ขึ้นปีที่ 4 คสช. กับ 10 ข้อ "คนไทยทุกคนพึง" ปฏิบัติเพื่อ “ปรองดอง”

ทหาร Image copyright Getty Images

เปิดร่าง "สัญญาประชาคมปรองดอง" 10 ข้อ ประชาชน "พึง" ปฏิบัติ อีก 1 คัมภีร์จาก คสช. เพื่อ "ความสามัคคี" และ "การปฏิรูป" ประเทศไทย หลังออก "ค่านิยม 12 ประการ" เมื่อ 3 ปีก่อน

วันนี้ (17 ก.ค.) ที่สโมสรกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 คณะทำงานปรองดองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำเสนอ "ร่างสัญญาประชาคม เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง" ต่อผู้แทนส่วนราชการ พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และภาคประชาชนใน 26 จังหวัดภาคกลาง รวม 300 ชีวิต

สาระสำคัญของร่างสัญญาประชาคมปรองดองมี 3 ส่วน ประกอบด้วย 1. บทนำ 2. ความเห็นร่วมเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองรวม 10 ข้อ (อ่านล้อมกรอบ) และ 3. บทสรุป

ร่างสัญญาประชาคมปรองดองถือเป็นผลิตผลที่ได้จากการทำงาน 5 เดือน นับจากรัฐบาล คสช. โดยคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ยึดฤกษ์วันแห่งความรัก 14 ก.พ. 2560 ชวนนักการเมืองและกลุ่มการเมืองตบเท้าเข้าศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อร่วมทบทวนปัญหาความขัดแย้งในอดีต-เสนอสูตรปรองดองในอนาคต และยังผุดเวทีในส่วนภูมิภาคเพื่อรับฟังความเห็นนักการเมืองท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคประชาชน

ก่อนประมวลเป็น "ร่างเอกสารความเห็นร่วมเพื่อการสร้างความสามัคคีปรองดอง" จำนวน 300 หน้า ครอบคลุมเนื้อหา 10 ด้าน รวม 278 ประเด็น โดยในจำนวนนี้เป็นประเด็นการเมืองเพียง 21 ประเด็นเท่านั้น

ร่างแรกสัญญาประชาคม 10 ข้อ ทุกข้อเริ่มต้นว่า "คนไทยทุกคนพึง..."
1. ...ร่วมกันสร้างบรรยากาศของความสามัคคีปรองดอง...ใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างถูกต้องเหมาะสมในกรอบกฎหมาย... มีส่วนร่วมกับการเมืองภาคประชาชน... ส่งเสริมสถาบันการเมืองให้มีความเข้มแข็งเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งที่โปร่งใส... และยอมรับผลการเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นฉันทามติของคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งร่วมกันตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐและการแก้ไขปัญหาโดยใช้กลไกในระบบรัฐสภา
2. ...น้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ให้สอดคล้องกับการดำรงชีวิต...
3. ...ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรมในการดำเนินชีวิต รวมทั้งร่วมกันตรวจสอบไม่ให้มีการทุจริตในทุกระดับ...
4. ...ร่วมมือกันสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม...
5. ...ให้การสนับสนุนส่งเสริมการดูและคุณภาพชีวิต การสาธารณสุข การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงเท่าเทียม...
6. ...เคารพเชื่อมั่นและปฏิบัติตามกฎหมาย...
7. ...ใช้ความรอบคอบในการรับรู้ข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ และร่วมกันสอดส่องดูแลไม่ให้มีการบิดเบือนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคม
8. ...ตระหนักในการส่งเสริมให้สังคมมีมาตรฐานสากลตามกฎกติการะหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี
9. ...สนับสนุนและส่งเสริมการปฏิรูปประเทศในทุกด้าน...
10. ...พึงเรียนรู้ ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศตามแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ
ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากคณะอนุกรรมการปรองดองชุดที่ 3

"นี่ไม่ใช่เรื่องที่ทหารทำเอง ชงเอง มีธงอยู่แล้ว ขอยืนยันกับทุกคนแบบผู้ชายแต่งเครื่องแบบว่าไม่เคยมีผู้บังคับบัญชาคนไหนมาสั่ง ท่านเปิดกว้าง" พล.ต.อภิศักดิ์ สมบัติเจริญนนท์ อนุกรรมการพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง (อนุกรรมการชุดที่ 2) ยืนยันกลางเวทีรับฟังความคิดเห็น

จาก "ร่างเอกสารความเห็นร่วมฯ เวอร์ชั่นยาว" ถูกส่งต่อให้คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง (อนุกรรมการชุดที่ 3) ที่มี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน สกัดเนื้อหาเพิ่มเติม

หลังประชุมคณะกรรมการทั้งชุดใหญ่-ชุดย่อยกว่า 100 ครั้ง สามารถตัดลดเอกสาร 300 หน้า ให้เหลือเป็น "ร่างความเห็นร่วมฯ เวอร์ชั่นสั้น" เพียง 41 ข้อ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำ "ร่างสัญญาประชาคมปรองดอง" ร่วมกับข้อมูลชุดอื่นๆ เช่น เอกสารผลศึกษาและวิจัยที่เคยมีผู้จัดทำไว้แล้ว รวมถึงกรอบแนวทางของคณะกรรมการเตรียมการสร้างความปรองดอง

Image copyright HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI
คำบรรยายภาพ มีผู้ร่วมกิจกรรม 300 คน ในเวทีสาธารณะ "ร่างสัญญาประชาคม เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง" ซึ่งจัดขึ้นภายในสโมสรกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1

พล.ต.ชนาวุธ บุตรกินรี อนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างฉบับนี้ไปตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. แต่เกรงว่าข้อความที่สั้นกระชับ อาจทำให้ประชาชนไม่เข้าใจ จึงมอบหมายให้จัดทำคำอธิบายเพิ่มเติมในลักษณะภาคผนวกรวม 15 ข้อ พร้อมย้ำว่านี่จะเป็น "สัญญาประชาคมระหว่างประชาชนกับประชาชน"

"ตอนแรกเราตั้งโจทย์ว่าสัญญาประชาคมนี้เป็นของ 'ประชาชนทุกคน' แต่นักวิชาการที่ร่วมเป็นอนุกรรมการชุดที่ 3 ติงว่าถ้าใช้คำว่า 'ประชาชน' จะไม่รวมถึงข้าราชการ สุดท้ายเราจึงใช้คำว่าสัญญาประชาคมของ 'คนไทยทุกคน' และเมื่อเป็นคนไทย เราจึงทำได้แค่ขอให้เขา 'พึงปฏิบัติ' แปลว่าจะปฏิบัติก็ได้ ไม่ปฏิบัติก็ได้" พล.ต.ชนาวุธกล่าว

Image copyright HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI
คำบรรยายภาพ พล.ต.อภิศักดิ์ สมบัติเจริญนนท์ อนุกรรมการปรองดองชุดที่ 2 (ซ้ายสุด) พล.ท. ชูชาติ บัวขาว เจ้ากรมยุทธการทหารบก และพล.ต.ชนาวุธ บุตรกินรี อนุกรรมการปรองดองชุดที่ 4

ส่วนเสียงจากประชาชนสารพัดกลุ่มที่เข้าร่วมเวทีแถลงเปิดร่างสัญญาประชาคมครั้งแรก มีทั้งเสียงหนุน-ต้าน แสดงออกให้เห็นถึงความคาดหวัง-หมดหวังกับโรดแมปปรองดองฉบับรัฐบาล คสช.

อย่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การสร้างความปรองดองรอบนี้แตกต่างจากทุกครั้ง เนื่องจากนายกฯ ได้อัญเชิญพระกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มาถึง 2 ครั้ง ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาก็ทำอย่างสุขุมและเหมาะสม หากเชื่อว่าร่างสัญญาประชาคม 10 ข้อนี้จะสร้างความปรองดองได้ ก็สนับสนุนโดยไม่ขัดข้อง

"การปรองดองจะสำเร็จหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องของประชาชนแล้ว หลังจากนี้ความรับผิดชอบอยู่ที่นายกฯ และคณะที่อัญเชิญพระกระแสรับสั่งมาเชิญชวนประชาชน เพราะเราต่างให้ความร่วมมืออย่างไม่มีอุปสรรค" ประธานนปช. กล่าว

Image copyright Getty Images

ส่วนเสียงสะท้อนอื่นๆ มีทั้งที่เกี่ยวข้อง-ไม่เกี่ยวข้องกับวาระปรองดอง อาทิ รัฐบาลคสช. จะคืนประชาธิปไตยให้สมบูรณ์หลังการเลือกตั้งอย่างไร, รัฐบาลจะนิรโทษกรรมให้ประชาชนที่ต่อสู้ในเหตุขัดแย้งทางการเมืองช่วง 10 ปีที่ผ่านมาได้หรือไม่ เพราะขณะนี้ครอบครัวของคนเหล่านั้นกำลังเดือดร้อน, ทำอย่างไรให้นักการเมืองรู้จักประชาธิปไตยที่แท้จริง หากทำไม่ได้ก็เสนอว่ายังไม่ให้มีเลือกตั้ง ฯลฯ

หลังจากนี้ ผู้เกี่ยวข้องจะนำร่างสัญญาประชาคมไป "ขอความเห็นเพิ่มเติม" จากเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่จัดในค่ายทหารในอีก 3 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา พิษณุโลก และนครศรีธรรมราช ก่อนปรับปรุงเป็น "ร่างสัญญาประชาสังคมฉบับสมบูรณ์" เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในวันที่ 23 ก.ค. ก่อนเสนอคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน ในวันที่ 26 ก.ค. เพื่อประกาศต่อสาธารณะต่อไป

ค่านิยม 12 ประการ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอน
1. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติในปัจจุบัน
2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม
3. กตัญญู ต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์
4. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษา เล่าเรียน ทางตรงและทางอ้อม
5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม
6. มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน
7. เข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง
8. มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่
9. มีสติ รู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติ ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
10. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จำหน่าย และขยายกิจการ เมื่อมีความพร้อม โดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี
11. มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกิเลส มีความละอาย เกรงกลัวต่อบาป ตามหลักของศาสนา
12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และต่อชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

ถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าร่างสัญญาประชาคมนี้ จะเป็นสัญญาระหว่างใครกับใคร คู่ขัดแย้งต้องร่วมลงนามสงบศึกทางการเมืองภายใต้หลักคิด "ปรองดองก่อนเลือกตั้ง" หรือไม่ หลังนักการเมืองแถวหน้าออกมาประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะไปร่วมเซ็นเอ็มโอยูปรองดอง

ทั้งนี้มีข้อน่าสังเกตว่าบรรดา "นักการเมืองระดับแนวหน้า" ไม่ได้มาร่วมเวทีอวดโฉมร่างแรกสัญญาประชาคม ต่างจากบรรยากาศการเสนอความเห็นในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. ที่ "บิ๊กเนม" ของทุกพรรคต่างตบเท้าเข้าศาลาว่าการกระทรวงกลาโหมอย่างคึกคัก

ขณะที่นายพลผู้ร่วมจัดวงปรองดองอย่าง พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิชย์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ (อนุกรรมการชุดที่ 4) ยอมรับว่าร่างสัญญาประขาคมปรองดอง "เป็นแค่กระดาษ-ไม่ได้บังคับใช้เป็นกฎหมาย" แต่เป็นข้อพึงปฏิบัติ

ส่วน พล.ต.ชนาวุธกล่าวกับบีบีซีไทยว่า ในเมื่อร่างสัญญาประชาคมนี้เป็นของ "ประชาชน" จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะจับคู่ขัดแย้งมาลงนาม ดังนั้นอาจออกมาในรูปแบบของ "หน้าที่พลเมือง" หรือ "ข้อบัญญัติแนบท้ายรัฐธรรมนูญ" แบบที่ประเทศฝรั่งเศสมี ซึ่งต้องรอดูความชัดเจนจากนายกรัฐมนตรีในระหว่างการประกาศสัญญาประชาคม

"แต่นี่จะเป็นสัญญาประชาคมฉบับแรกของโลก ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างครอบคลุมที่สุด" พล.ต.ชนาวุธกล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง