ข่าวปลอม 'โดรนกระสือที่ด่านตำรวจ' แพร่กระจายได้อย่างไร

ผลการค้นหาภาพผ่านกูเกิล จากคำค้นหา "โดรนกระสือ" Image copyright Google/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ผลการค้นหาภาพผ่านกูเกิล จากคำค้นหา "โดรนกระสือ"

หลังจากที่มีการส่งต่อภาพและวิดีโอโดรนที่ถูกตกแต่งเป็นผีกระสือ พร้อมกับความเห็นที่ว่าโดรนดังกล่าวเป็นวัตถุที่ถูกจับภาพได้ในกล้องวงจรปิดของด่านตำรวจใน อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ล่าสุดหลักฐานและผู้ที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าทั้งหมดไม่เป็นความจริง

ช่วงกลางเดือนก.ค.ที่ผ่านมา 2 เหตุการณ์ทำให้กระสือกลายเป็นกระแสพูดถึงในโลกออนไลน์

กระแสพูดการถึงกระสือเกิดเริ่มต้นจากการรายงานข่าวเกี่ยวกับหญิงสาววัย 18 ปี จาก ต.หนองปล่อง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ที่กล่าวอ้างว่าได้เห็นวัตถุรูปร่างเหมือนคนแต่มีปีกบินอยู่และคิดว่าอาจจะเป็นกระหังตามความเชื่อโบราณ ก่อนที่ความสนใจถูกส่งต่อไปยัง นางนิภา ซุ่มปรึกษา ผู้อาศัยอยู่ใน อ.ชำนิเช่นเดียวกัน ซึ่งได้อ้างว่าตนเองเห็นกระหังและกระสือสู้กันในฝันมาเป็นเวลาหลายปี จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และล้อเลียนในหมู่ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียที่ไม่เชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง

วันที่ 12 ก.ค. ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Beaw Indy Smile‎ ได้โพสต์วิดีโอของกล้องวงจรปิดที่ดูเหมือนมีภาพแสดงวัตถุลอยอยู่ในอากาศ พร้อมกับข้อความกึ่งเล่นกึ่งจริงว่า "กระสือวาเลนส์ไทส์....." ไปยังเพจ YouLike (คลิปเด็ด)ซึ่งคลิปดังกล่าวมีคนเข้าไปชมแล้วกว่า 2 ล้านครั้ง และมีเริ่มตั้งข้อสังเกตว่าวัตถุที่ว่านี้น่าจะเป็นโดรนมากกว่า

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ ภาพถ่ายหน้าจอวิดีโอ "กระสือวาเลนส์ไทส์....."

การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของสองข่าวในเวลาเดียวกัน ได้นำมาซึ่งการเหมารวมและเชื่อมโยงวิดีโอดังกล่าวเข้ากับกระแสกระสือใน อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ จนนำมาซึ่งการสร้างข้อมูลผิด ๆ และส่งต่อโดยขาดการตรวจสอบ

คำตอบที่โลกโซเชียลอยากได้ยิน

การมาของโดรนกระสือเป็นคำตอบที่ลงตัวต่อกระแสของกระสือที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน ซึ่งถึงแม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันว่าโดรนกระสือนั้นถูกนำไปใช้งานในวิดีโอนั้นจริง ก็ไม่สามารถหยุดการแพร่กระจายของข้อมูลที่เหมื่อนจะทำให้เรื่องดังกล่าวมีความสมเหตุสมผลมากขึ้น

โดยหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทในการแพร่กระจายของกระแสโดรนกระสือนี้คือผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อ "มีความสุขได้ ถ้าใจบอกว่าพอ" ซึ่งโพสต์วิดีโอพร้อมกับภาพประกอบอีก 3 รูป พร้อมกับคำอธิบายว่า "กระสือ สรุปแล้ว คือเครื่องบินเล็กดัดแปลง เรียกว่า โดน คนอื่นเลย 'โดน' กันเป็นแถวเลยครับ"

ผู้ใช้งานคนดังกล่าวเขียนในคำประกอบภาพว่า "นี่แหละคือกระสือที่ออกหลอกหลอนคนที่ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ สรุปแล้วคือโดรนดัดแปลง ตำรวจจับคนทำแล้ว"

วิดีโอและภาพที่ถูกโพสต์ในวันที่ 19 ก.ค. ของเขาได้รับการแชร์ต่อไปกว่า 2 หมื่นครั้ง ก่อนจะถูกนำไปรายงานในข่าวหลายช่องทาง

Image copyright Facebook
คำบรรยายภาพ ภาพจากปลายปี 2016 โดย Nutthawut (ซ้าย) เทียบกับภาพที่ถูกแชร์โดย มีความสุขได้ ถ้าใจบอกว่าพอ วันที่ 19 ก.ค. 2017

โดยภาพที่ถูกแชร์ไปพร้อมกับวิดีโอดังกล่าว เป็นการซูมภาพเก่า ที่เคยถูกแชร์โดยผู้ใช้ชื่อ Nutthawut Marwin ซึ่งเป็นภาพคล้ายคนกำลังปีนต้นไม้ตอนกลางคืน จนเป็นกระแสเมื่อช่วงเดือนธ.ค. 2016

ภาพโดรนกระสือเป็นของจริงแต่ไม่เคยออกบินไกลบ้าน

ภาพโดรนกระสือที่ตั้งอยู่ในห้องนั้นเป็นของจริง แต่ กุ้ง เมจิค (Kung Magic) เจ้าของร้านโดรนในภาพยืนยันว่าไม่เคยนำออกไปบินไกลจากร้าน ตัวเขาไม่เคยเดินทางไปจังหวัดบุรีรัมย์ และโดรนของเขาไม่ได้อยู่ในวิดีโอดังกล่าวแน่นอน

"จริง ๆ ข่าวมันมั่วเลยอะครับ" เจ้าของร้านโดรนที่ถูกนำภาพมาใช้บอกว่าที่ร้านของเขาจะประดิษฐ์โดรนผีเป็นเพื่อความบันเทิงช่วงวันฮาโลวีนของทุกปี แต่ใช้บินหน้าบ้านเฉยๆ

"ก็คือจริง ๆ แล้ว โดรนกระสือเนี่ย ทุกฮาโลวีนผมจะทำโดรนผีหนึ่งตัว ปีที่แล้วทำตัวกระสือแต่เราไม่ได้บินอะไรเลย บินแค่หน้าบ้านเฉย ๆ เล่นกันในกลุ่ม พอมีคลิปข่าวว่าเห็นกระสืออะไรกันไม่รู้ เขาก็เอาไปโยงกัน ทำไมมันมั่วอะไรกันขนาดนี้ มันไม่ได้เกี่ยวกับเราเลย"

นอกจากจะได้อ่านข่าวในกลุ่มแชทบนแอปพลิเคชัน "ไลน์" ว่าได้มีการดำเนินคดีกับคนที่ทำแล้วว่า เขายังบอกด้วยว่ารู้สึกประหลาดใจที่ข่าวในโทรทัศน์ก็บอกว่าเจ้าของโดรนกระสือได้ออกมายอมรับแล้ว

"เขากล้าพูดได้ยังไงว่าเจ้าของออกมายอมรับ ผมไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ลงเขาไม่ถามเลยหรอ เจอเฟซบุ๊กแล้วก็เอาไปแชร์ ลงเป็นเรื่องจริง"

วิดีโอไม่ได้เกิดขึ้นที่ด่านตำรวจในอ.ชำนิ

นอกจากนี้วิดีโอดังกล่าวก็ไม่ได้เกิดขึ้นที่ด่านตำรวจ อ.ชำนิ ตามคำอธิบายของ พ.ต.อ. สมศักดิ์ นิเต็ม ที่ประจำอยู่ที่ สถานีตำรวจภูธรชำนิ จ.บุรีรัมย์

"ไม่ใช่แน่นอน ผมยังงงเลย มีคนถามเยอะเลย ผมดูก็ว่า 'เห้ย ด่านตรงนี้มันไม่มีในชำนิ' " พ.ต.อ. สมศักดิ์กล่าวว่าภาพในวิดีโอไม่ใช่ภาพจากด่านตรวจที่อ.ชำนิแน่นอน เพราะสภอ.ชำนิจะตั้งด่านที่ถนนสี่เลนที่วิ่งระหว่าง อ.ลำปลายมาศ กับ อ.นางรอง เท่านั้น

"ผมก็เฉย ๆ นะ ก็ตอนนั้นมันมีคลิปป้าคนนึง ที่เค้าพูดถึงกระหัง ข่าวช่องอะไรไม่รู้ก็สัมภาษณ์ป้า ที่แกบอกว่าเขาสู้กับกระสือมา 10 ปีละ ในฝันนะ ผมฟังแล้วก็เลยเฉย ๆ ละ" พ.ต.อ. สมศักดิ์กล่าวเสริม

พ.ต.อ. สมศักดิ์ยังให้ความเห็นเสริมด้วยว่าภาพในวิดีโอไม่น่าจะเป็นการตั้งด่านตรวจ เพราะถนนมีแค่สองเลน และเหมือนเป็นทางโค้งเลี้ยวเข้าสถานที่ทำการมากกว่า หลายผู้ใช้ในสื่อโซเชียลได้แสดงความเห็นว่าน่าจะเป็นการถ่ายเล่นกันในหมู่นักเรียนที่สถานศึกษา และจงใจให้เป็นกระแสในโลกโซเชียลมากกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง