เปิดเปลือกตา พาสบายใจ เปิดใจ ทำไมคนไทยแห่ทำ ตาสองชั้น

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
เปิดเปลือกตา พาสบายใจ เปิดใจ ทำไมคนไทยแห่ทำ ตาสองชั้น

คนไทยและต่างชาติแห่ทำ "ศัลยกรรมเปลือกตา" ในไทย ทำตาสองชั้นและแก้หนังตาตก จนปัจจุบันเป็นศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศ

"ขนตาปลอม" คือสิ่งเดียวบนใบหน้าที่ขาดไม่ได้สำหรับ นส.บัวบูชา ทองสาริ ตลอดเวลา 5 ปีของชีวิตพนักงานต้อนรับบนสายการบินแห่งหนึ่งในประเทศสิงคโปร์

นส.บัวบูชา บอกกับบีบีซีไทยว่า ขนตาปลอม ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เธอ เพราะชั้นตาทั้งสองข้างของเธอมีขนาดไม่เท่ากัน ทำให้ข้างหนึ่งเป็นตาสองชั้น และอีกข้างหนึ่งชั้นตาหลบใน การติดขนตาปลอมเพื่อให้มองเห็นชั้นตาไม่ชัด และบางครั้งต้องพึ่งสติ๊กเกอร์ตาสองชั้น เพื่อให้ตาข้างหนึ่งเท่ากับอีกข้าง

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ อาชีพการงานของ นส.บัวบูชา ทำให้เธอต้องแต่งหน้าเพื่อให้ตัวเองดูดีอยู่ตลอดเวลา

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอตัดสินใจผ่าตัดทำตาสองชั้นเมื่อเดือน มี.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งทำให้เพื่อนมากกว่า 5 คนของเธอตัดสินใจทำตาม

"มันทำให้ตาสวยขึ้นและชั้นตาชัดขึ้น ไม่ต้องติดสติ๊กเกอร์ต่อไป และตาเท่ากัน เดี๋ยวนี้แค่ปัดขนตาก็มั่นใจแล้ว" เธอกล่าว

นส.บัวบูชาเป็นหนึ่งในคนไข้กว่าแสนรายที่ทำศัลยกรรมตกแต่งในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว โดยข้อมูลจากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ (International Society of Aesthetic Plastic Surgery หรือ ISAPS) ระบุว่า เปลือกตา คือจุดบนร่างกายที่ผู้คนนิยมทำศัลยกรรมตกแต่งเสริมสวยมากทีสุด

ที่คลินิกแกรนด์มาสเตอร์ใน จ.นนทบุรี มีคนไข้เดินทางมาผ่าตัดเปลือกตาทุกวัน ต่างจากในอดีตที่มีคนไข้ประมาณร้อยละ 50 มาเสริมจมูก

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ปัจจุบันมีคนไข้มาทำศัลยกรรมเปลือกตาที่คลินิกของ นพ.อดุลย์ชัย ทุกวัน

"10 กว่าปีที่แล้วตอนที่เป็นแพทย์ฝึกหัด หนังที่ดังที่สุดคือ 'แดจังกึม' เปิดมิติที่ทำให้คนอยากทำศัลยกรรม เพราะคิดว่าคนเกาหลีทำแล้วออกมาสวย เลยอยากทำบ้าง ความนิยมก็เลยเพิ่มขึ้น" นพ.อดุลย์ชัย ธรรมาแสงเสริฐ เจ้าของคลินิกคลินิก และ กรรมการสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย กล่าวกับบีบีซีไทย

เขาขยายความว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อายุและพฤติกรรมของผู้มาทำศัลยกรรมเปลี่ยนไป ในช่วงสองสามปีแรก คนไข้ในวัย 50 ปีขึ้นไปมาแก้ไขอาการหนังตาตก ซึ่งทำให้หนังตาบังชั้นตาจนคนไข้มองไม่เห็น หรือบางทีขนตาแยงตาจนมีน้ำตาไหล แต่ในช่วงปีหลังๆ คนนิยมทำศัลยกรรมเพิ่มขึ้น คนทั่วไปที่ไม่มีชั้นตา และคนที่อายุ 30-40 ปีที่มีชั้นตาอยู่แล้ว แต่ตาเริ่มตก จึงมาทำศัลยกรรมมากขึ้น

ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ พยาบาลบันทึกภาพนางอัญชลีเพื่อใช้เป็นการเปรียบเทียบและอ้างอิงก่อนเข้ารับการผ่าตัด

นางอัญชลี โอเซ่น เป็นหนึ่งในคนไข้ของ นพ.อดุลย์ชัย ที่เดินทางมาจากประเทศนอร์เวย์เพื่อผ่าตัดเปลือกตาเมื่อเดือน ก.ค. หลังจากศึกษามาเป็นเวลาเกือบปี เธอเลือกมาทำที่ประเทศไทยเนื่องจาก "หมอเมืองนอก ฝรั่งอาจไม่เข้าใจตาคนเอเชีย"

ด้วยวัย 53 ปี นางอัญชลี ประสบปัญหาหนังตาตกตามอายุ ปลายหางตาตก และไขมันบริเวณเปลือกตาดันหนังตาให้ย้อยลงมา ทำให้รู้สึกรำคาญที่ตาเวลานอน

นอกจากนั้น การที่เธอมีตาชั้นเดียว ทำให้เธอรู้สึกว่า "แต่งหน้าไม่สวย" แล้วยิ่งเวลาออกงานหรือไปเที่ยว เธอก็จะใช้วิธีติด "สติ๊กเกอร์ตาสองชั้น"

"มาเมืองไทยจะติดแทบทุกวัน แต่บางครั้งติดสติ๊กเกอร์มันก็ไม่เข้าล็อค" นางอัญชลี ซึ่งอาศัยอยู่ที่ประเทศนอร์เวย์มาเป็นเวลา 27 ปี กล่าว "ตอนสาวๆ ไม่กล้าทำ [ศัลยกรรมเปลือกตา] กลัวไม่รับกับใบหน้า แต่พออายุมากขึ้นก็เลยทำหนังตาตกและตาสองชั้นไปเลยทีเดียว"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ นางอัญชลีนั่งรอในห้องพัก หลังการทำความสะอาดใบหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ นพ.อดุลย์ชัยเลือกที่จะใช้ยาชาแทนยาสลบ เนื่องจากหลังต้องการให้คนไข้มีสติและสามารถลุกนั่งแล้วลืมตาได้ทันที่หลังการผ่าตัด

หลังจากเปลี่ยนชุดและทำความสะอาดใบหน้า นางอัญชลีนอนลงไปบนเตียงผ่าตัดพร้อมหลับตา ก่อนที่ นพ.อดุลย์ชัยจะฉีดยาชาลงไปที่เปลือกตาทั้งสองข้าง ซึ่งสาเหตุที่ใช้ยาสลบในการผ่าตัดเปลือกตาไม่ได้เนื่องจากต้องให้คนไข้ลุกนั่งแล้วลืมตา เพื่อประเมินตาว่าเท่ากันหรือไม่

สำหรับคนไข้รายนี้ นพ.อดุลย์ชัยต้องสร้างชั้นตาใหม่ เอาไขมันออก แก้ปลายหางตาตก และทำให้ตาทั้งสองข้างดูเท่ากัน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 30 นาที

นางอัญชลีลุกขึ้นนั่งเพื่อให้หมอประเมินตาครั้งสุดท้าย ก่อนนอนลงไปให้หมอตัดไหมที่ยาวออกมา เธอลุกขึ้นมานั่งบนเตียงอีกครั้งพร้อมกับส่องดูใบหน้าของเธอในกระจกที่หมอยื่นให้ เธออดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้ว ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่คนไข้ที่หนังตาตกมานานๆ จะติดเป็นนิสัย

"เดี๋ยวหมอจะสอนให้เลิกที่จะเลิกคิ้ว" นพ.อดุลย์ชัยกล่าวกับคนไข้ พร้อมกับสอนให้เธอเอานิ้วกดที่คิ้วสองข้างให้อยู่ในระดับเดียวกัน แล้วให้มองขึ้น 45 องศา โดยไม่เลิกคิ้ว

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ นพ.อดุลย์ชัยสอนวิธีการที่ทำให้คนไข้หยุดนิสัยเลิกคิ้ว

หลายวิธีในการทำตา

นพ.อดุลย์ชัยเล่าว่า วิธีมาตรฐานในการทำศัลยกรรมเปลือกตามีอยู่ 3 วิธี โดยวิธีที่ใช้มานานที่สุดคือ การกรีดตายาว (traditional technique) ซึ่งแผลจะยาวถึงหางตา และการกรีดทุกครั้งมีการตัดหนังตาทิ้งออกไป ทำให้คนไข้ทำตาได้ไม่เกิน 2 ครั้งในชีวิต และจะทำให้เกิดปัญหาหลับตาไม่สนิท นอกจากนั้นหมอบางคนที่ใช้วิธีนี้จะกรีดชั้นตาค่อนข้างใหญ่ ทำให้แก้ค่อนข้างยาก

"หลายคนมานั่งร้องไห้กับหมอ บอกว่าไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ อยากตาย ไม่สามารถถอดแว่นกันแดดได้เพราะรู้สึกว่าตาผิดปกติ บางคนตาปรือลืมไม่ขึ้น" นพ.อดุลย์ชัย พร้อมกับยอมรับว่า เขาไม่สามารถที่จะแก้ได้ทุกกรณี

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ บรรยากาศในห้องผ่าตัด

ส่วนอีกสองวิธีคือ การกรีดตาสั้น (short/partial incision) จะทำให้เกิดแผลยาว 1 ซม. กลางตา และวิธีที่เรียกว่า "เจาะ 3 จุด" (buried suture technique) ซึ่งเป็นการเย็บฝังปมไหมเพื่อสร้างชั้นตาโดยไม่ผ่าตัด

นพ.อดุลย์ชัยกล่าวว่า เขาได้พัฒนาเทคโนโลยีจากการกรีดยาวเป็นสั้น และสั้นลงเรื่อยๆ จาก 1 ซม. เหลือ 2-3 มม. โดยผ่าตัดผ่านแว่นตาขยายและเข้าไปเย็บกล้ามเนื้อตา ซึ่งวิธีนี้เป็นเทคนิคการทำตาสองชั้นแบบไร้แผลเป็น (scarless technique) ที่เขาริเริ่มเมื่อปี 2553

วิธีนี้ แผลจะเล็กและฟกช้ำน้อย โดยตาจะบวมมากที่สุดใน 3-4 วันแรก และจะติดกันสนิทใน 7 วัน นพ.อดุลย์ชัยกล่าว

4 วิธี

ทำตาให้ใหญ่

  • 1.เมื่อเทียบกับวิธีการอื่นๆ การทำตาสองชั้นทำให้ลูกตาดูโตขึ้น 70%

  • 2.ทำเปลือกตาล่างทำให้ลูกตาดูโตขึ้น 15%

  • 3.เปิดหัวตาทำให้ลูกตาดูโตขึ้น 10%

  • 4.เปิดปลายหางตาทำให้ลูกตาดูโตขึ้น 5%

Wasawat Lukharang/BBC Thai

นอกจากการทำตาสองชั้นแล้ว คนไข้ยังสามารถเลือกทำศัลยกรรมได้อีก 3 แบบเพื่อทำให้ตาใหญ่ขึ้น คือ เปิดหัวตา ทำเปลือกตาล่าง และเปิดปลายหางตา ซึ่ง นพ.อดุลย์ชัยเตือนว่า แม้จะได้รับความนิยมในเกาหลีใต้ แต่ปัญหาคือ การเปิดหัวและหางตาจะเพิ่มความยาวของตาได้น้อย แต่ทำให้ร่องน้ำตาเสียหาย

เขาเตือนอีกว่า การทำศัลยกรรมในปัจจุบันมีอันตรายมากกว่าในอดีตเยอะ เพราะปัจจุบันมีแพทย์หลายรายไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงมาเปิดคลินิก แล้วอาศัยเล่ห์กลทางการตลาดหลอกล่อให้ผู้ป่วยมาผ่าตัดกับตัวเองเพื่อฝึกฝืมือไปด้วยในตัว

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

"คนไข้หลายคนแทนที่จะสวยกลับซวย ต้องมานั่งทนทุกข์ทรมานจากผลของการผ่าตัด ดังนั้นก่อนผ่าตัดต้องเช็คประวัติให้ดีก่อนว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งหรือไม่ ถึงแม้เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งจริง ก็ควรจะต้องศึกษาหาข้อมูลหรือดูผลงานเก่าๆ ในอดีตเพื่อช่วยในการตัดสินใจ ทั้งนี้ทั้งนั้นสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับตัวของคนไข้เองว่าจะเลือกที่ราคาหรือคุณภาพ" นพ.อดุลย์ชัย กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง