พลิกแฟ้มคดีการเมือง แกนนำเหลือง-แดง-นกหวีด ใครติด ใครหลุด

นายจตุพร พรหมพันธุ์ จัดกิจกรรมวางดอกกุหลาบหน้าเรือนกลางพิเศษกรุงเทพ เพื่อให้กำลังใจแนวร่วม นปช.ที่ถูกคุมขังอยู่ภายใน เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2553 Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นายจตุพร พรหมพันธุ์ จัดกิจกรรมวางดอกกุหลาบหน้าเรือนกลางพิเศษกรุงเทพ เพื่อให้กำลังใจแนวร่วม นปช.ที่ถูกคุมขังอยู่ภายใน เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2553 แต่วันนี้เขากลับเข้าเรือนจำแห่งนี้เป็นรอบที่ 4

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม "แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) พลาดโอกาสไปร่วมแสดงพลัง-ให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการขึ้นไต่สวนพยานคดีรับจำนำข้าวนัดสุดท้าย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (21 ก.ค.)

1 วันก่อนหน้านั้น นายจตุพรต้องกลับเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพเป็นครั้งที่ 4 ชนิด "ไม่ได้เตรียมตัว" หลังศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 1 ปีโดยไม่รอลงอาญา ในคดีหมายเลขดำ อ.1962/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นโจทก์ฟ้องฐานหมิ่นประมาท กรณีปราศรัยใส่ความรัฐบาลว่าเป็น "ทรราชฟันน้ำนม" สั่งการคนเสื้อน้ำเงินยิงคนเสื้อแดงในการประชุมอาเซียนปี 2552 จัดฉากสร้างสถานการณ์ทุบรถที่กระทรวงมหาดไทย เป็น "ฆาตกรมือเปื้อนเลือด" และข้อความอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง แต่ศาลฎีกากลับคำพิพากษา

แกนนำ นปช. ชี้ว่าเป็น "ข่าวร้าย" และ "เหนือความคาดหมาย" โดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ ระบุผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า "ปกติไปศาล แต่ครั้งนี้ไม่ได้ไป และคาดว่าเขาไม่น่าลงคดีนี้"

Image copyright Getty Images

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เพื่อนร่วมอุดมการณ์ ไม่กังวลเรื่องการปรับตัวในเรือนจำของประธาน นปช. เพราะปรับตัว-ปรับใจกันมาตลอด "วันนี้เกิดกับนายจตุพร วันต่อไปอาจเกิดกับคนอื่นอีก"

ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ ชี้ว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงชะตากรรมของนักสู้เพื่อประชาชนที่มีปลายทางอยู่ 2 อย่างคือชนะกับแพ้ "..ถ้าแพ้ก็มีอยู่ 2 ทางคือตายกับติดคุก ส่วนตัวผมขอเรียนว่าเราอยู่ในขั้นของการไม่ชนะ หรือเรียกว่าแพ้ก็ได้"

นี่ไม่ใช่คดีเดียวที่นายอภิสิทธิ์กับนายจตุพรเป็น "คู่ความ" กัน เพราะอดีตนายกฯ ฟ้องหมิ่นประมาทประธาน นปช. ถึง 3 สำนวน ในจำนวนนี้มี 2 คดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วคือ 1. คดีกล่าวหานายอภิสิทธิ์ไม่เคารพและตีตนเสมอองค์พระมหากษัตริย์ (คดีหมายเลขดำที่ อ.404/2552) ศาลฎีกาสั่งจำคุก 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท โดยให้รอลงอาญา 2 ปี และให้ลงคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน 2. คดีปราศรัยพาดพิงว่านายอภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน และหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร (คดีหมายเลขดำ อ.1008/2553) ศาลฎีกาพิพากษายืนให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท โดยให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และให้ลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รายวันเป็นเวลา 7 วัน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ปฏิบัติการกระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเกิดขึ้นในวันที่ 19 พ.ค. 2553

ส่วนอีกคดีที่ยังรอลุ้นผลคือ คดีปราศรัยกล่าวหานายอภิสิทธิ์ดึงเรื่องประชาชนยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษนายทักษิณ ชินวัตร และกล่าวหาว่าเป็น "ฆาตกรสั่งฆ่าประชาชน" (คดีหมายเลขดำ อ.4176/2552) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นให้จำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา ขณะนี้อยู่ระหว่างการฎีกา

นอกจากคดีหมิ่นประมาทที่นายจตุพรตกเป็น "จำเลย" แบบเฉพาะตัว เขากับแกนนำ นปช. ยังต้องเผชิญกับวิบากกรรมในอีกหลายคดี

แกนนำ นปช. โดน 5 คดีการเมือง
คดี จำเลย สถานะทางคดี
คดีดักฟังโทรศัพท์ (คดีหมายเลขดำ อ.177/2551) นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี อยู่ระหว่างฎีกา
คดีก่อการร้ายจากการชุมนุมการเมืองปี 2553 (คดีหมายเลขดำ อ.2542/2553) นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กับพวกรวม 24 คน ศาลอาญาอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์
คดีชุมนุมบุกล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ปี 2550 (คดีหมายเลขดำ อ.3531/2553) นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ กับพวกรวม 7 คน ศาลสั่งจำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา อยู่ระหว่างฎีกา
คดีชุมนุมบุกล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ปี 2550 (คดีหมายเลขดำ อ.2799/2557) นายจตุพร พรหมพันธุ์ กับแนวร่วมอีก 1 คน รอศาลอาญานัดสืบพยาน
คดีนำมวลชนบุกล้มการประชุมอาเซียนปี 2552 นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง, นายนิสิต สินธุไพร, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายวรชัย เหมะ กับพวกรวม 13 คน ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา อยู่ระหว่างฎีกา

ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวม

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายสนธิ ลิ้มทองกุล (ซ้าย) พูดคุยกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง

แม้อยู่ต่างขั้วการเมือง แต่แกนนำกลุ่ม "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" (พธม.) ก็มีสารพัดคดี รวมถึงคดีก่อการร้ายติดตามเป็นเงาตามตัวเหมือนกัน

แต่คดีที่ทำให้นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ในเครือผู้จัดการ และอดีตแกนนำพันธมิตรฯ ติดคุก หาใช่คดีการเมือง แต่เป็นคดีรายงานเท็จกรณีกู้เงินธนาคารกรุงไทย จำนวน 1,078 ล้านบาท (คดีหมายเลขดำ อ.1036/2552) เมื่อศาลฎีกาพิพากษายืนสั่งจำคุก 20 ปี เขาจึงหมดอิสรภาพตั้งแต่ 6 ก.ย. 2559

แกนนำพันธมิตรฯ กับ 5 คดีอาญา 2 คดีแพ่ง
คดี จำเลย สถานะทางคดี
คดีก่อการร้ายจากการชุมนุมปิดสนามบินปี 2551 (คดีหมายเลขดำ อ.973/2556) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 96 คน ศาลอาญาอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์
คดีชุมนุมปิดล้อมรัฐสภาปี 2551 (คดีหมายเลขดำ อ.4924/2555) นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 20 คน ศาลอาญาอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์
คดีชุมนุมบุกรุกทำเนียบรัฐบาล (คดีหมายเลขดำ อ.4925/2555) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา ศาลสั่งจำคุก 8 เดือน ไม่รอลงอาญา (เดิม ศาลชั้นต้นสั่งจำคุก 2 ปี) อยู่ระหว่างฎีกาคดี
คดีชุมนุมดาวกระจายขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ปี 2551 (คดีหมายเลขดำ อ.3973/2558) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา กับพวกรวม 9 คน ศาลยกฟ้องจำเลยที่ 1-6 เพราะได้ตัดสินคดีบุกรุกทำเนียบฯ แล้ว ไม่สามารถตัดสินคดีซ้ำได้ ส่วนจำเลยอีก 3 คน ศาลให้รอการกำหนดโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
คดีชุมนุมต้านการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ผิด พ.ร.บ.มั่นคง เมื่อปี 2554 (คดีหมายเลขดำ อ.607/2548) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายประพันธ์ คูณมี, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, สมณะโพธิรักษ์, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายเทิดภูมิ ใจดี, นายพิภพ ธงไชย และกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "คนไทยหัวใจรักชาติ" รวม 10 คน ศาลแขวงดุสิตพิพากษายกฟ้องเมื่อ พ.ค. 2560
คดีฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหายจากการชุมนุมปิดสนามบินปี 2551 (คดีหมายเลขดำ 6453/2551) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 13 คน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ชดใช้เงิน ทอท. กว่า 522 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี อยู่ระหว่างขอฎีกา
คดีฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหายจากการชุมนุมปิดสนามบินปี 2551 โดยบริษัท วิทยุการบินเรียกค่าเสียหายกว่า 103 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี (คดีหมายเลขดำ 6412/2552 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม 15 คน อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง

ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวม

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำมวลชน กปปส.เคลื่อนขบวนไปรอบกรุงเทพฯ 26 ก.พ. 2557 เพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

แต่สำหรับแกนนำมวลชนที่ชื่อ "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.) ที่ปักหลักชุมนุมนาน 204 วันในช่วงปี 2556-2557 พวกเขาเผชิญคดีเช่นกัน อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องคดีกบฎจากการชุมนุมการเมืองปี 2556-2557 ซึ่งมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกรวม 48 คนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา แต่ก็ยังไม่ยื่นฟ้องคดีต่อศาล มีเพียง 1 คดีของแกนนำและนักวิชาการรวม 4 คนที่ได้เริ่มกระบวนการในศาลอาญาไปแล้ว

กปปส. มีคดีฟ้องศาล 2 คดี ไร้ชื่อ "ลุงกำนัน"
คดี จำเลย สถานะทางคดี
คดีกบฎจากการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการ และขัดขวางการเลือกตั้ง (คดีหมายเลขดำ อ.1191/2557 นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, นายสกลธี ภัททิยกุล, นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์, นายเสรี วงษ์มณฑา ศาลอาญาอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์
คดีฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหายจากการชุมนุมปิดดีเอสไอ (คดีหมายเลขดำ 5034/2557) พระพุทธะอิสระ, พล.ต.สมเกียรติ วัฒนวิกย์กิจ, นายชุมพล จุลใส, นายนิติธร ล้ำเหลือ และ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก ศาลสั่งร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย เป็นเงินกว่า 2,663 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์

ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวม

นี่คือบางส่วนที่อยู่ในแฟ้มคดีการเมือง เมื่อ "แกนนำมวลชน" กลายเป็น "จำเลย" หลังเลือกต่อสู้การเมืองบนท้องถนนในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง