เครือข่ายนักวิชาการ “จับเท็จ” หนังสือเรียกอาจารย์ มธ. ปรับทัศนคติ

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง Image copyright Facebook/เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง

ถึงขณะนี้ผู้จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ ไทยศึกษา ครั้งที่ 13 รวมถึง นักวิชาการและนักกิจกรรม 3 คนที่ถูกระบุชื่อว่าเตรียมถูกเรียกไปชี้แจงข้อมูล หรือที่รู้จักว่าเป็นการ "ปรับทัศนคติ" ยังไม่ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง

ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคศึกษาด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ในฐานะประธานกรรมการและประธานฝ่ายวิชาการจัดงานประชุมไทยศึกษา กล่าวกับบีบีซีไทยว่า หากนักวิชาการและนักกิจกรรมที่มาร่วมเวทีไทยศึกษาถูกเรียกไปปรับทัศนคติจริง ก็พร้อมไปช่วยชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ เพราะภายหลังทราบข่าวจากสื่อมวลชน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่านักวิชาการที่ถูกอ้างชื่อในหนังสือของกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะมีผู้ชูป้าย "เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร" จึงไม่ทราบว่าถูกออกคำสั่งเรียกไปชี้แจงเพราะอะไร

"เท่าที่ผมอ่านหนังสือของจังหวัดที่ทำถึงกระทรวงมหาดไทย คล้ายเป็นการเขียนขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองมากกว่า เพราะความกลัวส่วนกลาง โดยอ้างว่าจะเรียกคน 3 คนนั้นไปพูดคุยให้หยุดการกระทำ ทั้งที่มันไม่มีอะไรที่เป็นขบวนการเคลื่อนไหวใหญ่ หรือวางแผน พล็อตเรื่องมาล้มล้างรัฐบาลเลย" ดร.ชยันต์กล่าว

วานนี้ (18 ก.ค. 2560) เว็บไซต์มติชนรายงานข่าวโดยอ้างโทรสารในราชการกรมการปกครอง ที่นายพุฒิพงษ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะรักษาราชการแทนผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ส่งถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการปกครอง ระบุว่า เนื่องจากเมื่อเวลา 15.00 น. มีนักวิชาการ นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว 6 คน ทราบชื่อแล้ว 3 คนคือ ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ นางภัควดี วีระภาสพงษ์ และนายชัยพงษ์ สำเนียง ได้เดินทางมาชูป้ายข้อความ "เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร" เพื่อถ่ายภาพโพสต์ลงสื่อออนไลน์ต่างๆ โดยใช้สถานที่ภายในห้องประชุมสัมมนาไทยศึกษา ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ค. ที่มช. เป็นเจ้าภาพ จัดกิจกรรมประมาณ 10 นาทีก็ยุติ ที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้เคลื่อนไหวในนามกลุ่มนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เพื่อต่อต้านทหารและการรัฐประหาร ดังนั้นทาง กกล.รส.จว.เชียงใหม่ จะเชิญบุคคลทั้ง 3 มาเข้าพบเพื่อชี้แจง และขอความร่วมมือไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป

ดร.ชยันต์คาดการณ์ว่าเหตุที่ ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ มีชื่อปรากฏในหนังสือของกระทรวงมหาดไทย อาจเพราะเป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ของ "ชุมชนนักวิชาการนานาชาติ" เรื่อง "ขอคืนพื้นที่ความรู้และสิทธิเสรีภาพของพลเมืองในสังคมไทย"ทำให้ฝ่ายความมั่นคงคิดว่าเป็น "แกนนำ" ทั้งที่ ผศ.ดร.ประจักษ์เป็นผู้ร่วมงานสัมนาในระดับหัวข้อย่อย พร้อมยืนยันว่าการออกแถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้ทำในนามคณะกรรมการจัดการประชุม แต่ถือเป็นเรื่องปกติที่นักวิชาการมารวมตัวกันและมีความสนใจการเมือง จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น แล้วแสดงจุดยืนบางอย่าง

Image copyright Darika Bamrungchok
คำบรรยายภาพ ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ขอคืนพื้นที่ความรู้ฯ ก่อนกลายเป็น 1 ใน 3 บุคคลที่มีชื่อเตรียมถูกเรียกไปปรับทัศนคติ

"ก่อนเขาจะอ่านแถลงการณ์ก็เอามาให้ผมดูนะ ก็ไม่เห็นว่ามีเนื้อหาโจมตีอะไร เป็นการเรียกร้องทางวิชาการธรรมดาๆ แต่เข้าใจว่ามีเจ้าหน้าที่ศูนย์การประชุมฯ บางส่วนถ่ายรูปไว้ และมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรอง หรือหน่วยไหนไม่ทราบซึ่งอยู่นอกเครื่องแบบปะปนเข้ามาในงานโดยไม่ได้แจ้งให้ทางผู้จัดงานทราบ ทั้งที่ทุกคนต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ทำไมจึงไม่มาแสดงตัวกับเรา นี่ไม่ใช่วิสัยการปฏิบัติราชการที่ดี" ประธานกรรมการจัดงานไทยศึกษาระบุ

เขาบอกด้วยว่า กิจกรรมนี้เป็นการจัดงานร่วมกันระหว่าง มช. กับจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีรายละเอียดการอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ การจราจร และการรักษาความความปลอดภัย โดย 2 หน่วยงานได้ประชุมร่วมกันหลายครั้ง จึงถือว่าทางจังหวัดรับรู้ตั้งแต่ต้นว่ามีกิจกรรมนี้ และไม่เคยมาถามหรือขอตรวจดูว่ามีการเสวนาในหัวข้อใดบ้าง จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตฝ่ายความมั่นคง เพราะนี่ "เป็นเวทีทางวิชาการ ไม่ใช่การชุมนุมการเมือง"

"สิ่งที่เกิดขึ้นจะถือเป็นการไปก้าวก่ายเสรีภาพทางวิชาการก็ได้ แม้ขณะนี้เราอยู่ภายใต้การปกครองซึ่งมีรัฐบาลทหารควบคุม แต่ในทางวิชาการจำเป็นต้องวิเคราะห์ได้ และควรรับฟังเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างไร" ดร.ชยันต์กล่าว

ขณะที่ 1 ในบุคคลที่มีชื่อถูกออกคำสั่งเรียกไปรายงานตัว ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่า นี่น่าจะเป็นรายการ "จับแพะชนแกะ" โดยนำ 2 กิจกรรมมาปะปนกัน คือกิจกรรมชูป้าย "เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร" กับกิจกรรมอ่านแถลงการณ์ของเครือข่ายนักวิชาการ ซึ่งถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือ หรือโทรศัพท์ติดต่อให้ไปรายงานตัวแต่อย่างใด

ด้านเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง "เสรีภาพทางวิชาการและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน" โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งระบุหนังสือของกระทรวงมหาดไทย "เป็นเท็จ" เนื่องจาก ผศ.ดร.ประจักษ์ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ หรือมีส่วนในกิจกรรมชูป้ายข้อความ "เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร" ส่วนที่เจ้าหน้าที่รัฐตีความและกล่าวหาว่าเป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านทหารและการทำรัฐประหาร ก็ไม่ปรากฏข้อบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญที่ห้ามการกระทำดังกล่าว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ แกนนำ คนส. เปิดเผยว่า ก่อนงานไทยศึกษาครั้งที่ 13 จะเริ่มขึ้น มีนักวิชาการต่างประเทศบางส่วนเชิญชวนให้บอยคอต-งดมาร่วมงานนี้ เพราะในทางวิชาการมีประเพณีว่าหากไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ก็จะไม่ร่วมสังฆกรรมใดๆ ในประเทศนั้น

พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลมองผู้เรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความเห็นอย่างสุจริต ด้วยท่าทีที่เข้าอกเข้าใจและเป็นมิตร ไม่นำเอาข้อกล่าวหาในเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาใช้ เพื่อกลบเกลื่อนความล่าช้าในการคืนประชาธิปไตยให้กับสังคมไทย

บีบีซีไทยยังได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายพุฒิพงษ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของโทรสารเรียก 3 บุคคลมาปรับทัศนคติ แต่เลขานุการแจ้งว่าไม่สะดวกให้ข้อมูล เพราะติดภารกิจราชการตลอดทั้งวัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง