ทูตฯ เตือนหญิงไทยทำงานสปาในอินเดีย เสี่ยงตกเป็นเหยื่อค้าประเวณี ชี้กฎหมายรุนแรง

โสเภณี Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เมื่อต้นเดือนนี้ ที่สำนักข่าวของมูลนิธิทอมป์สัน รอยเตอร์ รายงานว่าในปีนี้มีหญิงไทยอย่างน้อย 40 ราย ที่ได้รับการช่วยเหลือ หลังตำรวจบุกเข้าตรวจค้นร้านนวดที่เปิดขึ้นบังหน้าสถานค้าบริการทางเพศในเมืองมุมไบ เมืองปูเน และเมืองอื่นๆ

เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี เตือน หญิงไทยที่เดินทางไปทำงานในสปาในอินเดียเสี่ยงตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์เพื่อขายบริการทางเพศ หลังสื่ออินเดียและสื่อต่างประเทศรายงานว่า ผู้หญิงไทยได้รับการช่วยเหลือจากกระบวนการค้ามนุษย์ในธุรกิจสปาและอาบอบนวดในอินเดียรวมมากกว่า 70 รายแล้วในปีนี้

นายชุตินทร คงศักดิ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า แนวโน้มที่ผู้หญิงไทยจะเดินทางไปอินเดียเพื่อทำงานในสปาแล้วปรับเปลี่ยนไปขายบริการทางเพศอย่างเต็มตัว มีมาสักพักแล้ว โดยทั้งผู้ที่ถูกล่อลวงหรือเต็มใจขายบริการทางเพศต่างเสี่ยงถูกลงโทษอย่างรุนแรง

"คนที่เป็นเหยื่อก็ส่วนหนึ่ง แต่คนที่ทำผิดซ้ำซาก ก็เป็นอีกส่วน" นายชุตินทร กล่าว

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (20 ส.ค.) สำนักข่าวเพรสทรัสต์ออฟอินเดียรายงานว่า ตำรวจเมืองไฮเดอราบัด ได้บุกช่วยเหลือผู้หญิง 65 รายจากสปาและอาบอบนวด 12 แห่งในเมืองนี้ ในจำนวนนี้ มีหญิงไทย 34 ราย ทั้งหมดอ้างถูกล่อลวงมาให้บริการทางเพศ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ตามรายงาน มูลนิธิทอมป์สัน รอยเตอร์หัวหน้าตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ของอินเดียระบุว่า หญิงสาวที่ได้รับการช่วยเหลือ ทำงานที่นี่มาประมาณ 3-4 เดือน และมีเงินติดตัวประมาณ 100,000 รูปี (55,500 บาท)

เช่นเดียวกันกับเมื่อต้นเดือนนี้ ที่สำนักข่าวของมูลนิธิทอมป์สัน รอยเตอร์ รายงานว่าในปีนี้มีหญิงไทยอย่างน้อย 40 ราย ที่ได้รับการช่วยเหลือ หลังตำรวจบุกเข้าตรวจค้นร้านนวดที่เปิดขึ้นบังหน้าสถานค้าบริการทางเพศในเมืองมุมไบ เมืองปูเน และเมืองอื่นๆ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก็มีหญิงไทย 10 คน อายุระหว่าง 25-40 ปีได้รับการช่วยเหลือจากร้านนวดในย่านผู้มีฐานะของเมืองปูเนอีกเช่นกัน

นายชุตินทร ระบุว่า หญิงไทยเหล่านี้เดินทางเข้าไปในอินเดียทั้งด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าธุรกิจโดยได้รับการช่วยเหลือจากนายหน้าที่เป็นคนอินเดียและคนไทยเอง โดยกรณีที่ผู้หญิงไทยได้รับการช่วยเหลือสปาและอาบอบนวดในอินเดียเริ่มต้นตั้งแต่ปลายปี 2558 ก่อนจะไม่มีรายงานเลยในปีถัดมา จนมามียอดพุ่งสูงอีกครั้งในปีนี้

"มันเป็นแนวโน้มที่กระทรวงต่างประเทศ และในพื้นที่เริ่มเห็นมาสักพักแล้ว อยากให้ป้องกันจากต้นเหตุ ระยะหลังที่มี[การเข้าจับกุม]เยอะเพราะอินเดียเขาเริ่มเอาจริง สิ่งที่คนที่นั่งในสถานทูตเห็น คนรักษากฎหมายเขาก็เห็น เขารู้ว่าแหล่งอยู่ที่ไหน เขามีการตรวจจับบ่อยขึ้น ค้นพบจากการสุ่มตรวจ เป็นแนวโน้มที่ต้องระวัง เพราะเรามีโจทย์เรื่องการค้ามนุษย์อยู่แล้ว นี่เป็นอีกมิติของการค้ามนุษย์ เราพยายามให้เขามองว่าประเทศไทยเนี่ย ระมัดระวังและเอาใจใส่มากพอ" นายชุตินทร ระบุ

Image copyright Getty Images

สถิติของสถานทูตไทยในอินเดีย ชี้ว่า ในขณะนี้ มีผู้หญิงไทยที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีค้าประเวณีในอินเดียอยู่รวมทั้งหมด 45 ราย โดยแบ่งเป็นความดูแลของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี 21 ราย ของสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ 10 ราย และของสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน 14 ราย

สำหรับกรณีล่าสุดที่สำนักข่าวเพรสทรัสต์ออฟอินเดียรายงานว่ามีหญิงไทยจำนวน 34 รายนั้น นายชุตินทรระบุว่าที่จริงแล้วมีเพียง 14 ราย และกล่าวต่อว่า อาจเกิดความเข้าใจผิดเนื่องจากผู้หญิงที่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียมีลักษณะหน้าตาเหมือนคนไทย

นายชุตินทรกล่าวว่า แม้ผู้หญิงไทยเหล่านี้จะได้รับการช่วยเหลือ แต่ก็ต้องถูกดำเนินคดีเรื่องการค้าประเวณีอยู่ดี ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน เขากล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีการให้การช่วยเหลือให้หญิงไทยได้กลับไทยแล้ว 2 ราย ด้วยการช่วยพิสูจน์กับทางทางการของอินเดียว่ากรณีของการตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์จริง ๆ

Image copyright Royal Thai Embassy, New Delhi
คำบรรยายภาพ นายชุตินทร คงศักดิ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี

เนื่องจากกระบวนการให้วีซ่าเป็นความรับผิดชอบของทางการอินเดียเอง นายชุตินทรกล่าวว่า สิ่งที่สถานทูตทำได้ก็ได้แต่ให้ความรู้และเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น นายชุตินทรระบุว่า สิ่งที่ทำให้เห็นแนวโน้มชัดเจนของปัญหานี้ที่มากขึ้นในปีนี้คือจำนวนผู้ที่มาแจ้งพาสปอร์ตหายและยื่นเรื่องขอหนังสือสําคัญประจําตัวที่มีจำนวนพุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลจากความไม่ลงรอยกับนายหน้าธรุกิจค้าบริการทางเพศ

"ไม่อยากให้คนไทยถูกหลอก แต่สำหรับคนที่ตั้งใจไปเพื่อขายบริการทางเพศเอง หลังจากทางสถานทูตช่วยให้ได้กลับไทย คนเหล่านี้ก็บอกว่าจะไปที่ประเทศอื่นอีก ...ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสีย"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง