โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ ฉบับใหม่

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร Image copyright Reuters

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับวันนี้ (17 ก.ค.)

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560 โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ

Image copyright ราชกิจจานุเบกษา

สาระสำคัญคือ

1)ให้คำนิยามที่ชัดเจนของ "ทรัพย์สินส่วนพระองค์" "ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์" และ "ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์" ใน มาตรา 4 และ 5

-"ทรัพย์สินส่วนพระองค์" หมายถึง ทรัพย์สินที่เป็นของพระมหากษัตริย์อยู่แล้วก่อนขึ้นครองราชสมบัติ ทรัพย์สินที่รัฐทูลเกล้าฯถวาย และทรัพย์สินที่ทรงได้มาไม่ว่าในทางใด และเวลาใดอันเป็นการส่วนพระองค์ รวมถึง ดอกผลที่เกิดจากทรัพย์สินเหล่านี้ด้วย

-"ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์" หมายถึง ทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์ นอกจากทรัพย์สินส่วนพระองค์

-"ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์" ได้แก่ ทรัพย์สินส่วนพระองค์และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การใดที่มีผลทําให้สิ้นสุดการเป็นทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์จะกระทํามิได้ เว้นแต่จะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว

2)การจัดการ การดูแลรักษา การจัดหาผลประโยชน์ และการดําเนินการอื่นใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เพื่อการนี้พระมหากษัตริย์จะทรงมอบหมายให้สํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บุคคลใด หรือหน่วยงานใดเป็นผู้จัดการทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์สําหรับทรัพย์สินใดภายใต้เงื่อนไขอย่างใดก็ได้ (มาตรา 6)

3)ในสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์"ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการอื่น ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และในจํานวนนี้จะได้ทรงแต่งตั้งกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์คนหนึ่งเป็นผู้อํานวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทําหน้าที่กรรมการและเลขานุการ

การพ้นจากตําแหน่งกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และผู้อํานวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

4) คณะกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มีอํานาจหน้าที่ดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทั้งยังมีอํานาจออกระเบียบเกี่ยวกับการบริหารกิจการ และการบริหารงานบุคคลของสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ (มาตรา 8)

5) ให้ทรัพย์สินส่วนพระองค์ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พุทธศักราช 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ตามพระราชบัญญัตินี้

ให้ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พุทธศักราช 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 10)

6) ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ ความผูกพัน และพนักงานและลูกจ้าง ของสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์พุทธศักราช 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาเป็นของสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 11)

Image copyright Reuters

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานข่าวนี้ออกจากสำนักงานในกรุงเทพฯ อ้างนักวิเคราะห์หลายรายว่า ราชวงศ์จักรีของไทยเป็นหนึ่งในราชวงศ์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยประเมินว่าอาจมีทรัพย์สินอยู่ระหว่าง 30,000-60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1 - 2 ล้านล้านบาท) ซึ่งทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

สำนักข่าวของฝรั่งเศสแห่งนี้ รายงานด้วยว่า พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560 เป็น การแก้ไขกฎหมายครั้งแรกในรอบ 69 ปี เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งประธานคณะกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ตามพระราชอัธยาศัย จากเดิมที่กำหนดให้ตำแหน่งดังกล่าวเป็นของรัฐมนตรีคลัง

สำนักข่าวรอยเตอร์ของอังกฤษรายงานข่าวนี้ด้วยเช่นกัน และประเมินว่า จำนวนหุ้นที่สำนักงานทรัพย์สินฯ ถืออยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ และ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทยจำกัด (มหาชน) รวมกันมีมูลค่าสูงกว่า 3.06 แสนล้านบาท

อ่านพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2560

ข่าวที่เกี่ยวข้อง