย" ค่ารักษาพยาบาล ที่ถูกคัดค้านจากภาคประชาชนว่า คณะกรรมการยืนยันในหลักการเดิมที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 กำหนดไว้ว่าผู้รับบริการอาจร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วย ยกเว้นคนยากไร้ คณะกรรมการไม่ได้แก้ไขสิ่งมีอยู่ในกฎหมายเดิมอยู่แล้ว พร้อมระบุความจำเป็นที่ต้องคงไว้ เพื่อเปิดทางให้ในอนาคตอาจกำหนดให้มีการร่วมจ่ายเพื่อให้การบริหารงบประมาณบัตรทองคล่องตัว

"หากมีค่ารักษาพยาบาลประเภทใดที่มีค่าใช้จ่ายสูง คนที่มีกำลังก็ต้องร่วมจ่าย แนวคิดร่วมจ่ายอาจจะอยู่ที่ 100-200 บาท ผมคิดว่าจะทำให้ลดภาระ แล้วเอาเงินส่วนที่เหลือไปช่วยคนยากไร้ ยืนยันว่า เราใช้กฎหมายในมาตราเก่า"

นอกจากนี้การแยกเงินเดือนบุคลากรกับค่าใช้จ่ายรายหัว จะช่วยให้การบริหารงบประมาณของโรงพยาบาลแต่ละแห่งชัดเจนขึ้น เกิดประโยชน์แก่ประชาชนที่ไปรับบริการยังหน่วยบริการสาธารณสุข

ประธานกรรมการพิจารณาร่างฯ ยืนยันว่าขั้นตอนนี้เป็นเพียงการรับฟังกฎหมายขั้นต้น ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ไม่มีการปกปิดว่ามาตราใดแก้หรือไม่แก้ สำหรับความเห็นต่างที่มีต่อร่างกฎหมาย คณะกรรมการพิจารณาร่างฯ จะรวบรวมเป็นรายงานแนบไปกับร่างกฎหมายฉบับนี้ ก่อนส่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภายในวันที่ 19 ก.ค.

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ในเวลาเดียวกัน เวทีปรึกษาสาธารณะแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมายฯ ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายหลังการเปิดเวทีประชาพิจารณ์รับฟังความเห็น 4 ภาค ตัวแทนภาคประชาชนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ แสดงความไม่พอใจต่อการจัดเวที โดยเรียกร้องให้ รศ.ดร.วรากรณ์ เข้าร่วมรับฟังและชี้แจงกระบวนการกรณีเกิดข้อเห็นต่าง ทำให้เวทีล่าช้าเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ก่อนที่ตัวแทนภาคประชาชน จะยื่นประเด็นที่สนับสนุนและคัดค้านต่อ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประชาพิจารณ์ร่างฯ

4 ประเด็น ที่กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพเห็นด้วย คือ การแก้ไขไม่ให้เกิดการควบวาระดำรงตำแหน่งของบอร์ด สปสช. การต่อรองงบประมาณกองทุนหลักประกันฯ และการยกเลิกข้อกฎหมายที่ให้ผู้รับบริการเอาผิดต่อแพทย์ กรณีความเสียหายทางการแพทย์จากการรักษา

ส่วนประเด็นที่เห็นต่าง คือ การแก้ไขสัดส่วนบอร์ด สปสช. การกำหนดให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นั่งเป็นรองประธานบอร์ดที่ขัดกับหลักแยกผู้ให้บริการสาธารณสุขและผู้ซื้อบริการ การแยกเงินเดือนบุคลากรออกจากค่าใช้จ่ายรายหัว นอกจากนี้ยังเสนอให้ตัดบทบัญญัติเรื่้องการร่วมจ่ายใน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง