จากคึกฤทธิ์ สู่ ประยุทธ์ ย้อนตำนาน นายกฯเจ้าบทกลอน

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี
คำบรรยายภาพ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี อธิบายชื่อตนเองเป็นคำผวนว่า "คึกฤทธิ์ ก็คือคิดลึก"

"คำว่าไทย คือไทย ด้วยใจรัก ร่วมใจภักดิ์ ต่อชาติ ศาสนา..." คือบทขึ้นต้นกลอนสุภาพ หรือกลอนแปด ชื่อ "ประเทศไทย 4.0" แต่งโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

บทกลอนนี้เขียนขึ้นด้วยลายมือ ในระหว่างพักการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (27 มิ.ย.) ก่อนนำออกเผยแพร่ผ่านทีมงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในเวลาต่อมา ทั้งนี้ เจ้าของบทกลอนระบุว่าตั้งใจแต่งกลอนนี้ให้ประชาชนทุกคน

Image copyright ทีมงานโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี
คำบรรยายภาพ นอกจากการแต่งกลอนแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ยังประพันธ์เพลง "คืนความสุขให้ประเทศไทย" ด้วย

"พูดก็แล้ว แต่งเพลงก็แล้ว อันนี้เอาเป็นกลอนแล้วกัน วันหน้าคงต้องร้องลิเก ไม่อย่างนั้นไม่ค่อยฟัง แล้วก็ขัดแย้งไปเรื่อย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามอธิบายนโยบาย "ไทยแลนด์ 4.0" ในหลายกรรมหลายวาระ และถึงขั้นตอบโต้ทางการเมือง เมื่อ ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถาร้อนในหัวข้อ "การเมืองไทยกับสังคม 4.0" เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยชี้ว่าไทยแลนด์ 4.0 และประชารัฐเป็น "มาสเตอร์แพลน" (Master Plan) ในการช่วงชิงมวลชน และสร้างความชอบธรรมใหม่ของชนชั้นนำภาครัฐที่แยบยลมาก

แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลเลือกอธิบายผ่านบทกวี

พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่ผู้นำคนแรกที่มีลักษณะ "เจ้าบทเจ้ากลอน" ประเทศไทยเคยมีผู้นำที่เป็น "ศิลปิน" มาหลายคน

Image copyright ทีมงานโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี

"ไม่อยากตายเร็ว อย่าไปเป็นนายกฯ"

คนแรกต้องยกให้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีคนที่ 13 (2518-2519) ที่มีความเป็นนักปราชญ์-นักเขียนมากกว่านักการเมือง ผลงานที่โดดเด่นกว่า 200 เรื่อง ทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น เรื่องแปล สารคดี ทำให้เขาได้รับเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์คนแรกในปี 2528

นายทองแถม นาถจำนง บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์สยามรัฐ และนายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย เจ้าของผลงาน "กลอนคึกฤทธิ์ฯ" จัดพิมพ์เนื่องในโอกาส 100 ปีชาตกาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยเล่าถึงความสามารถในทางกวีของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ โดยยกตัวอย่างบทสักวาบทหนึ่ง ที่ว่า.. "สักวาการกินไม่สิ้นเรื่อง ทั้งกินบ้านกินเมืองกินรถถัง อีกจอบเสียมธนบัตรอัดประดัง กินกระทั่งก้อนหินกินสินบน กินอะไรกินได้ใครไม่ว่า ถึงที่สุดกินหมาข้างถนน อาหารไทยสมัยนี้ทีชอบกล แม้กินคนกันเมื่อไร่ไม่สู้เอย"

นายทองแถมบอกว่า ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เขียนบทกวีไว้ไม่มาก แต่ก็เขียนทั้งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน หนังสือที่เขียนเป็นบทกวีเกือบทั้งเล่มคือ "วัฒนธรรมและกษัยธรรม" เป็นงานเขียนล้อเลียนนโยบายของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม

ส่วนบทกลอนที่เป็นอมตะ ปลุกเลือดรักชาติให้สูบฉีดอย่างสม่ำเสมอ หนีไม่พ้นกลอนด่าประเทศกัมพูชาในทำนองเนรคุณ ซึ่งเผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2502 หลายปีก่อนศาลโลกจะตัดสินให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือปราสาท เขาพระวิหาร ซึ่งยังมีผู้นำบทกลอนนี้มาแชร์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงเกิดข้อพิพาทกรณีปราสาทพระวิหารระหว่างไทย-กัมพูชา

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เขาพระวิหารเคยเป็นประเด็นที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หยิบยกมาแต่งกลอนพาดพิงถึงประเทศกัมพูชา

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์มีคอลัมน์ประจำในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ซึ่งเขาเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นในปี 2493 เพื่อเสริมพื้นฐานประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขให้แข็งแกร่ง แฟนนักอ่านหนังสือพิมพ์เชิงคุณภาพฉบับนี้เคยตั้งสมญาให้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์หลายชื่อ อาทิ สุนทรคึก, กวีเอกเฉกภู่

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เป็นผู้มีวาทศิลป์เป็นเลิศ แม้กระทั่งคำอธิบายชื่อของตัวเองยังใช้การผวนคำ "คึกฤทธิ์ ก็คือคิดลึก"

แม้กระทั่งการเป็นนายกฯ คนที่ 13 เจ้าของฉายา "เสาหลักประชาธิปไตย" แต่สำหรับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ได้อธิบายสถานะสูงสุดทางอำนาจไว้ว่า.. "ถ้าไม่อยากแก่เร็ว ตายเร็ว ก็อย่าไปเป็นนายกรัฐมนตรีเมืองไทยก็แล้วกัน อยู่บ้านมันสบายๆ ดีกว่า ไม่เดือดร้อน..."

ชวน เริ่มเขียนประชาธิปไตยด้วยภาพ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายชวน หลีกภัย สนใจศิลปะ ดนตรีและการวาดรูป

นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีคนที่ 20 (2535-2538 และ 2540-2544) เป็นอีกคนที่มีเลือดศิลปินสูง เคยเขียนหนังสือเรื่อง "เย็นลมป่า" พิมพ์ซ้ำหลายรอบ ทว่าสิ่งที่นายชวนรัก-หลงใหลคือการเขียนภาพลายเส้น สิ่งที่เขาทำมาค่อนชีวิต

ในหนังสือที่ระลึก "100 ปีเมืองทับเที่ยง" สัมภาษณ์โดยกองบรรณาธิการ addtrang นายชวนเล่าถึงความสนใจในทางศิลปะว่าเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงชั้นประถม โดยทำคะแนนวิชาวาดเขียนได้ดี

"ผมเคยประกวดระดับจังหวัดที่ศาลากลาง เขียนรูปต้นไม้ที่มีคนรดน้ำ แล้วบรรยายว่า 'ประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน' ก็ได้รางวัลประเภทความคิด เขาคงมองว่าเด็กคนนี้มันมีแนวคิดเรื่องประชาธิปไตย" นายชวนกล่าว

ด้วยความสนใจด้านศิลปะทั้งดนตรี วาดรูป จึงสอบเข้าเรียนต่อสาขาศิลปศึกษาในโรงเรียนเตรียมศิลปากร แผนกจิตรกรรมและประติมากรรม ก่อนพลิกไปเรียนกฎหมาย และเบนวิถีเข้าสู่สนามการเมือง อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยทิ้งการวาดภาพลายเส้นตลอด 50-60 ปีที่ผ่านมา

ล่าสุด นายชวนร่วมเป็นจิตอาสาช่วยงานสำนักช่างสิบหมู่ โดยเข้าไปเขียนสีฉากบังเพลิง เพื่อถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห้วรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

สมัคร ใช้ประสบการณ์สื่อด่าสื่อ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี

ขณะที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 นายสมัคร สุนทรเวช (2551) เป็นนักการเมืองฝีปากกล้าที่ตอบโต้ตอบกับสื่อมวลชนอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ถึงขั้นทิ้งผรุสวาทวาจากลางวงสัมภาษณ์แบบเนืองๆ ด้วยเพราะมี "ประสบการณ์ตรง" ในงานสื่อกว่า 30 ปี (2500-2537) ผ่านการเขียนบทความ-บทวิจารณ์การเมืองลงหนังสือพิมพ์สยามรัฐ, สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์, ชาวกรุง, ประชาไทย, เดลิมิเร่อร์ และยังมีหนังสือเล่มมากมาย ที่เป็นที่จดจำหนีไม่พ้น "สันดานหนังสือพิมพ์" (2520) ที่ออกมาเพื่อตอบโต้กับคอลัมนิสต์ที่โจมตีการทำงานของเขา หลังพันตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ยุครัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร

สำหรับบทกวีที่คนจดจำเขามากที่สุดกลับไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่เกี่ยวกับแมวสุดรักชื่อ "เหวิน เหวิน" ที่นายสมัครแต่งกลอนสุภาพให้ 3 บทในโอกาสจากลาของเพื่อน 4 ขา ซึ่งมีบทลงท้ายว่า "..แม้จากกันเจ้ายังอยู่คู่หัวใจ รักแมวไหนไม่เกินเจ้าเหวินเอย"

ส่วนหนังสือที่นายสมัครบอกว่าเขียนขึ้นในช่วงถูกมรสุมการเมืองช่วงรับตำแหน่งนายกฯ คือ "บางทีจะสายไป...หากคนไทยยังไม่ฉุกคิด" ทว่ายังไม่มีใครได้เห็นงานชิ้นนี้

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายกรัฐมนตรีใช้เวลา 1ชั่วโมงแต่งเพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย

ประยุทธ์ แจงแผนบริหารชาติผ่านเสียงเพลง

กลับมาที่ผู้นำรัฐบาลคนปัจจุบันอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ แม้เป็นชายชาติทหาร แต่ก็มีอารมณ์ศิลปิน เคยเขียนกลอนบอกรักชาวระยองมาแล้ว ภายหลังลงพื้นที่พบประชาชน เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2559 ความว่า.. "เป็นคนไทยใจระยองให้ผ่องแผ้ว จงคลาดแคล้วปลอดภัยทุกสุขเสมอ มากี่ครั้งกี่คราก็น่าเจอ รักเสมอคนระยองพี่น้องไทย"

นอกจากนี้ยังมอบค่านิยม 12 ประการให้แก่เยาวชน ช่วงเดือน ก.ค.2557 โดยสั่งให้กระทรวงศึกษาธิการไปปรับแต่งเพื่อให้เด็กๆ ได้ท่องอาขยาน

นอกจากนี้ยังมีผลงานการประพันธ์เพลงสุดฮิตอย่าง "คืนความสุขให้ประเทศไทย" (มิ.ย. 2557) ที่ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงในการแต่ง และเขียนด้วยลายมือเช่นกัน โดยมีเป้าหมายสื่อให้ "คนไทยรักกัน" ผ่านมาถึงวันนี้เชือว่าคนไทยส่วนใหญ่น่าจะร้องตามได้ เพราะฟังมา 3 ปี และได้ยิน-ได้ฟังทุกวันศุกร์

ส่วนเพลงอื่นๆ อาทิ ความหวังความศรัทธา, เพราะเธอคือประเทศไทย และซิงเกิลล่าสุด "สะพาน" (ม.ค. 2560) ซึ่งนายกฯ บอกว่าแต่งให้ ครม. เพื่อก้าวข้ามไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนของผู้นำไทยที่สวมวิญญาณศิลปินในระหว่างบริหารบ้านเมืองเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดส่วนตน ขณะเดียวกันก็เป็นการบริหารสถานการณ์การเมืองผ่านสื่อวัฒนธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง