20 ปีวิกฤตต้มยำกุ้ง: บทเรียนจากคนเคยล้ม

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
จากเจ้าของธุรกิจติดกระจก สู่วันนี้ของ “ไกด์เป็ด” เจ้าของทัวร์ญี่ปุ่น

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถูกปั่นให้ราคาสูงเกินจริง ที่ดินจำนวนมากถูกซื้อขายเพื่อเก็งกำไร อาคารที่พักอาศัย สำนักงานบูมเป็นดอกเห็ด จะกู้ก็กู้ง่ายเพราะธนาคารอยากปล่อยสินเชื่อ คือ ภาพเศรษฐกิจที่ถูกปั่นขึ้นมาอย่างหลอกๆ จนกลายเป็นภาวะฟองสบู่ ก่อนยุครุ่งเรืองจะกลายเป็นซากปรักหักพังทางเศรษฐกิจในเวลาไม่กี่ปี

ทินกร อาวัฒนกุลเทพ อดีตนักธุรกิจรับเหมาติดตั้งกระจกอะลูมิเนียม เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับความมั่งคั่งจากภาวะเศรษฐกิจที่โตไว รวยไว สุดท้ายเมื่อฟองสบู่ที่ไม่มีรากฐานทางเศรษฐกิจค้ำรากแตกลง เขาบาดเจ็บไม่ต่างจากนักอยากรวยในยุคนั้น

"...ถ้านึกภาพออก ตึกขึ้นแบบที่ว่า เราขับรถผ่านไปตรงนี้ยังว่างๆ อยู่ ขับผ่านไปอีกเดือนขึ้นอีกแล้ว ตรงนี้กำลังขุดดินเตรียม ปักป้ายขึ้นอีกแล้ว ขึ้นอยู่ตลอดเวลาตอนนั้น ทำให้เราก็รู้สึก...สบายมาก พรรคพวกเราก็เยอะ อยากได้งานไหนไปเช็คเลยว่าใครดูแลงานนี้อยู่ ใครรู้จักบ้างแล้วเช็คๆ ให้เพื่อนช่วยนัดมาเจอกัน..."

ทินกร หรือปัจจุบันเขาคือ ไกด์เป็ด เจ้าของธุรกิจทัวร์ญี่ปุ่นโซร่า แทรเวล เปิดฉากย้อนความหลังให้ให้บีบีซีไทยฟังถึงความเบ่งบานธุรกิจอสังหาฯ ในช่วงเติบโตอย่างขีดสุดในก่อนฟองสบู่แตก

Image copyright AFP/Getty Images

ตอนที่ธุรกิจติดตั้งกระจกอะลูมิเนียมที่ตัดช่วงมาจากผู้รับเหมาอีกต่อหนึ่งของทินกร เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว กำลังไปได้ดี งานของบริษัทที่เขาและเพื่อนลงหุ้นร่วมกันมีตัวเลขเกือบ 30 ล้านบาท ติดตั้งให้กับอาคารสำนักงานของราชการ เอกชน คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งโชว์รูมขายรถที่ผุดขึ้นจำนวนมากตามกำลังซื้อของคนไทย งานกระจกโครงการ 5 ล้าน ติดตั้งไม่เกิน 2 เดือน พวกโชว์รูมทำ 2 วัน จบเอากระจกวางๆ ทุกอย่างขึ้นไวมาก

"กำลังไฟแรง อายุ 25-26 มั่นใจในตัวเองสูง เปิดบริษัทได้เอง แล้วรับงานได้เป็นหลัก 10 ล้าน บรรยากาศตอนนั้นมันคึกคักไปหมด ไปเสนองานนี้เขาก็ให้เรา เสนองานนั้นเขาก็ให้เรา มีงานเข้ามาเรื่อยๆ ตลอด ตอนนั้นรู้สึกเราก็ฮึกเหิม"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ทินกร และหุ้นส่วน เปิดบริษัทรับเหมาติดตั้งกระจกอะลูมิเนียม ช่วงปี 2536-2537 ในวัยที่เขามีอายุเพียง 25 ปี

ทินกร บอกถึงภาวะของความกระหายที่ท้ายที่สุดเหมือนเป็น "กับดักที่เอาตัวเองไปลงหลุม" เรียกได้ว่าจับงานไหนได้งานนั้น กระจกอะลูมิเนียมที่ทำค่อนข้างกำไรสูงถึง 40-50 เปอร์เซ็นต์ เป็นความหอมหวลของนักธุรกิจหนุ่มวัย 30 ปี ที่กระโจนรับงาน มีงานในเชียงใหม่ 6-7 แห่ง และ กทม.นับสิบแห่ง แต่ละงานกำไรบางครั้ง 3-4 ล้าน โดยที่ไม่รู้เลยว่า ตัวเลขกำไรที่ไต่ระดับสูงขึ้นๆ จะเป็นเพียงหมึกที่ปรากฏอยู่บนกระดาษ

"รับงานมาแล้ว ผู้รับเหมาจ่ายให้เราส่วนหนึ่งก่อน แล้วมาบอกคำหวานว่าให้งานต่อ พอทำต่อแล้วหนี้สินที่ค้างมันพอกขึ้นเรื่อยๆ พอถึงเวลาเสร็จหลังปี 40 ก็เริ่มไม่จ่ายเลย เลยกลายเป็นว่าที่ทำๆ มาทั้งหลาย เราเห็นแต่ตัวเลขอย่างเดียวว่า ได้กำไรเท่านั้นเท่านี้ แต่ในความเป็นจริงเงินไม่ได้อยู่กับเรา"

Image copyright ทินกร อาวัฒนกุลเทพ
คำบรรยายภาพ งานรับเหมาติดตั้งกระจกอะลูมิเนียม มีทั้งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ โดยเป็นการตัดช่วงจากผู้รับเหมาก่อสร้างอีกต่อ

เมื่อพิษเศรษฐกิจเข้าจู่โจมในปี 2540 กิจการของทินกรที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาฯ ตกเป็นเป้าเต็มๆ งานกระจกที่ไปทำให้ผู้รับเหมาที่ส่งงานมาอีกต่อหนึ่ง ได้เงินมัดจำมาไม่ถึงครึ่ง ถูกเบี้ยวจ่ายรวมแล้วกว่าสิบล้าน

ทั้งตามทวงถึงที่ ฟ้องร้อง แต่ภาวะที่เจอตอนนั้น คือ "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ความรู้สึกเราเป็นขอทาน ทั้งที่เป็นเงินของเรา" แม้แต่พระพุทธรูป ของเก่า ยังถูกเสนอให้มาเป็นของปลดหนี้

"จะไปทวงแบบดุเดือด เราก็ใจอ่อนอีก เขาบอก เขาไม่มีอะไรเลย เงินเขาก็ไม่มี ลูกค้าเขาก็ไม่จ่ายเงิน หันไปเห็นกล่องไม้ของเก่า เขาบอกนั่นล่ะ คุณยกไปเลยได้ไหม ยกให้คุณหมดเลย เราก็ทำใจไม่ลงที่ไปยกของเขามา" ทินกร ผู้มีท่าทีโอบอ้อมเป็นมิตร ย้อนเล่าถึงการทวงหนี้ 3 ล้าน จากผู้รับเหมาในเชียงใหม่

Image copyright ทินกร อาวัฒนกุลเทพ
คำบรรยายภาพ บริษัทของทินกร ได้งานที่อาคารเอไอเอ เป็นหนึ่งในอาคารไม่กี่แห่งที่ยังเดินหน้าก่อสร้างต่อไปได้ในยุคที่ฟองสบู่แตกแล้ว

แม้ไม่เจ๊งจนหมดตัว แต่ก็เจ็บตัวไม่น้อย ต้องหยิบยืมจากเพื่อนฝูง ทางบ้าน และกู้ธนาคาร แต่โชคชะตาเหมือนเข้าข้างได้งานใหญ่ ช่วยพยุงธุรกิจให้ไปต่อ ก่อนที่จะตัดสินใจเอาตัวเองออกมาแล้วหอบเงินก้อนสุดท้ายไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น

"พอฟองสบู่มันแตกแล้ว อยู่วงการนี้มันยาก เลยคิดหาทางไปเรียนต่อ มีสมบัติตอนนั้น รถคันนึงเอาไปขาย รวมเงินได้ก็ไปเรียนต่อเลย เป็นเงินก้อนสุดท้าย เรียกว่าไปตายเอาดาบหน้า กะว่าอยู่ให้รอดให้ได้ซักปีนึงอย่างน้อย"

ชีวิตนักเรียนไทยในญี่ปุ่น ถ้าไม่ใช่ลูกเศรษฐีก็อยู่ยาก เพราะค่าครองชีพของญี่ปุ่นสูง ทินกร เล่าว่าต้องหารายได้จากทำงานพิเศษ ทำทุกอย่าง ยืนแจกหนังสือพิมพ์ ค่าแรง ชม.ละ 1,000 เยน ขายบัตรโทรศํพท์ทางไกลต่างประเทศให้นักเรียนไทย ให้คนงานไทยที่ไปอยู่แบบโรบินฮู้ด ความขยันขันแข็ง ไม่ย่อท้อ ทำให้ผลงานเข้าตานายญี่ปุ่น ไว้วางใจให้ดูแลงานทุกอย่าง ทำตลาดให้ ก่อนจะให้ตำแหน่งทินกรเป็นถึงผู้จัดการฝ่ายคนไทย

Image copyright ทินกร อาวัฒนกุลเทพ
คำบรรยายภาพ การได้ช่วยงานนำเที่ยวให้กับแขกของสถานทูตไทยในโตเกียว เป็นใบเบิกทางที่ทำให้ทินกรเข้าสู่วงการทัวร์

ทินกรยังได้ช่วยงานนำเที่ยวให้กับแขกของสถานทูตไทย จนเริ่มรู้จักคนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคนไทย ญี่ปุ่น ก่อนที่รุ่นพี่ที่เป็นไกด์ จะชักนำให้ไปช่วยในบริษํททัวร์ รับงานนำเที่ยวมาเรื่อยๆ เวลาที่ใช้ชีวิตในต่างแดน 5 ปี เป็นช่วงที่เขาสั่งสมประสบการณ์ จนทำให้เขาเป็นผู้ที่รู้จักเส้นทาง ที่เที่ยว ที่กินร้านเด็ดในญี่ปุ่น อย่างหาตัวจับยากคนหนึ่ง ด้วยจุดเริ่มต้นจากรถตู้ 1 คัน ที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของไกด์ไทยในต่างแดน

"ถ้าอยู่ญี่ปุ่น มีรถแล้วถ้าไม่ใช้หาประโยชน์จากมันเลย ก็อยู่ไม่ไหว ค่าใช้จ่ายสูงมาก ทำทุกอย่างไปรับจ้างย้ายบ้าน ขนของบ้าง รับทัวร์บ้าง บางทีกรุ๊ปจากเมืองไทยมาให้ขับพาเที่ยวเป็นส่วนตัว ทำมาเรื่อยๆ ด้วยความที่เราขับรถด้วย ทำให้รู้เส้นทางในญี่ปุ่นเยอะ"

วันนี้กิจการทัวร์โซร่า แทรเวล ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว หลังจากหอบเงินกลับมาจากญี่ปุ่น 2 แสนบาท ลงขันกับเพื่อนเปิดทัวร์ เมื่อปีกแข็งแรงเขาแยกตัวมาโซโลในธุรกิจนี้ด้วยลำแข้งของตัวเอง

Image copyright ทินกร อาวัฒนกุลเทพ

ทินกร บอกว่าหัวใจของการทำทัวร์ คือ ความไว้วางใจ จิตใจที่รักบริการ สร้างความประทับใจ คุณภาพ ความซื่อสัตย์ จะทำให้เกิดการบอกต่อ นอกจากนี้ต้องรู้ตลาด และปัญหาของธุรกิจที่ตัวเองอยู่ ดังที่เขาได้เริ่มจากต้นจากการเป็นไกด์

เมื่อถามถึงบทเรียนเมื่อย้อนกลับไปยุคทำกระจกอะลูมิเนียม ทินกรบอกว่าวันนั้นที่เจ๊งกว่าสิบล้าน เพราะ "ความใจอ่อน" อะไรก็ง่ายไปหมด แต่วันนี้เขาเรียนรู้แล้วจากการล้มในวัยหนุ่ม

"จริงๆ ทำทัวร์กำไรไม่ได้สูงเหมือนรับเหมา ด้วยลักษณะของธุรกิจ เราเก็บค่าทัวร์ก่อน เก็บให้ได้ 80-90 เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ให้เครดิตใครแล้ว ต้องเก็บเงินก่อน"

บทเรียนสำคัญที่เขาได้จากวันนั้น คือ ในทางธุรกิจอย่าไว้ใจคนให้มากเกินไป "พูดง่ายๆ ทุกวันนี้เราก็เริ่มเขี้ยวขึ้น" ทินกร กล่าว ทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม