เปิดใจเด็กไทยเจ้าของเหรียญรางวัลชีววิทยาโอลิมปิกปีนี้
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

เปิดใจเด็กไทยเจ้าของเหรียญรางวัลชีววิทยาโอลิมปิกปีนี้

หลังจากใช้เวลา 8 วันเข้าร่วมแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกที่เมืองโคเวนทรีในอังกฤษ นักเรียนไทย 4 คนสร้างผลงานในเวทีการแข่งขันระดับโลกด้วยการคว้า 1 เหรียญเงินและ 3 เหรียญทองแดง โดยน.ส.ณัฐชา ศรีธวัชพงศ์ อายุ 18 ปี จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา คว้าเหรียญเงินการจากแข่งขัน ส่วน น.ส.จุฑารัตน์ อริยะดำรงขวัญ อายุ 18 ปี จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ น.ส.สุภัสสรา กี่ประเสริฐพงศ์ อายุ 17 ปี จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และนายณภัทร เกียรติวงศ์วณิช อายุ 17 ปี จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย คว้าเหรียญทองแดง

นอกจากการแข่งขันเพื่อทดสอบความรู้เชิงวิชาการแล้ว พวกเขายังมีโอกาสได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเพื่อนนักเรียนชาวต่างชาติจากกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ โดยทีมตัวแทนจากแต่ละประเทศถูกจับแยกจากกลุ่มให้อยู่ประจำในที่พักร่วมกับเพื่อนนักเรียนจากชาติอื่น และนักเรียนทุกคนต้องมอบโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดให้ผู้ดูแลเก็บรักษาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน เพื่อใช้เวลาในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด

บีบีซีไทยคุยกับเด็กไทยทั้ง 4 คนถึงความรู้สึก ความหวัง และความฝัน หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน ทั้ง 4 คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้กลับมาพัฒนาประเทศ ที่ผ่านมาทั้งครอบครัว อาจารย์ และผู้คนรอบข้างไม่ได้สร้างแรงกดดันให้รู้สึกว่าต้องได้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันมากนัก สิ่งที่ได้รับคือกำลังใจ ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกว่าต้องตั้งใจอย่างดีที่สุดเพื่อให้สมกับสิ่งดี ๆ ที่ได้รับมา

Image copyright BBC Thai

น.ส. สุภัสสราบอกว่า ก่อนมาก็แอบหวังไว้ลึก ๆ ในใจว่าจะต้องได้รางวัลกลับไปสักเหรียญหนึ่ง ความกดดันส่วนใหญ่จึงมาจากความคาดหวังของตัวเธอเองมากกว่า การต้องมาอยู่ไกลบ้านทำให้เธอคิดถึงครอบครัวมาก แต่ประสบการณ์ที่ได้ก็เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด เพราะเธอได้ค้นพบว่าตัวเองชอบเกี่ยวกับการรักษา เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ ซึ่งทำให้เธอคิดว่าในอนาคตอยากเป็นนักวิจัย ทำงานด้านการแพทย์

"สิ่งที่เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดก็คือเส้นทางที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มแรกเลย คือตั้งแต่การที่ได้ค้นพบว่าชอบอะไร มีผู้คนคอยให้ความรู้คอยให้กำลังใจ จนมาถึงท้ายที่สุดของเส้นทางนี้ก็คือการได้มาร่วมเวทีโลกขนาดนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดแล้ว" น.ส. สุภัสสรากล่าว

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ ผู้เข้าแข่งขันต้องสอบทฤษฎี 1 วัน และสอบปฏิบัติ 1 วัน

ด้าน น.ส. ณัฐชา บอกว่าเธอคาดหวังจะได้ประสบการณ์ที่ดีจากการเจอเพื่อนใหม่ เธอมองว่าการได้เหรียญหรือไม่ได้เหรียญไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด การที่พวกเขาได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศ ทำให้พวกเขาได้โตขึ้นทั้งทางด้านวิชาการและการเรียนรู้การใช้ชีวิต ทำให้ได้เห็นความแตกต่างของสังคมทางวิชาการของประเทศไทยกับระดับโลก ทำให้ได้มุมมองความคิดใหม่ ๆ เพราะประสบการณ์ที่ได้จากการแข่งขันนี้เป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก ช่วยให้สามารถเรียนรู้และก็ต่อยอดไปในการทำงานได้ในอนาคต "การได้เหรียญรางวัลเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของผลของความพยายามของพวกเราที่ได้ทำมาตลอดเส้นทางชีววิทยา"

สำหรับแผนการในอนาคตหลังจากนี้ น.ส. ณัฐชาบอกว่ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกเรียนด้านไหน รู้เพียงว่าอยากนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาต่อยอดนำไปพัฒนาสร้างประโยชน์ต่อสังคมให้สมกับโอกาสที่ได้รับมา ซึ่งนายณภัทรเองก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ โดยเขาบอกว่าในอนาคตอยากได้รับทุนการศึกษาเรียนต่อต่างประเทศ แล้วกลับมาทำงานวิจัยที่ไทย เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของสามัญสำนึกว่าท้ายที่สุดแล้วต้องกลับมาพัฒนาประเทศชาติของตนเอง อีกทั้งประเทศไทยยังขาดแคลนนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์เก่ง ๆ อยู่ เขาบอกด้วยว่าการได้เข้าร่วมแข่งขันในเวทีระดับโลกเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกว่าในความเป็นจริงยังมีคนที่เก่งกว่าพวกเขาอีกมาก

Image copyright BBC Thai

"การมาที่เวทีระดับโลกทำให้เรารู้ว่าเราก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น เป็นได้แค่ฟันเฟืองธรรมดาที่ก็ไม่รู้ว่ามีประโยชน์อะไรในการขับโลกไปข้างหน้าหรือเปล่า แต่ถ้าเกิดว่าพยายามให้มากยิ่งขึ้นก็อาจจะทำให้พอมีประโยชน์ในการขับโลกให้ไปข้างหน้าได้" เขาพูดถึงประสบการณ์ที่ดีที่สุดของเขาจากแข่งขันนี้ และบอกว่ารู้สึกดีที่ได้เห็นอนาคตหลาย ๆ ด้านของโลกมารวมในที่เดียวกัน ทำให้เขารู้สึกว่าโลกนี้ยังมีความหวังอยู่ ไม่ได้เลยร้ายไปเสียทีเดียวถึงแม้จะมีความขัดแย้งด้านต่าง ๆ ทั่วโลกก็ตาม

ส่วน น.ส. จุฑารัตน์ กล่าวว่ารู้สึกโชคดีที่ได้ทีโอกาสมาร่วมแข่งขันในเวทีนี้ กระบวนการในการคัดตัวและการสอบต่าง ๆ ล้วนมีประโยชน์และไม่สูญเปล่า ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวิชาการ การใช้ชีวิต ทัศนคติ ที่ทำให้เรียนรู้เรื่องการปรับตัว เป็นเหมือนหนทางหนึ่งที่ทำให้รู้สึกเข้มแข็งขึ้น

"ในฐานะที่เป็นนักเรียนคนหนึ่งของมหิดลวิทยานุสรณ์ที่เป็นโรงเรียนที่นักเรียนได้รับทุนจากภาษีของประชาชนทั่วประเทศ อนาคตอยากเป็นแพทย์วิจัย พยายามใช้ความรู้ความสามารถทำในสิ่งที่ชอบและเป็นผลประโยชน์ต่อส่วนรวม เพราะมันเท่ากับเป็นคำขอบคุณที่ดังที่สุดสำหรับหนู" เธอบอกด้วยว่าสิ่งสำคัญอีกอย่างที่เธอได้เรียนรู้ คือทุก ๆ คนทุก ๆ สิ่งทุก ๆ อย่าง ไม่มีใครที่อยู่ได้หรือมีความสำเร็จในชีวิตได้ด้วยตัวคนเดียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง