ศาลสั่งจำคุก "โกโต้ง" 75 ปี พล.ท. มนัส 27 ปี คดีค้ามนุษย์ข้ามชาติ

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
คดีค้ามนุษย์ประวัติศาสตร์

หลังจากใช้เวลากว่า 12 ชั่วโมงในการอ่านคำพิพากษา ศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์พิพากษาให้ พล.ท. มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก และนายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ "โกโต้ง" อดีตนายก อบจ. สตูล มีความผิดในคดีค้ามนุษย์ชาวมุสลิมโรฮิงญา

คดีประวัติศาสตร์นี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติ โดยศาลตัดสินให้มีความผิด 62 รายจากจำเลยทั้งหมด 103 ราย ในฐานความผิดต่างกัน อาทิ เป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรมต่างชาติ, สมคบและร่วมกันค้ามนุษย์, นำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร, รับและให้ที่พักคนต่างด้าว, ความผิดต่อเสรีภาพ, เรียกค่าไถ่ และทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย โดยให้ลงโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 94 ปี

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ (แฟ้มภาพ) พล.ท. มนัส คงแป้น (คนกลาง) อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ผู้ต้องหาคดีขบวนการค้ามนุษย์ เดินทางพร้อมด้วยนายทหารพระธรรมนูญ เข้ามอบตัวกับ ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2558

พล.ท. มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ถูกตัดสินจำคุก 27 ปี ฐานมีส่วนในองค์กรอาชญกรรมข้ามชาติและความผิดฐานค้ามนุษย์ 3 คดี และยังพบอีกว่าการมีรับโอนเงินจากเครือข่ายค้ามนุษย์ราว 13 ล้านบาท

ด้าน "ประยุทธ์" โวยสื่อเมื่อถูกถามเกี่ยวกับผู้ทรงคุณวุฒิในกองทัพพัวพันกับคดีนี้ บอกว่าทหารคนเดียวไม่ได้ทำให้กองทัพเจ๊ง

ผู้ต้องคนสำคัญอีกหนึ่งคนคือ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ "โกโต้ง" อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สตูล ซึ่งถูกศาลตัดสินจำคุก 75 ปี จากความผิด 6 คดี ได้แก่ 1) มีส่วนร่วมกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 2) ค้ามนุษย์และเด็ก 3 กระทง 3) ร่วมกัน 3 คนขึ้นไปกระทำผิดค้ามนุษย์ 4) สมคบคิด 2 คนขึ้นไปเพื่อการค้ามนุษย์ 5) นำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมาย และ 6) ให้ที่พักพิงแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมาย

"ประยุทธ์" วอนอย่าเหมารวมทั้งกองทัพ

ระหว่างศาลตัดสินคดีนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ไม่ทราบว่าการตัดสินของศาลวันนี้จะมีผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศในเรื่องการค้ามนุษย์แค่ไหน ส่วนกรณีของ พล.ท. มนัสเป็นเพียงแค่ทหารคนหนึ่งของกองทัพเท่านั้น

"อย่าลืมว่าทหารทั้งประเทศมีถึง 4-5 แสนคน ไอ้มนัสเป็นเพียงคนเดียว มันจะทำให้เจ๊งทั้งหมด กองทัพเจ๊งทั้งระบบหรืออย่างไร" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวกลุ่มจำเลยในคดีค้ามนุษย์โรฮิงญาจากเรือนจำเดินทางมายังศาลอาญาวันนี้ (19 ก.ค.)

โดยในช่วงเช้า ศาลพิจารณาแล้วพบว่าจำเลยกลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น ประกอบด้วย นายบรรณจง ปองผล หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 1 นายอ่าสัน อินทธนู อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา จำเลยที่ 2 และนายประสิทธิ์ เหล็มเหล๊ะ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 6 เป็นขบวนการจัดหาแรงงานในพื้นที่ กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ต่อบุคคลอายุ 15-18 ปี และมีส่วนร่วมกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งจำเลยทั้งหมดเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จึงมีคำตัดสินให้รับโทษ 2 เท่า

ต่อมาในช่วงบ่าย ศาลยังได้พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์จำเลยอีกกลุ่มที่เป็นผู้ขนส่งแรงงานและเป็นผู้ดูแลเส้นทางโดยพยานหลักฐานโจทก์ พบความเชื่อมโยงระหว่างจำเลย ซึ่งมีการใช้โทรศัพท์ติดต่อกัน แม้จำเลยบางคนจะต่อสู้อ้างว่ารับจ้างขนส่งสินค้าไม่ทราบว่ามีการขนส่งแรงงานโรฮิงญานั้น ก็เป็นข้ออ้างเลื่อนลอย เนื่องจากมีหลักฐานตรวจสอบการใช้โทรศัพท์เมื่อจำเลยมีความเชื่อมโยงกัน ย่อมรับรู้ถึงเหตุการณ์

คดีประวัติศาสตร์ต่างชาติสนใจ

สำหรับบรรยากาศที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เต็มไปด้วยบุคคลที่สนใจในคดีทั้งจากญาติของจำเลยและผู้เสียหายเข้าร่วมฟังการพิจารณาจำนวนมาก เช่นเดียวกันกับสื่อมวลชนไทยทุกสำนัก รวมทั้งสื่อมวลชนต่างชาติต่างให้ความสนใจ

อย่างไรก็ตาม ศาลไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีในห้องพิจารณาคดี แต่ได้จัดบริเวณนั่งฟังผลที่ห้องอื่นแทน โดยมีการเชื่อมโยงสัญญาณถ่ายทอดภาพและเสียงการอ่านคำพิพากษาคดี ผ่านกล้องวงจรปิด

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การอ่านคำพิจารณาคดีที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีขึ้นท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น เว็บไซต์มติชนรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปรามกว่า 60 นายดูแลความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบศาลอาญา รัชดาภิเษก โดยเน้นการตรวจสอบหาอาวุธหรือวัตถุต้องสงสัย เพื่อดูแลความเรียบร้อย

สำหรับคดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2558 เมื่อทางการไทยเข้าทลายเครือข่ายค้ามนุษย์ หลังจากขุดค้นพบร่างชาวโรฮิงญาจำนวนหลายสิบศพบนเทือกเขาแก้ว จังหวัดสงขลา ซึ่งถูกใช้เป็นค่ายสำหรับพักและกักขังชาวเมียนมาและบังกลาเทศ ก่อนส่งผ่านไปยังมาเลเซีย

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ (แฟ้มภาพ) การขุดค้นหาศพของชาวโรฮิงญา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในอดีตไทยเป็นแหล่งหรือเป้าหมายหรือจุดพักของกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ามนุษย์จากประเทศที่ยากจนกว่า เช่น กัมพูชา ลาว เมียนมา ที่ต้องการเดินทางมาทำงานในไทย หรือเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น อย่างมาเลเซีย เพื่อขายแรงงานและการค้าประเวณี

คดีร้ายแรง ทหารพัวพัน

เมื่อมีเริ่มกระบวนการสอบสวนและขยายผลทำให้พบการเชื่อมโยงบุคคลทั้งข้าราชการระดับสูง นักการเมืองท้องถิ่นและนายหน้าจากเมียนมา โดยบุคคลสำคัญที่ถูกกล่าวถึง คือ พล.ท. มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

สำหรับคดีนี้ พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์เป็นโจทก์ มีข้าราชการและพลเรือนเป็นจำเลยที่ 1-103 ในความผิด 16 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฯ พ.ศ.2551 และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ฯ พ.ศ.2546 ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2558 ได้มีการโอนคดีดังกล่าวจากศาลนาทวี มาพิจารณาคดีที่แผนกคดีค้ามนุษย์ของศาลอาญาแทน

เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรง และมีอัตราโทษสูงถึงการประหารชีวิต จึงทำให้การพิจารณาคดีนี้จำเลยทั้งหมดไม่ได้รับการประกันตัว โดยศาลทำการไต่สวนพยานรวม 116 นัดต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2559 เดือนละ 8 วัน โดยไม่มีการเลื่อนคดี หรือยกเลิกนัดแต่อย่างใด