ไตรกีฬา ความนิยมพุ่งในไทย ลุยแข่งต่างแดน

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ไตรกีฬา ความนิยมพุ่งในไทย พร้อมคนไทยไปแข่งต่างแดน

ท่ามกลางกระแสความนิยมไตรกีฬาที่เติบโตแบบก้าวกระโดด เป็นเทรนด์ใหม่ของชนชั้นกลาง นักแข่งทีมหญิงล้วนทีมแรกของไทยได้ก้าวสู่การแข่งขันระดับโลกในเส้นทางสุดโหด

ทันทีที่เพื่อนร่วมทีมของเธอขึ้นมาจากทะเลสาบ ธัญญารัตน์ ดอกสน นำสายจับเวลาที่ผูกไว้ที่ข้อเท้าของเพื่อนมาผูกไว้กับของตนเอง ก่อนวิ่งไปเอาจักรยานที่แขวนไว้กับราว ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าทั้งสองเหยียบรองเท้าที่ถูกมัดอยู่กับบันไดปั่น โดยมีหนังยางที่เกี่ยวกับตะขอด้านข้างของรองเท้ารัดไว้ ปั่นไปไม่กี่เมตร หนังยางก็หลุด ระหว่างนั้นเธอต้องพยายามเอาเท้าทั้งสองสวมใส่เข้าไปในรองเท้าให้ได้

Image copyright Thanyarat Doksone

"พอยิ่งเป็นทีมยิ่งต้องทำให้เร็ว เพราะเพื่อนร่วมทีมก็มีความหวัง ก็เลยทำแบบโปร เอาหนังยางรัดไว้ แล้ววิ่งออกไปเร็วมาก" น.ส.ธัญญารัตน์ กล่าว

นี่เป็นเทคนิคที่นักแข่งระดับเซียนของกีฬา "ว่าย ปั่น วิ่ง" หรือที่รู้จักในนาม "ไตรกีฬา" ใช้เพื่อทำความเร็วในการแข่งขัน เพราะบางครั้งการแพ้-ชนะวัดกันที่จุดเปลี่ยน ยิ่งถ้ามีผู้แข่งเป็นหลักพัน ก็เชือดเฉือนกันเป็นหลักวินาที

Image copyright Thanyarat Doksone
คำบรรยายภาพ ธัญญารัตน์กับเพื่อนร่วมทีม Above Average (AB/AV) ระหว่างไปแข่งไอรอนแมน

การใส่ใจทุกรายละเอียดทำให้ทีม Above Average (AB/AV) ที่ ธัญญารัตน์เป็นหนึ่งในสมาชิก คว้าชัยชนะของทีมหญิงในการแข่งขันไตรกีฬาที่สัตหีบเมื่อปลายปีที่แล้ว และเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา สมาชิกของทีม 8 คนก็มีประสบการณ์เข้าแข่งขันระดับโลก

เพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้สนใจไตรกีฬาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่สำหรับ ธัญญารัตน์ เส้นทางสู่การเป็นหนึ่งในทีมไตรกีฬาหญิงสมัครเล่นทีมแรกของประเทศไทย ได้มาด้วยความยากลำบาก

ก้าวแรกสู่กีฬาสุดโหด

จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการไตรกีฬาของ ธัญญารัตน์เริ่มจากความชื่นชอบในการปั่นจักรยาน เธอมักปั่นจักรยานฟิกเกียร์ (จักรยานที่มีเกียร์เดียว) จากบ้านไปที่ทำงานซึ่งมีระยะทาง 5 กม. และเธอยังอยู่ในกลุ่ม "ง้อไบค์" ที่นำจักรยานฟิกเกียร์มาปั่นบนท้องถนน มีสมาชิกกลุ่มเป็นอดีตนักร้องชื่อดังอย่างนาวิน เยาวพลกุล หรือ นาวิน ต้าร์ เมื่อกำลังขาแข็งแรง เธอเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองด้วยการเริ่มวิ่งมาราธอน

Image copyright Thanyarat Doksone
คำบรรยายภาพ สมาชิกทีม Above Average (AB/AV) หลังคว้าแชมป์ครั้งแรก

กระทั่งเดือน ม.ค. 2558 ธัญญารัตน์เข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬาครั้งแรกที่งาน "ไตรแดช" ที่สมุทรปราการ โดยผู้แข่งขันจะต้องว่ายน้ำในสระเป็นระยะทาง 400 เมตร ปั่นจักรยาน 20 กม. และวิ่ง 5 กม.

"ตอนนั้นไม่ได้ซ้อม แค่รู้ว่าว่ายกบได้ ก็เลยไปลองหน้างานเลย ก่อนหน้านี้รู้สึกว่าไตรฯ น่าจะยากและดูเหนื่อยมาก แต่พอจบแล้วรู้สึกว่า ได้นี่นา" หญิงวัย 35 ปีกล่าว

ส่วนประสบการณ์แข่งขันไตรกีฬาครั้งที่ 2 เกิดขึ้นที่ชะอำ โดยเป็นการลงว่ายน้ำทะเลครั้งแรก เธอรู้สึกว่าการว่ายท่ากบนั้นเหนื่อยมากและเมื่อยขากว่าท่าอื่น จึงไม่เหมาะกับการต้องปั่นจักรยานต่อ เธอจึงตัดสินใจเรียนท่าฟรีสไตล์กับโค้ชว่ายน้ำชาวอังกฤษ เพราะถือว่าเป็นท่าที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการแข่งขัน เนื่องจากทำความเร็วได้สูงสุดโดยไม่เปลืองพลังงานมาก ในขณะเดียวกันเธอก็เข้ากลุ่ม "ไอรอนไกด์" (Iron Guide) ซึ่งเป็นกลุ่มซ้อมไตรกีฬาที่มีโค้ชคนบราซิลเป็นผู้ฝึกฝนให้

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งกลุ่ม AB/AV ทีมไตรกีฬาหญิงล้วนทีมแรกของประเทศไทย เมื่อปี 2559 ประกอบไปด้วยสมาชิก 12 คน ปัจจุบัน AB/AV ยังถือว่าเป็นทีมไตรกีฬาสมัครเล่นหญิงล้วนทีมเดียวของประเทศด้วย

Image copyright Wasawat Lukharang
คำบรรยายภาพ ธัญญารัตน์ต้องเก็บตัวซ้อมอย่างหนักก่อนไปแข่งไอรอนแมน

เมื่อเริ่มแข่งขันมากขึ้น ธัญญารัตน์ก็เริ่มใช้จ่ายเงินสูงขึ้น โดยลงทุนซื้อชุดไตรกีฬาและจักรยานเสือหมอบมือ 2 ราคากว่า 100,000 บาทมาเป็นพาหนะคู่ใจ

"ตอนเริ่มเล่นไตรฯ ตอนแรกยังเอาฟิกไปปั่น คนอื่นก็แซงไปหมดเพราะรถเราช้าคันเดียว" น.ส.ธัญญารัตน์กล่าว

เตรียมพร้อมสู่สนามใหญ่

Image copyright Thanyarat Doksone

2 ปีหลังเข้าสู่วงการไตรกีฬา ธัญญารัตน์เริ่มมองหาความ "ท้าทายใหม่" นั่นคือรายการสุดหินอย่างไอรอนแมน (Ironman) ซึ่งเป็นการแข่งไตรกีฬาระยะยาวที่ถือว่ายากที่สุดในโลก ประกอบด้วย การว่ายน้ำ 3.8 กม. ปั่นจักรยาน 180 กม. และวิ่ง 42 กม.

"พอเล่นมาเรื่อยๆ ก็คิดว่าคนที่เล่นไตรฯ ในใจคงคิดอยู่ว่าอยากจะไปไอรอนแมนแทบทุกคน เพราะเป็นระยะที่ท้าทายมาก และถ้ามันจบได้ ถือว่าเป็นความสำเร็จหนึ่งของนักไตรกีฬา" ธัญญารัตน์กล่าว

ก่อนหน้านี้ เธอลงแข่งระยะทางที่ไกลที่สุดเพียงครึ่งเดียวของระยะทางของไอรอนแมน ทำให้ต้องเตรียมความพร้อมถึง 5 เดือนก่อนลงแข่งสนามจริงเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตารางซ้อมของเธอต้องหนักขึ้นกว่าเดิม จากเคยฝึก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็ต้องเปลี่ยนมาฝึกทุกวัน บางวันเธอต้องอยู่บนจักรยานถึง 6 ชม. หรือเท่ากับระยะทาง 150-160 กม. และวิ่ง 3-4 ชม. โดยมีนักไตรกีฬาชั้นนำอย่าง ร.ท.พิพัฒน์พน อิงคนนท์ หรือ "โค้ชแชมป์" เป็นผู้ออกแบบตารางฝึกให้

Image copyright Thanyarat Doksone
คำบรรยายภาพ ธัญญารัตน์หลังการว่ายน้ำในการแข่งขันไอรอนแมน

"บางทีว่ายเสร็จมาทำงาน ก็ง่วง ก็อัดกาแฟไป ต้องพยายามนอนให้เยอะๆ มันจะช่วยได้ แต่อันหนึ่งที่ขาดคือ social life (การสังสรรค์) เพื่อนชวนไปไหนก็ไม่ว่าง เราต้องบอกเพื่อนไว้ว่าต้องทำสิ่งเหล่านี้ แฟนก็เข้าใจ" ธัญญารัตน์กล่าว

ธัญญารัตน์เดินทางไปแข่งขันไอรอนแมนที่เมืองแคนส์ ประเทศออสเตรเลีย พร้อมกับสมาชิก AB/AV อีก 8 คน โดยมีสมาชิกหนึ่งคน คือ น.ส.นวพร ตั้งจิตชัชวาล ได้ที่ 3 ของกลุ่มอายุ 18-24 ปี

30 หญิงไทย ผู้เป็น "ไอรอนแมน"

ธัญญารัตน์เล่าถึงบรรยากาศการแข่งขันว่า เริ่มต้นที่ว่ายน้ำ โดยการว่ายน้ำทะเลไปตามทุ่น ซึ่งจะว่ายยากกว่าที่ประเทศไทยเนื่องจากคลื่นแรงกว่า หลังจากนั้นต้องปั่นจักรยานบนถนนเลียบชายหาดและขึ้นภูเขา แล้วจึงจบลงด้วยการวิ่ง รวมเวลาทั้งหมด 13 ชม. 49 นาที 50 วินาที ถือว่าเข้าเส้นชัยในลำดับที่ 811 จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 1,247 คน และเป็นลำดับที่ 147 จากผู้หญิง 212 คนในรุ่นอายุ 35-39 ปี โดยผู้ที่ทำเวลาได้ดีจะได้สิทธิ์เข้าแข่งขันชิงแชมป์โลกที่เมืองโคนา รัฐฮาวาย

"ตอนที่แข่งอยู่ ไม่มีตอนไหน แม้กระทั่งตอนวิ่งที่แน่ใจว่าตัวเองจะจบ แต่สิ่งที่จะทำให้เราจบได้คือการที่เราซ้อมมา ถ้าเราซ้อมมาดีและรู้ว่าเป้าหมายคืออะไร นั่นเป็นสิ่งที่การันตีว่าเราจะจบแน่นอน แต่ไม่มีทางที่ซ้อมไม่ครบแล้วจะโอเค" ธัญญารัตน์ กล่าว

เทรนด์ใหม่ของชนชั้นกลาง

Image copyright Wasawat Lukharang
คำบรรยายภาพ จักรยานคู่กายนักปั่น เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ปัจจุบันมีราคาหลากหลาย ตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสน

กระแสการเล่นไตรกีฬาเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเมืองไทย โดยกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ผู้ก่อตั้ง Thailand Tri-League Series กล่าวว่า เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ประเทศไทยมีการจัดการแข่งขันเพียง 2 ครั้งต่อปี ครั้งละไม่เกิน 500 คน แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 20-30 ครั้งต่อปี ในจำนวนนี้มี 10 งานที่ถือว่าได้มาตรฐาน

กอบเกียรติเริ่มจัดงานไตรกีฬาครั้งแรกเมื่อปี 2558 ที่ชะอำ ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 ส.ค. ภายใต้ชื่อ "Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่" โดยครั้งนั้นเขาใช้เงินลงทุนไป 2-3 ล้านบาท

ปัจจุบันเขาจัดงาน 3-4 ครั้งต่อปี โดยใช้เงิน 10-12 ล้านบาทต่อครั้ง ซึ่งค่าจัดงานมีทั้งค่าของที่ระลึก เสื้อ อาหาร และตำรวจเพื่อรักษาความปลอดภัยไม่ต่ำกว่า 1,000 นาย โดยสถานที่ที่จัดเป็นเมืองท่องเที่ยว ได้แก่ บางแสน พัทยา สัตหีบ และปีหน้าจะจัดที่หัวหิน ซึ่งกอบเกียรติกล่าวว่า สถานที่เหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวต่างชาติสนใจมาร่วมงานแข่งขันที่ประเทศไทย จนทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ sports tourism

"ฝรั่งถือว่าเป็นการแข่งขันที่เมืองที่เราอยากไปเที่ยว เสาร์-อาทิตย์ ไอไปแข่ง ยูไปช้อปปิ้ง ต่างคนต่างทำมิชชั่น (ภารกิจ) เป็นการใช้วันหยุดสิ้นสัปดาห์ที่คุ้มค่า" นายกอบเกียรติกล่าว

Image copyright Kobkiat Sangwanich
คำบรรยายภาพ การวิ่งมารอธอนเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่กำลังแพร่หลายในไทย

ปัจจุบัน Thailand Tri-League Series เป็นงานแข่งขันที่มีจำนวนผู้แข่งขันมากที่สุดในประเทศ เฉลี่ย 1,500-2,000 คน โดยในการแข่งแต่ละครั้งจะแบ่งโควต้าให้กับชาวต่างชาติร้อยละ 35

กอบเกียรติกล่าวว่า ไตรกีฬามีโอกาสเติบโตอีกมาก เนื่องจากปัจจุบันมีสนามแข่งเพียงไม่กี่สนาม ซึ่งผู้สมัครจะเต็มตลอด และในอนาคตจะมีผู้จัดเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเพียง 3 ราย โดยกีฬานี้ปัจจุบันถือว่าเป็นเทรนด์ของคนไทยในกลุ่มระดับชนชั้นกลางที่เงินเดือน 30,000 บาทขึ้นไป

"ผมคิดว่าส่วนใหญ่จะเกิดจากอยากใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ เล่นกีฬาชนิดเดียวก็เบื่อ ว่ายน้ำอย่างเดียวก็หนาว จักรยานคนเยอะก็เบื่อ" เขากล่าว

ทั้งนี้ กอบเกียรติประเมินว่ามีคนทั่วประเทศที่กำลังสนใจและฝึกซ้อมไตรกีฬาอยู่ 200,000 คนทั่วประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง